xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อนักการเมืองพานักข่าวไปเที่ยว

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ

ตั้งแต่ทำงานสื่อมาการนำนักข่าวไปเที่ยวของประธานรัฐสภานั้น เป็นการพานักข่าวไปเที่ยวต่างประเทศที่แปลกที่สุดเท่าที่มีมา เพราะการนำนักข่าวไปต่างประเทศของหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่นั้น จะต้องเป็นหมายที่ไปทำงานจริงๆ แต่เป้าหมายที่พาไปทัวร์อังกฤษเที่ยวนี้นั้นเห็นกันชัดๆ ว่าไปเที่ยว

ว่ากันว่าขนาดทริปของนายกรัฐมนตรีที่ว่าเป็นทริปไปทำงานจริงๆ ก็ไม่เคยเชิญนักข่าวไปร่วมมากขนาดนี้ และก็ไม่ได้ฟรีตลอดแบบเลี้ยงดูปูเสื่อขนาดนี้ด้วย

ความจริงแล้วหมายไปเที่ยวเพื่อพาไปเอนเตอร์เทนแบบนี้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหมายของบริษัทห้างร้านหรือเอกชนต่างๆ เสียมากกว่าไม่ใช่หมายของหน่วยงานรัฐ แต่บริษัทห้างร้านเขาจะเชิญใครไปเที่ยวก็ช่างเขาไม่ใช่กงการอะไรของเราเพราะเขาไม่ได้เอาเงินประชาชนไปใช้ เพียงแต่กลับมาแล้วคนเป็นสื่อก็ต้องแยกแยะให้ได้ว่าตัวเองนั้นเป็นสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพหรือเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ของบริษัทห้างร้านที่เชิญชวนไป

แต่การที่นักการเมืองเชิญสื่อมวลชนซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชนไปเที่ยวแบบนี้นั้น มันเรียกอะไรไม่ได้มากไปกว่า “สินบนนำเที่ยว” นั่นแหละครับ

ที่ประหลาดก็คือ นอกจากการเดินทางไปต่างประเทศของประธานรัฐสภาทริปนี้ไม่ได้มีการชวนนักข่าวที่ทำข่าวประจำรัฐสภาร่วมเดินทางไปด้วยแล้ว ยังเป็นการชวนเชิญเฉพาะนักข่าวที่เอนเอียงไปทางเสื้อแดงให้ร่วมทริปไปเท่านั้น

ผมได้ยินสภาการด้านสื่อทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงแล้วก็ทำไปพอเป็นพิธีเสียมากกว่า และองค์กรทั้งสองก็ไม่มีน้ำยาอะไรมากไปกว่านี้

แต่ที่ผมดีใจก็คือ มีนักข่าวเสื้อแดงอย่างน้อย 2 คน เขียนบทความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้คือ นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ และประวิตร โรจนพฤกษ์ เครือเนชั่น และ “สินบนนำเที่ยว” ที่ผมกล่าวข้างบนก็เป็นคำของคุณนิธินันท์นี่แหละครับ

สุทธิชัย หยุ่น ก็เขียนเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่ตื่นเต้น เพราะรับประกันว่า พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ กลับมาแล้วก็ยังเป็นคอลัมนิสต์ในเครือเนชั่นเหมือนเดิม และถ้าไปอ่านถ้อยแถลงของนักข่าวแดงเรื่อๆ ในเครือ นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ ที่ได้รับเชิญไปเที่ยวนี้ด้วย บอกว่าตอนแรกที่ได้รับเชิญนั้นนำเรื่องไปแจ้งผู้ใหญ่ในเครือยังบอกว่า ให้เขาไปด้วยซ้ำไป แต่ที่ไม่ไปเพราะตัวเองเห็นว่าเป็นหมายไปเที่ยวมากกว่าไปทำงาน

เห็นด้วยอย่างเดียวที่สุทธิชัย หยุ่นบอกว่า ถ้าสื่อต้องให้นักการเมืองพาไปดูงานที่บีบีซีก็จบเห่กัน

นอกจากสื่อแล้วยังมีนักวิชาการสองคนร่วมทริปด้วย โดยทั้งสองคนพยายามปฏิเสธว่าได้รับเชิญไปในฐานะนักวิชาการไม่ใช่สื่อ และการอ้างชื่อต้นสังกัดสื่อของทั้งสองนั้นเป็นความเข้าใจผิด

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่จัดรายการอยู่ทางช่องวอยซ์ทีวี และมีชื่อว่าได้รับเชิญไปในฐานะคอลัมนิสต์ของคมชัดลึก พยายามจะอ้างว่าตัวเองได้รับเชิญจากสำนักงานเลขาธิการเพราะเป็นคนทำหนังสือเชิญไปยังมหาวิทยาลัย คือพยายามพูดให้เข้าใจว่าไม่ใช่นักการเมืองเป็นคนเชิญ และบอกว่าที่เขาเชิญเพราะตัวเองนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอังกฤษ โดยให้ดูจากวุฒิการศึกษา

