xs
xsm
sm
md
lg

ระบอบทักษิณลอกคราบ ระวังข้าราชการขี้ข้า หากินบนหลัง คสช.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รายงานการเมือง

การบริหารประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งเป็นผู้ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไว้ในมือเป็นเรื่องที่น่าจับตายิ่ง

แม้ว่ากระแสสังคมโดยรวมจะสนับสนุนการทำงานของ คสช. โดยหวังว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ยาวนานมากว่าสิบปีได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดรวมถึงกวาดล้างคนชั่วออกจากอำนาจได้อย่างหมดจด

เมื่อดูท่วงทำนองการขับเคลื่อนประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. แล้วจะพบว่ามีหลายอย่างที่ยังต้องตั้งคำถาม

แม้ว่าจะมีภาพที่โดดเด่นเกี่ยวกับการปราบปรามอาวุธสงคราม ตบหัวพวกฮาร์ดคอร์ให้สาธารณชนเห็นผ่านการออกคำสั่งเรียกให้ไปรายงานตัวต่อ คสช. ไปจนถึงการดำเนินคดีอย่างจริงจังกับคนที่ขัดคำสั่งอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง ที่วันนี้อับแสงอยู่ในเรือนจำ

ภายใต้ภาพที่ดูเหมือนเอาจริงเอาจังกับคนที่ก่อความไม่สงบอย่างเด็ดขาดยังมีภาพซ้อนที่ปรากฏให้เห็นว่ายังมีสิ่งที่ขัดแย้งในตัวเองอยู่ เช่น คสช. สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการปิดเว็บไซต์จำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึงเว็บไซต์การเมืองที่ไม่ใช่ของคนเสื้อแดง แต่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความเห็นของกลุ่มคนที่มีความเข้าใจต่อสถานการณ์บ้านเมือง รังเกียจระบอบทักษิณ แต่ คสช. กลับไม่มีปัญญาปิดเพจ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ใช้โซเชียลมีเดียนัดแนะให้กลุ่มต้านรัฐประหารออกมาชุมนุมชูสามนิ้วต่อต้าน คสช. ได้

ทั้งที่วงในรับทราบกันดีว่าตอนนี้ คสช. ได้ติดตั้งเครื่องมือที่เกตเวย์สามารถปิดเพจที่ไม่พึงประสงค์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครทั้งสิ้นแล้วทำไมจึงไม่จัดการกับเพจที่จงใจสร้างความวุ่นวายในสังคม แต่กลับปล่อยให้โพสต์ข้อความสร้างกระแสได้อย่างเสรี แม้ว่าจะไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้เกิดแรงต้านหลักพัน มีเต็มที่ก็แค่หลักร้อย แต่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าดูแลแบบ “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” จนยิ่งกลายเป็นภาพลบต่อประเทศไทยว่าปกครองโดยทหารจนประชาชนถูกจำกัดเสรีภาพ ซึ่งมิได้เป็นผลดีใดๆ ต่อทั้ง คสช. และประเทศชาติ และยังกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ต่างชาติหยิบยกไปขยายผลกดดันประเทศไทยด้วย

จึงมีคำถามว่า คสช. ปล่อยให้ บก.ลายจุด ลอยนวลทั้งบนเฟซบุ๊กและในชีวิตจริงได้อย่างไร ทั้งที่อย่างน้อยสิ่งแรกที่ต้องทำทันทีคือจัดการกับ บก.ลายจุด ในโลกออนไลน์ ซึ่งจะทำให้คนๆ นี้หมดความหมาย ไม่สามารถก่อกระแสปั่นป่วนสร้างความวุ่นวายได้อีก

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีความเคลื่อนไหวปลุกระดมอย่างต่อเนื่องกลับไม่ได้รับความสนใจใดๆ จาก คสช. อย่างน่าประหลาดใจ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า คสช. ตั้งใจที่จะปราบปรามคนในระบอบทักษิณให้สิ้นซากจริงหรือไม่

คสช. ไม่เคยพูดถึงสถานะของนักโทษหนีคดีทักษิณ ว่ามีนโยบายจะดำเนินการอย่างไร

คสช. ไม่เคยพูดถึงความเลวระยำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า ได้สร้างความฉิบหายให้กับบ้านเมืองอย่างไร


คสช. อาจจะทำดีในเรื่องการชำระหนี้จำนำข้าวให้ชาวนา แต่กลับไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่สาธารณะควรทราบเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากโครงการนี้ ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้ทันที ด้วยการสั่งให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวออกมาเปิดเผยผลสรุปอย่างเป็นทางการ แทนที่จะเป็นรายงานข่าวอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เพียงวันเดียวแล้วเงียบหายไป ว่าขาดทุนกว่าห้าแสนล้าน ข้าวสารหายเกือบสามล้านตัน

ในขณะที่ คสช. ไม่เคยพูดถึงความเสียหายจากโครงการนี้ แต่มุ่งที่จะเอาภาพความสุขของชาวนาที่ได้รับเงินจาก คสช. มาเผยแพร่เรียกคะแนนนิยมให้ตัวเองแทน

