xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส “ทักษิณ” ร้องขอของขวัญวันเกิดสามัคคี-ปรองดอง!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผ่าประเด็นร้อน


เชื่อว่าหลายคนกำลังรอดูโฉมหน้าของ “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร แม้ว่าอีกไม่กี่อึดใจคงได้เห็นกันแล้ว แต่ก็รับรู้กันล่วงหน้าอยู่แล้วว่าต้องมีสัดส่วนจากกองทัพจำนวนมากกว่าใคร ส่วนจะเกือบครึ่งหรือเกินครึ่งก็ต้องมาลุ้นกัน เอาเป็นว่ามากก็แล้วกัน

อย่างไรก็ดี ระหว่างรอก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ ทักษิณ ชินวัตร จัดงานวัดเกิดครบรอบ 65 ปี ในโรงแรมหรูกลางกรุงปารีส ฝรั่งเศส กับญาติสนิท และคนใกล้ชิดในจำนวนจำกัด ในตอนแรกสังคมก็เริ่มละสายตากันไปบ้างแล้ว หลังจากผ่านไปช่วงหนึ่ง หลังจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวได้รับอนุญาตจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เดินทางไปต่างประเทศไปพบกันได้ แล้วก็ได้เห็นภาพที่สองพี่น้องโผเข้ากอดกันกลมที่สนามบิน หลังจากนั้นบรรยากาศการติดตามก็เริ่มซา หันกลับมาสนใจเรื่องภายในประเทศ ทั้งในเรื่องของการแต่งตั้งสมาชิก สนช. การคาดหมายเรื่องนายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐมนตรีที่จะตามมา รวมไปถึงสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปีใหม่ในปี 2558

แต่ถึงอย่างไรแม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องการเคลื่อนไหว แต่คนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังสามารถใช้เครือข่ายที่มีอยู่ ยังเรียกร้องความสนใจและหยั่งท่าทีจากสังคมไทยได้อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดก่อนเสร็จสิ้นงานฉลองวันเกิด งานเลี้ยงจะเลิกรา ญาติๆ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จะแยกไปทัวร์อังกฤษและอเมริกาต่อ เขาก็ร่อนการ์ดวันเกิดมาถึงลูกน้องในประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนในประเทศไทยที่อยู่ในเครือข่ายให้มีการเผยแพร่ข้อความที่แสดงเจตนาของเขาโดยยืนยันในทำนองว่า “จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ห่วงใยประเทศชาติ รักและห่วงใยประชาชน และอยากเห็นความสามัคคีของคนในชาติ”

หากแยกพิจารณากันเฉพาะเรื่องสำคัญทีละเรื่อง อย่างเรื่องแรกที่ยืนยันว่า “จงรักภักดีต่อสถาบันฯ” ซึ่งเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งสำหรับคนไทยคนหนึ่งที่ถึงกับ “ต้องยืนยัน” เรื่องดังกล่าวอยู่หลายครั้ง จนแทบตลอดเวลาในระยะหลังที่มีโอกาสได้พูดได้แสดงความเห็นออกมา เนื่องจากคนใหญ่ส่วนใหญ่แทบทั้งหมดไม่จำเป็นต้องยืนยันแบบนี้ เพราะมีความจงรักภักดีอย่างเต็มเปี่ยมอยู่หัวใจอยู่แล้ว มีแต่บางคนเท่านั้นที่ถูกสงสัยและไม่เชื่อถือ เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมและคำพูดที่ปรากฏเป็นหลักฐานหลายครั้ง ซึ่งมีคนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในคนประเภทนั้นด้วย ดังนั้นด้วยพฤติกรรมและท่าทางที่น่าสงสัยดังกล่าว รวมไปถึงคนใกล้ชิดที่ถูกออกหมายจับถูกดำเนินคดีคสามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือเปล่าจึงจำเป็นต้องออกมายืนยันถึงความจงรักภักดี