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็มาเปิดเผยเองว่า กระทั่งไปถึงอังกฤษแล้วเจ้าหน้าที่รัฐสภาก็เอาเอกสารมาให้เซ็นรับโดยยังระบุว่าไปในนามคอลัมนิสต์คมชัดลึกอยู่เลย ทั้งยังบอกด้วยว่า เอกสารที่เอามาให้เซ็นระบุว่าเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าโรงแรมทำนองนี้รวมกันประมาณหกหมื่นกว่าบาท

ส่วนวิโรจน์ อาลี จากรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นแขกประจำของวอยซ์ทีวีเช่นเดียวกันปฏิเสธว่า ที่มีหมายว่าได้รับเชิญไปในนามของคอลัมนิสต์บางกอกโพสต์นั้นเป็นการเข้าใจผิด แต่ที่ตลกมากก็คือวิโรจน์อ้างว่า ตัวเองได้รับเชิญเพื่อไปดูงานเรื่องการระบายน้ำ

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ยังเขียนบรรยายด้วยตัวเองว่า การดูงานรัฐสภาเมื่อวานนี้สรุปว่าไม่ได้ดูอะไรมากกว่า “ดูรัฐสภา” เพราะยังไม่ได้เข้าไปในรัฐสภาด้วยซ้ำ เนื่องจากทางสำนักเลขาไม่ได้ประสานงานทางนี้มาอย่างเรียบร้อย

ฟังๆ ดูเหมือนกับเรานั่งรถเมล์สาย 70 ผ่านหน้ารัฐสภาอะไรประมาณนั้น

การเข้าไปดูมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดเท่าที่พิชญ์เล่าให้ฟังก็เหมือนเราเดินเข้าไปเที่ยวในธรรมศาสตร์หรือจุฬาฯ ไม่มีการต้อนรับขับสู้จากทางมหาวิทยาลัยเลย และการไปในสถานที่ต่างๆ ก็ไม่แตกต่างกัน รวมทั้งเปิดเผยด้วยว่า โปรแกรมที่ไปนั้นค่อนข้างสับสนและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

พิชญ์ใช้คำว่า โปรแกรมต่างๆ นั้นถูกเขียนไปตาม “จริต” ของบริษัททัวร์

โปรแกรมทัวร์ระบุว่า วันที่ 20 กันยายน เข้าชมรัฐสภาอังกฤษ ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบการทำงานของรัฐสภาอังกฤษ กลางวันรับประทานอาหารที่ภัตตาคารโฟร์ซีซั่นส์ ลอนดอน ช่วงค่ำไปรับประทานอาหารที่บลูมเบอรี ลอนดอน และเข้าพักที่โรงแรมปาร์ก พลาซา เวสต์มินสเตอร์ วันที่ 21 กันยายน เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ชมพิพิธภัณฑ์ ดิ อิมพีเรียล วอร์ มิวเซียม วันที่ 22 กันยายน ชมสำนักงาน ดิ อีโคโนมิสต์ กรุ๊ป และพาไปซื้อของที่โบโรห์มาร์เกต

จากนั้น ในวันที่ 23 กันยายน เยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์บีบีซี กรุงลอนดอน ช่วงบ่ายไปชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฟุตบอลคู่แดงเดือด ระหว่างสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูล วันที่ 24 กันยายน เดินทางโดยรถไฟไปประเทศฝรั่งเศส วันที่ 25 กันยายน เยี่ยมชมรัฐสภาฝรั่งเศส ช่วงบ่ายพาชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ รับประทานอาหารค่ำแบบฝรั่งเศสบนเรือที่ล่องแม่น้ำแซนน์ วันที่ 26 กันยายน นั่งรถไปกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อเยี่ยมชมรัฐสภายุโรป และวันสุดท้าย 27 กันยายน เยี่ยมชมอะตอเมียม (Atomium) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ของประเทศเบลเยียม ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ

แต่ประเด็นก็คือว่า การไปครั้งนี้ใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนมากถึง 7 ล้านบาท

ดูเหมือนว่า นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกของประธานรัฐสภาพยายามจะอ้างว่า โปรแกรมการไปต่างประเทศของรัฐสภานั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าเป็นคนละประเด็นที่สังคมและคนวงการสื่อตั้งคำถาม เพราะถ้านักการเมืองจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยข้ออ้างไปดูงานต่างๆ ก็เป็นเรื่องของนักการเมือง แต่กรณีนี้มันต่างกันตรงที่นำสื่อที่เป็นคนเสื้อแดงด้วยกันไปเที่ยว ไม่ใช่การดูงานอย่างที่นักการเมืองทำกันจนเคยชิน

ผมทำงานในวงการสื่อมาเกือบๆ จะ 30 ปีแล้ว บอกตรงๆ ว่า คนในวงการสื่อยุคนี้ก็ไม่ได้ดีกว่านักการเมืองที่พวกเขาต้องทำหน้าที่ตรวจสอบสักเท่าไหร่ครับ

ดังนั้น ป่วยการที่ผมจะถามจิตสำนึกของสื่อรวมถึงนักวิชาการที่ไปเที่ยวทริปนี้ด้วยว่า ควรหรือไม่ควร