รองโฆษกรัฐบาล เผย “โทนี แบลร์” จ้อไทยไม่ได้ถูกรัฐบาลว่าจ้าง ยันคนละเวทีกับปฏิรูปการเมือง เผย “อ้ายปึ้ง” บอกหากเสียงตอบรับดีจะจัดอีก
วันนี้ (30 ส.ค.) ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร จะเดินทางถึงประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.นี้ เพื่อร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ผนึกกำลังสู่อนาคต : เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์” โดย นายโทนี มีกำหนดพบหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในช่วงเช้า ก่อนเริ่มการแสดงปาฐกถา ส่วนวิทยากรอื่นๆ จะเดินทางถึงประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.นายมาร์ตี อาห์ติซารี อดีตประธานาธิบดีฟินแลนด์ และนางฟริซิลลา เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านและที่ปรึกษาอาวุโส Centre for Humanitarian Dialoque (HDC)
โดยในเวลา 19.00 น.ของวันที่ 1 ก.ย. นายกฯ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำวิทยากรทั้งหมด ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกำหนดการแสดงปาฐกถา ในวันที่ 2 ก.ย.ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี จะเริ่มจากการกล่าวถ้อยแถลงเปิดงานในเวลา 8.45 น.โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวถึงการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย กระบวนการปรองดอง และความคาดหวังต่อการปาฐกถาครั้งนี้ จากนั้น เวลา 9.15-9.30 น.นายกรัฐมนตรีจะถ่ายรูปร่วมกับวิทยากร ส่วนการกล่าวปาฐกถาโดย นายโทนี นายมาร์ตี และ นางฟริซิลลา จะมีขึ้นในเวลา 9.30-10.50 น.โดยช่วงพักกลางวัน จะมีงานเลี้ยงอาหารสำหรับวิทยากร
จากนั้นในช่วงบ่ายจะเป็นการเสนอมุมมองของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศและวิทยากรชาวไทย เช่น นายเยนส์ ออร์บัค อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมสวีเดน ศาสตราจารย์สตีเฟน สเตทแมน นักวิชาการจากมหาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก นายเคนท์ ฮาร์สเต็ดท์ สมาชิกรัฐภาสวีเดน นายไมเคิล วาทิคิโอทิส ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ HDC นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยคาดว่า การปาฐกถาจะเสร็จสิ้นในเวลา 17.30 น.โดยจะมีการถ่ายทอดสดทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBTช่วง 08.30-12.30 น.และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ช่อง AM 819 FM 92.5 และ FM 88 เวลา 08.30-17.30 น.
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หากการแสดงปาฐกถาพิเศษครั้งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดี ก็อาจมีการจัดปาฐกถาพิเศษครั้งที่สองขึ้นอีก โดยคราวหน้าจะมีการเชิญนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้วย โดยเชื่อว่าหากนายโคฟี ไม่ติดภารกิจอื่น ก็น่าจะยินดีเข้าร่วมแสดงปาฐกถาในประเทศไทย ส่วนกรณีการเดินทางมายังประเทศไทยของนายโทนีนั้น รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่า นายโทนี ไม่ได้มุ่งหวังสิ่งตอบแทน และไม่ได้ถูกว่าจ้างจากรัฐบาล แต่นายโทนี ต้องการเดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างสันติภาพ และกระบวนการปรองดองกับประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลขอชี้แจงว่า การแสดงปาฐกถาพิเศษนั้น เป็นเวทีวิชาการ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างองค์ความรู้เรื่องสันติภาพและประชาธิปไตย และเป็นคนละเวทีกันกับเวทีปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล แต่เชื่อว่าทั้งสองเวทีจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการเมืองไทยทั้งคู่



