xs
xsm
sm
md
lg

“ประพันธ์-ปานเทพ” แนะ ปชป.อย่าร่วมอภิปรายซักฟอก ชี้สวนทางการต่อสู้ของมวลชน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ปานเทพ” ระบุ “สุเทพ” มีความเสี่ยงสูง ไม่เป็นผู้นำการปฏิวัติก็ต้องเป็นกบฏ ฉะนั้นการสู้ครั้งนี้ต้องชนะเท่านั้น ชี้จับตาประชาธิปัตย์เข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพราะเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับการต่อสู้ของมวลชนที่ไม่ยอมรับรัฐสภาแล้ว อีกทั้งยังช่วยให้รัฐบาลเดินตามเกมยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แทนที่จะยื้อจน ป.ป.ช.ถอดถอน 312 สภาทาส เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ด้าน “ประพันธ์” ย้ำตามกฎหมายสภาหมดความชอบธรรมแล้ว ไม่ควรร่วมสังฆกรรมอีก พร้อมปลุกประชาชนออกมาร่วมสู้ อย่าทิ้งผู้ชุมนุมโดดเดี่ยว


วันที่ 26 พ.ย. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วย นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ ร่วมสนทนาในรายการ “เกาะติดสถานการณ์การชุมนุม” ทางเอเอสทีวี

โดยนายปานเทพกล่าวว่า การเข้ายึดกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยของรัฐบาลชะงัก ถือเป็นแรงกดดันสูงสุด และนายสุเทพยังได้ยกระดับไปกว่าานั้นอีก ประกาศถึงขนาดตั้งสภาประชาชน สถาปนาอำนาจรัฐใหม่โดยประชาชน ซึ่งเป็นคำที่ใหญ่มาก และทำให้นายสุเทพสุ่มเสี่ยงต่อ 2 สถานภาพ คือ เป็นผู้นำการปฏิวัติ หรือฐานะกบฏ ฉะนั้นการสู้ครั้งนี้เลิกไม่ได้ต้องชนะสถานเดียว นายสนธิจึงเห็นว่าสถานการณ์วิกฤตขนาดนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีอย่างหนักหากมวลชนไม่หนาแน่นพอ นี่คือเหตุผลที่ต้องขอร้องให้มวลชนพันธมิตรฯ ไปช่วย แต่ก็อย่าทิ้ง คปท.ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ชุมนุมต้องยืนหยัดให้ได้จากวันนี้อย่างน้อยสุดต้องถึง 5 ธ.ค. วันนั้นจะเป็นวันที่ปลอดภัย แต่เกมอาจเร็วกว่านั้น

วันที่ 26-27 พ.ย.นี้ จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องจับตาดูว่านายกฯ ยังจะเข้าสภาหรือไม่ แล้วประชาธิปัตย์จะเข้าหรือไม่ หากยังเข้าร่วมแล้วที่นายสุเทพเพิ่งถามประชาชนว่ายังยอมรับระบอบนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งมวลชนไม่ยอมรับแล้ว ถ้าประชาธิปัตย์ยังเดินหน้าก็จะเป็นการขัดแย้งกับสิ่งที่ นายสุเทพกำลังสู้อยู่ เพราะหากพ้นวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ ยุบสภาเป็นไปตามกลไกทันที แต่ถ้าไม่อภิปรายก็ยังยุบสภาไม่ได้ แม้ว่าจะมีการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ถอดถอน 312 ส.ส.-ส.ว.ก็ยังยุบสภาไม่ได้ เมื่อนั้นจะเกิดสุญญากาศทันที

นายปานเทพยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เปรยว่าจะมีทหารมาช่วย แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ไม่ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แสดงว่าการเจรจาใช้กำลังทหารไม่สำเร็จ หรือการต่อรองไม่ลงตัว นอกจากนี้ การขยายพื้นที่บังคับใช้ พ.ร.บ.มั่นคงไปยัง อ.ลาดหลุมแก้ว ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ไทยคม สะท้อนว่ารัฐบาลอาจจะตัดสัญญาณทีวีดาวเทียม และเพื่อป้องกันประชาชนเข้าบุกยึด แบบที่เสื้อแดงเคยทำมาแล้วตอนปี 53 จึงครอบคลุมไปยังพื้นที่นี้ด้วย แต่ถ้าทำจริงตนว่ารัฐบาลคิดผิด เพราะคนจะมาล้นหลามยิ่งกว่าตอนมีดาวเทียมเสียอีก

ด้านนายประพันธ์กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 312 ส.ส.-ส.ว.สิ้นสภาพไปแล้ว ฉะนั้นการเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจก็หมดความชอบธรรม แม้ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลก็ตาม แต่คำพิพากษามีผลแล้ว และผูกพันทุกองค์กร การวินิจฉัยของ ป.ป.ช.เป็นแค่การเอาตัวไปลงโทษเท่านั้น ถ้าประชาธิปัตย์ยกเรื่องนี้เข้ามาก็สามารถมีมุมทางกฎหมายเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับการต่อสู้ของประชาชน แต่ถ้านายอภิสิทธิ์ยังดึงดันเข้าประชุม ก็จะเกิดคำถามที่ว่าคนทั้งประเทศปฏิเสธรัฐบาลและรัฐสภาแล้ว คุณจะไปยอมรับการประชุมของเขาทำไม อันนี้เป็นประเด็นทางกฎหมายที่ประชาธิปัตย์ต้องพิจารณาให้ดี วันนี้ นายสุเทพก้าวไกลไปกว่าประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์มาก ฉะนั้นไม่ควรมีกระบวนการใดๆ ที่เดินไปโดยระบอบรัฐสภาอีกแล้ว

การเคลื่อนไหวของประชาชนมีความจำเป็น เดิมทีนึกว่าจะรอ ป.ป.ช.วินิจฉัย แต่วันนี้ประชาชนไม่ต้องรอแล้ว แค่ศาลนิจฉัยก็ชอบธรรมพอในการเคลื่อนไหวแล้ว ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องออกมา อย่าปล่อยให้ผู้ชุมนุมโดดเดี่ยว แล้วถ้ารัฐบาลใช้กำลัง เชื่อว่าประชาชนจะออกมาทั้งประเทศ นอกจากนี้ตนขอแนะนำในฐานะกัลยาณมิตรว่า นายสุเทพควรมีทีมเสนาธิการคอยแถลงข่าวชี้แจงต่อสาธารณชน และตอบโต้ฝ่ายรัฐบาล เพราะถ้าอาศัยคำปราศรัยของสุเทพเพียงอย่างเดียวอาจมีความผิดพลาดได้

กำลังโหลดความคิดเห็น