ทีมรองโฆษกเรียงหน้าปกป้องนายกฯ เผยที่ประชุม ครม.ชื่นชมปาฐกถาประชาธิปไตย อ้างสะท้อนความจริงครบถ้วน ถูกต้อง แหลมคม ทรงพลัง เห็นพ้องแปลคำปาฐกถาให้สาธารณชนได้รับทราบ โวเชิญไทยเป็นสมาชิกประชาคมประชาธิปไตย “อ้ายปึ้ง” รับลูก โวลบล้างมลทินไทยในเวทีโลก ยันเนื้อหาไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ลั่นรัฐบาลเดินหน้าไม่หวั่นไหวอุปสรรค วอนกลุ่มหนุนให้กำลังใจ
วันนี้ (30 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ก่อนการประชุม ครม. ที่ประชุมได้แสดงความเห็นถึงการกล่าวปาฐกถาพิเศษของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่เมืองอูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ซึ่ง ครม.มีความเห็นว่า สิ่งที่ น.ส ยิ่งลักษณ์กล่าวสะท้อนความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ประชาธิปไตยของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง มีความแหลมคม และทรงพลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ ทั้งยังเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อประชาคมโลกว่าประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการเมืองไทย ให้มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่สำคัญการปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่รักประชาธิปไตย ซึ่งได้แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจนว่า สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างมาก และเป็นการสะท้อนถึงบทบาทความเป็นผู้นำของประเทศไทยในการผลักดันระบอบประชาธิปไตยในภูมิภาคและในสังคมโลก
ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวต่อว่า ครม.ได้เห็นพ้องกันว่าควรมีการเผยแพร่คำแปลของคำปาฐกถาของนายกฯ ให้สาธารณชนได้รับทราบด้วย ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณ ครม.ที่ให้การสนับสนุนท่าทีของรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยและการแสดงจุดยืนบนเวทีโลก พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลอยากเห็นการปฏิรูปการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์ จากประชาคมโลก และนายกฯ ยังเห็นว่าเวทีการประชุมประชาคมประชาธิปไตยเป็นเวทีที่มีประโยชน์ และแจ้งให้ ครม ทราบว่า ผู้จัดการประชุมได้เชิญประเทศไทยสมัครเป็นสมาชิก โดยไทยจะได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกระดับกรรมการบอร์ดของเวทีดังกล่าวด้วย และอยากให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมเวทีดังกล่าวในปี 2558 อีกด้วย และหลังจากนี้ นายกฯ อยากให้ประเทศไทยเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในเวทีโลกต่างๆ ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งที่ประชุม ครม.ได้เห็นด้วย โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับที่จะไปศึกษาและจะทำเรื่องกลับมาขออนุมัติ ครม.ต่อไป
นอกจากนี้ นายสุรพงษ์กล่าวด้วยว่า เวทีการประชุมประชาคมประชาธิปไตย ที่นายกฯ ไปแสดงปาฐกถาที่มองโกเลียนั้น เป็นเวทีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและได้รับการยอมรับในประชาคมโลก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งรัฐบาลที่ได้อำนาจมาอย่างไม่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย แต่ได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ไม่ได้รับการต้อนรับและถูกประณามจากเวทีดังกล่าว ในนามของรัฐบาลไทยขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ถ้อยแถลงของนายกฯ ถือเป็นการลบล้างมลทินของประเทศไทยในเวทีโลก เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะทำให้ประชาคมโลกมองประเทศไทยด้วยสายตาที่ชื่นชม ไม่ใช่การสร้างความเสียหายอย่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกล่าวหา ส่วนเนื้อหาในถ้อยแถลงก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของประเทศไทย ในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยในประเทศ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ และตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในสังคม และรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันกระบวนการประชาธิปไตยให้มีความเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค และขอให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยให้กำลังใจรัฐบาลในการทำภารกิจนี้ให้ลุล่วงด้วย
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับเชิญในฐานะผู้นำประเทศเพียงคนเดียว จึงได้รับเกียรติให้เป็นผู้ปาฐกถาในหัวข้อประชาธิปไตย ซึ่งจากคำกล่าวของนายกฯ เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งเรื่องรัฐประหารปี 2549 และการเข่นฆ่าประชาชนในปี 2553 ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ทั่วโลกก็ได้รับรู้เรื่อง นายกฯ ไม่ผิดเพียงแต่พูดเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงเท่านั้น และต้องการเน้นย้ำอยากให้มีระบอกประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์และขอให้ทุกคนสนับสนุนประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดเสรีภาพแก่ลูกหลานในอนาคต ดังนั้นจึงเห็นว่านายกฯมีการพูดเพื่อให้สอดคล้องกับเวทีและหัวข้อ
ขณะที่นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปาฐกถาของนายกฯ ที่มองโกเลีย เป็นการได้รับเชิญไปพูด และแสดงให้เป็นถึงการดำเนินงานเพื่อให้มีประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาในภูมิภาคนี้ประเทศไทยก็มีประสบการณ์ในหลายเรื่อง ทั้งการเคยมีรัฐประหารและกลับมามีประชาธิปไตย และเวทีนี้เป็นเรื่องประชาธิปไตย จะให้นายกฯ ไปพูดเรื่องเศรษฐกิจ หรือไปขายน้ำมันปาล์มก็ไม่ใช่ เมื่อเป็นเวทีประชาธิปไตย และประเทศเราก็ไม่ใช่ว่าสงบหรือเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้มาตลอด ก็ต้องพูดในเรื่องนี้ เชื่อว่านายกฯ ได้ทำหน้าที่อย่างดีแล้ว ถูกต้องถูกเวลาและถูกเวที