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจับตาไม่แพ้กันนั่นคือ คำร้องขอความสามัคคีของคนในชาติ เพราะหากพิจารณากันตามความเป็นจริงแล้วบ้านเมืองนับตั้งแต่ ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่การเมืองก็เริ่มเกิดความวุ่นวายมีความแตกแยกปั่นป่วนไปหมด เริ่มจากความแตกแยกในพรรคพลังธรรมที่เคยสังกัดครั้งแรก มาจนถึงตอนที่เป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อปี 44 เกิดคดีซุกหุ้นภาคแรกได้ทำลายกระบวนการยุติธรรมจนป่นปี้ ทำลายศรัทธาต่อระบบศาลแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กลายเป็นว่าความถูกผิด ความชอบธรรมต้องพิสูจน์กันด้วยเสียงข้างมากหรือจากการเลือกตั้งเท่านั้น

ในความเป็นจริงก็คือ ในยุคของเขาหรือแม้แต่เมื่อพ้นไปแล้ว ก็ยังสร้างบาดแผลให้แก่สังคม ทำลายความสามัคคีให้กับคนในชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยจริงๆ

อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง ทักษิณ ชินวัตร คนเดียวกันนี่แหละคนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความแตกแยก เกิดความแตกสามัคคี กลับเรียกร้อง “ความสามัคคีปรองดอง” มาเป็น “เงื่อนไข” อยู่ตลอดเวลา หากยังไม่ลืมก็คือการอ้างความปรองดองเพื่อออกกฎหมาย “นิรโทษกรรมสุดซอย” ไงล่ะ จนจุดชนวนให้มวลมหาประชาชนออกมาขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนกระทั่งเกิดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึงปัจจุบัน

มาวันนี้เมื่อเขาเรียกร้องความสามัคคีปรองดองเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ในท่ามกลางการคาดหมายในเรื่องการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในอนาคตโดยอ้างความปรองดอง ซึ่งล่าสุด นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่เป็นหนึ่งในหลายคนที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดจากการปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 กรณีแก้ไขที่มาของ ส.ว.และถูกยื่นให้วุฒิสภาถอดถอน แต่เกิดการยึดอำนาจเสียก่อน ทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวต้องยกเลิกไปและเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับชัาวคราวปี 57 ก็ไม่มีบทบัญญัติรองรับเกี่ยวกับการถอดถอนเอาไว้ จนเป็นที่จับตากันว่า สนช.จะหยิบยกขึ้นมาดำเนินการถอดถอนต่อหรือไม่ แต่ นิคมก็มาดักคอเอาไว้ก่อนแล้วว่า หากยังคิดจะถอดถอนพวกเขาก็ไม่อาจปรองดองกันได้ ซึ่งความหมายรวมถึง ทักษิณ ชินวัตร ก็อยากให้ปรองดองด้วยการนิรโทษกรรมลบล้างความผิดนั่นแหละ

การนิรโทษการปรองดองในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นหรือเปล่าเป็นเรื่องอนาคตอันไกล้ เพราะกำลังจะเกิด สนช.ในอีกไม่นานนัก แต่ที่ผ่านมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้ยืนยันว่าทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติไม่ใช้อำนาจพิเศษ และก่อนหน้านั้นก็ได้เรียกร้องให้ “คนแดนไกล” ซึ่งหลายคนตีความว่าหมายถึง ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาสู้คดีในประเทศโดยยืนยันถึงความยุติธรรม ดังนั้นหากพิจารณาจากความหมายแบบนี้ก็น่าจะต้องการให้มาสู้คดีกันในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกติกา

อย่างไรก็ดี อีกความรู้สึกหนึ่งมันก็แปลกๆ ที่เริ่มมีการพูดถึงเรื่องปรองดองในอีกมิติหนึ่งนั่นคือเพื่อลดความแตกแยกขัดแย้ง ทะเลาะกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ดังนั้นมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง!!