xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ร่วมเปิดเอซีดี หนุนเชื่อมโยงภูมิภาค สร้างความมั่นคงอาหาร-พลังงาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
“ยิ่งลักษณ์” ร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำเอซีดี หวังส่งข้อความเอเชียพร้อมขยายความร่วมมือการค้าสู่โลก เน้นสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน ชูกลยุทธ์ครัวไทยสู่โลก หนุนทำแผนงานให้ชัด ยันไทยพร้อมจัดถก เสนอตั้งเลขาฯ

วันนี้ (16 ต.ค.) ณ อาคาร Tahrir พระราชวังบายัน รัฐคูเวต เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำ ACD โดยมี H.H. Sheikh Sabah Al-Ahmed Al-Jaber Al-Sabah เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต รอให้การต้อนรับ และเป็นประธานในพิธีเปิดร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิก ACD กว่า 32 ประเทศ

โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงาน (ACD Coordinator) กล่าวตอนหนึ่งว่า ในปัจจุบันโลกต้องเผชิญช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปและปัญหาความยุ่งยากต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วได้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 3.3 เปอร์เซ็นต์ และมูลค่าการค้าโลกคาดว่าจะลดต่ำลงจาก 5.8 เมื่อปีที่แล้วเหลือเพียง 3.2 ในปีนี้ ซึ่งไม่ช้าหรือเร็วประเทศในเอเชียย่อมได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วย ดังนั้น การประชุม ACD ครั้งนี้จึงมีความสำคัญ ทันต่อเวลา และเป็นการส่งข้อความว่าเอเชียได้ยืนยันที่จะขยายความร่วมมือและการค้าการลงทุนภายในเอเชียและเชื่อมไปยังส่วนอื่นของโลก แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยมี ACD เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประเทศสมาชิกในเอเชียไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้ ดังนี้

ประการแรก “การสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคเอเชีย” การสร้างความเชื่อมโยงทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียจะช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้กว้างมากยิ่งขึ้น โดยการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) หมายถึงการมีการขนส่งที่ดีขึ้น มีการเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้การค้าและการลงทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎและระเบียบด้านการขนส่งข้ามพรมแดนที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ การสร้างความเชื่อมโยงทั้งจากโครงการเส้นทางรถไฟเชื่อมเอเชีย (Trans-Asian Railway) และโครงการเส้นทางรถไฟสายทรานไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) จะช่วยให้ทวีปเอเชียมีความเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น ความเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถสร้าง “เส้นทางสายไหม” ใหม่สำหรับเอเชีย ที่สามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นให้กับทุกคนได้ และเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศสมาชิกต้องร่วมกันหาเงินทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอีกว่า การสร้างความเชื่อมโยงยังหมายถึงการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในทวีปเอเชีย การแบ่งปันความคิด ผ่านความร่วมมือและการเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งจะไม่เพียงช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และการแสดงเคารพต่อความหลากหลายแล้ว แต่ยังหมายถึงการสนับสนุนความร่วมมือในกรอบของ ACD ที่มีอยู่กว่า 20 สาขาความร่วมมือด้วย เช่น การเงิน การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ประการที่สอง “ด้านความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งเป็นความร่วมมืออีกสาขาหนึ่งที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกใน ACD นั่นคือ ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งยังเป็นจุดแข็งของทวีปเอเชียอีกด้วย โดยประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักของโลกได้สร้างกลยุทธ์ใหม่ นั่นคือโครงการ “ครัวไทยสู่โลก” ทั้งนี้ ไทยกำลังมองหาประเทศพันธมิตรทั้งในและนอก ​​ACD เพื่อช่วยในด้านการผลิต การส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยรวมถึงอาหารฮาลาล ให้ไปสู่ “ครัวโลก” บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ไทยได้เตรียมพร้อมสำหรับการหารือเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางอาหารภายใน ACD จากประสบการณ์ของไทยในอาเซียนและอาเซียนบวกสาม เกี่ยวกับคลังข้าวสำรองฉุกเฉิน (emergency rice reserves) นอกจากนี้ยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและลอจิสติกส์เกี่ยวกับการจัดการของเสียจากอาหาร (food waste)

ประการที่สาม “ความมั่นคงทางพลังงาน” ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นจุดแข็งของภูมิภาคเอเชียอีกด้าน คือ ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งมีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้ การมีแหล่งพลังงานที่มีเสถียรภาพจะช่วยส่งเสริมกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยวจนถึงการขนส่ง ดังนั้นถ้าพลังงานมีเสถียรภาพ ก็หมายถึงการมีอาหารอย่างเพียงพอสำหรับทุกคน ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่ทุกฝ่ายจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน การขยายกรอบความร่วมมือในเรื่องความมั่นคงทางอาหารและพลังงานนั้นอยู่ในความสนใจของทุกประเทศสมาชิกใน ACD นอกจากนี้ ในการหารือยังสามารถมุ่งเน้นไปที่การหาพลังงานเสริมทางเลือกเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายกฯ กล่าวต่อว่า การสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มประเทศสมาชิก ACD ในด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ด้านการเพิ่มพูนแหล่งเงินทุนภายในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมการทำงานร่วมกันในภูมิภาคเพื่อความเชื่อมโยงที่มากยิ่งขึ้น จะทำให้ ACD มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของภูมิภาคเอเชีย ในขณะเดียวกัน ความหลากหลายในภูมิภาคจะยังช่วยสนับสนุนพัฒนาการในด้านต่างๆ ของโลกด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ACD ควรมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าภาพการประชุมหารือของอดีตประธาน ACD ประธาน ACD ปัจจุบัน รวมถึงอนาคตประธาน ACD ซึ่งการหารือนี้จะช่วยทำให้การวางแผนและติดตามการดำเนินการต่างๆ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไทยยังเสนอให้มีการจัดตั้งเลขาธิการ ACD เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าการประชุมในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ควรจัดขึ้นในการประชุมระดับรัฐมนตรีในปี 2013

นายกฯ กล่าวอีกว่า จากตัวอย่างที่ดีของรัฐคูเวตที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากด้านการเมือง ไทยจึงเสนอให้มีการจัด ACD Summits ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกทุกประเทศ และในการเป็นเจ้าภาพ ACD Summits ในปี 2015 ซึ่งเป็นปีแห่งการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้ ACD ประสบความสำเร็จสูงสุดในการดำเนินการ

ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้ย้ำต่อที่ประชุม ACD ขอให้มีการจัดประชุมระดับผู้นำและระดับรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นเวทีหลักของเอเชียในการเสริมสร้างความร่วมมือ โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็งในระดับภูมิภาคเอเชีย


กำลังโหลดความคิดเห็น