หรือแม้แต่เรื่องที่คนจำนวนมากกำลังลุ้นคือการโละบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นเรื่องแรกๆ ที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าคณะเศรษฐกิจออกมาประกาศเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ก็มิใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เนื่องจากการรัฐประหารทุกครั้งก็จะตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงบอร์ดรัฐวิสาหกิจด้วยกันทั้งสิ้น

หากต้องการปฏิรูปเพื่อให้บอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ถูกรุมทึ้งจริง การแก้ปัญหาต้องไม่มุ่งเพียงแค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องการวางระบบที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน จนข้าราชการไม่คิดที่จะรักษาประโยชน์ให้ชาติ คิดแต่จะปกป้องผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจที่ตัวเองดูดท่อน้ำเลี้ยงอยู่เท่านั้น

สิ่งที่ พล.อ.อ.ประจิน ควรจะพิจารณา คืออัยการซึ่งเป็นทนายแผ่นดินสมควรที่จะไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือไม่ เพราะมีบทพิสูจน์มาแล้วว่าเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนจนกระทบต่อคดีทุจริต เพราะอัยการที่ไปมีผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจนั้นๆ ไม่ยอมสั่งฟ้อง เนื่องจากตัวเองเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ด้วย ทำให้กระบวนการยุติธรรมตั้งต้นมีปัญหา

จะทำอย่างไรไม่ให้ข้าราชการเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจจนไม่คิดปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ควรจะเลิกให้ข้าราชการไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือไม่ หรือถ้ามีหน่วยงานใดจำเป็นต้องไป ควรที่จะมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ จากรัฐวิสาหกิจดังกล่าว เพราะถือเป็นหน้าที่ในงานราชการ จะลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่ เพราะบรรดาข้าราชการมีเงินเดือนอยู่แล้วจึงไม่ควรจะได้รับประโยชน์อื่นใดเพิ่มเติมอีก

หากทำได้เช่นนี้ ฝ่ายการเมืองก็ไม่สามารถเอาตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจต่างๆ มาล่อใจให้ข้าราชการ ให้แปรสภาพมาเป็นขี้ข้ารับใช้การเมืองชั่วได้อีก

ที่สำคัญคือการให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่บอร์ดนั้น ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะรัฐวิสาหกิจมีความแตกต่างจากบริษัทที่ผู้บริหารคือเจ้าของบริษัท แต่รัฐวิสาหกิจเป็นของประชาชน กำไรจากรัฐวิสาหกิจจึงไม่ควรถูกแบ่งไปจัดสรรเป็นโบนัสให้กับผู้บริหาร แต่ควรจะคืนกลับมาเป็นของแผ่นดิน ดังนั้น กรรมการรัฐวิสาหกิจจึงไม่ควรได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงเป็นของรัฐ

หากมีการจัดระบบเรื่องผลตอบแทนในรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมก็จะทำให้รัฐวิสาหกิจไม่กลายเป็นบ่อเงินบ่อทองให้การเมืองชั่วเข้ามาสูบเลือดได้อีก ซึ่งจะทำให้ผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจกลับคืนสู่ประเทศชาติและประชาชนมากขึ้น แทนที่จะตกหล่นไปเข้ากระเป่าพวกจับเสือมือเปล่าที่ใช้ทุนชาติมาเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเอง

อีกประเด็นหนี่งที่จะลืมไม่ได้คือ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะต้องห้ามของคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจโดยให้คนที่เคยต้องโทษจำคุกเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นข้อห้ามในการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยระบุไว้ว่าจะต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่เว้นแต่จะเป็นโทษสำหรับความผิดทีได้กระทำโดยประมาท...

แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับกำหนดให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจอาจใช้ดุลพินิจในการรับผู้มีลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับการต้องโทษจำคุกมาเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องโทษหรือกลุ่มที่อาจมีคดีร่ำรวยผิดปกติเข้ามาเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ และทำให้คนเสื้อแดงจำนวนมากที่ติดคดีเข้าไปชูคอเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก

รัฐวิสาหกิจเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากภายในปีหนึ่งมีการลงทุนสูงกว่างบประมาณของหน่วยราชการซึ่งมีงบการลงทุนปีละ 5 แสนล้านบาท หากดำเนินการได้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลจะสามารถป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อประเทศชาติ ทำให้ความเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชันลดลง

สิ่งที่ คสช. พึงระวังคือการให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐมนตรีนั้นอย่าลืมว่าคนเหล่านี้เกือบทั้งหมดคือ “ทายาทอสูรของรัฐบาลยิ่งลักษณ์” หาก คสช. ไม่เท่าทันก็จะกลายเป็นการเข้ามาบริหารประเทศเพื่อต่อยอดให้ระบอบทักษิณโดยไม่รู้ตัว

อย่าปล่อยให้ระบอบทักษิณลอกคราบหากินบนหลัง คสช.
กำลังโหลดความคิดเห็น...