xs
xsm
sm
md
lg

“เกียรติ” แฉ! แอลพีจีครัวเรือนพุ่งผิดปกติ เชื่อมีการแอบลักลอบขาย ตปท.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เกียรติ สิทธีอมร
รองนายกฯ เงา ปชป. แฉแอลจีพีภาคครัวเรือน มีปริมาณการใช้พุ่ง 1 เท่าตัวผิดปกติ เหตุมีการลักลอบส่งออกขายต่างประเทศ จี้กระทรวงพลังงาน-รบ.แจง ต้นเหตุทำสินค้าราคาแพง แนะเลิกอุดหนุนภาคปิโตรเคมี ปตท.ฟันกำไรมหาศาล ซัด “ปลัดพาณิชย์” อย่าตอบโต้เชิงการเมืองเรื่องของแพง

วันนี้ (9 พ.ค.) นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเงาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นว่า ขณะนี้รัฐบาลดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เพราะจากสถานการณ์ราคาสินค้าแพงก็เพราะพลังงานแพง โดยตนได้ตรวจสอบจากเอกสารของกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นรายงานการใช้ก๊าซแอลพีจีในช่วงปี 2551-2554 เป็นข้อมูลทางการและเป็นที่ยอมรับทุกฝ่ายในการใช้พลังงาน แบ่งเป็นการใช้พลังงาน 4 ประเภท คือ ภาคครัวเรือน ภาครถยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมี ซึ่งตัวเลขทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ภาคครัวเรือนกับภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้ถึง 75% ของแอลพีจีทั้งหมดที่เหลือเป็นภาคอุตสาหกรรม และภาครถยนต์ ที่ผ่านมารัฐบาลมีการกล่าวอ้างว่ามีการใช้แอลพีจีเพิ่มมากขึ้นในส่วนของภาครถยนต์ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะตัวเลขการเติบโตของภาครถยนต์เพิ่มไม่ถึง 10% ส่วนภาคอตุสาหกรรมปกติก็เพิ่มขึ้นไม่มาก เป็นไปตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายเกียรติกล่าวต่อว่า แต่ที่ผิดปกติอย่างมากมี 2 ภาค คือ ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว ปกติการใช้เพิ่มขึ้นจะต้องสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจและการเติบโตของประชากร ซึ่งประเทศไทยไม่ได้มีพลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยถึงขนาดที่จะต้องใช้ก๊าซแอลพีจีเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว คือมีการใช้ในภาคครัวเรือนทั้งหมดกว่า 40% ของการใช้แอลพีจีทั้งหมด ซึ่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พลังงานได้มีการซักถามในประเด็นนี้ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือมีการลักลอบนำออกไปในปริมาณที่สูงอย่างมีนัยสำคัญผิดปกติอย่างมาก ส่วนภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า ใน 3 ปี โดยไปเพิ่มอยู่ในกลุ่มบริษัทของ ปตท.ทั้งสิ้น

“ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมภาคปิโตรเคมีต้องใช้ก๊าซที่ได้รับการอุดหนุนเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงในราคาถูกเพื่อให้สร้างกำไรอย่างมากมาย นโยบายไม่ควรเป็นอย่างนั้น ซึ่งเราควรอุดหนุนก๊าซแอลพีจีเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพื่อการลักลอบออกไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่มีลักลอบออกไปจากตัวเลขของทางการ เทียบเท่ากับประชากรเกือบ 50 ล้านคน แสดงว่าก๊าซแอลพีจีของเราที่หายไปมีปริมาณสูงมาก ก็ต้องตั้งคำถามว่านโยบายคืออะไรแน่ ทำไมทางการไม่แก้ปัญหาในส่วนนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนเพื่อช่วยประชาชน แต่กลับดำเนินนโยบายไปอีกทาง ทำให้กระทบต่อประชาชนคนไทยโดยตรง และกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารขนส่งกระทบหมด” นายเกียรติกล่าว

นายเกียรติกล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่นายกฯ และ รมว.พลังงานต้องชี้แจง คือ 1. ก๊าซแอลพีจีหายไปไหน และมีมาตรการในการแก้ปัญหานี้อย่างไร 2. ถูกต้องแล้วหรือที่ให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ใช้วัตถุดิบซึ่งเป็นก๊าซแอลพีจีในราคาอุดหนุน และสร้างกำไรอย่างมหาศาลให้แก่บริษัทในกลุ่ม ปตท. ทั้งๆ ที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีตอนนี้กำไรสูงมาก นโยบายที่ผิดพลาดตรงนี้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เราเตือนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ยอมละ ในเรื่องการปรับขึ้นแอลพีจีตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นผลส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าต่างๆ ขยับตัวสูงขึ้น และไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน วันนี้ถ้าเข้าเว็บไซต์กระทรวงพลังงานก็จะเห็นตัวเลขที่กล่าวมา แต่ไม่มีใครยอมพูดถึงเรื่องความผิดปกติตรงนี้ รัฐบาลต้องมีนโยบายที่จะไปกำกับดูแลไม่ให้เกิดการลักลอบ ตอนนี้ผู้ส่งออกหรือลักลอบออกไป ได้ประโยชน์ 2 เด้ง ได้จากการอุดหนุนภายในส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งได้จากราคาก๊าซที่สูงในต่างประเทศ ต้องไม่อ้างกลไกตลาด เพราะก๊าซธรรมชาติวันนี้ในประเทศไทยยังมีพอที่จะดูแลภาคครัวเรือนให้ใช้ก๊าซแอลพีในราคาที่ถูกต้องเหมาะสม วันนี้ประชาชนเดือดร้อนขอให้นายกฯ และรมว.พลังงานออกมาแถลงชี้แจงว่าปัญหาตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลต้องลอยตัวเป็นเพราะต้องแก้ปัญหาเรื่องการลักลอบออกไปต่างประเทศ นายเกียรติกล่าวว่า การลอยตัวเป็นวิธีหนึ่ง การที่ประเทศไทยมีก๊าซของเราเองก็เป็นเรื่องที่จะต้องมากำหนดนโยบายเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่มีพลังงานในประเทศ อย่างอินโดนีเซีย มาเลเซียที่เขาดูแลประชาชนในประเทศ เพราะเขามีทรัพยากรของตัวเอง ทำไมประเทศไทยต้องไปเลียนแบบประเทศที่เขาต้องนำเข้าทรัพยากรเหล่านี้จะคุมง่ายนิดเดียวคือ เรื่องถังแกสทำไมไม่คุมคนส่งออก เพราะถังแก๊สหลายสิบล้านใบหายไปไม่ใช่เรื่องปกติ นอกจากนี้ ต้องมีมาตรการอื่นๆ ที่จะมาดูแลให้มีประสิทธิผลมากกว่านี้ ถ้าอ้างเรื่องกลไกตลาดก็ฟังดูดี แต่ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ค้าที่เราเห็นกันอยู่แล้ว

นายเกียรติกล่าวอีกว่า จากการที่ฟังนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ออกมาตอบโต้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นผู้ใหญ่มีหน้าที่ดูแลงานในกระทรวงให้สัมฤทธิผลเป็นไปตามนโยบาย สิ่งที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พูดออกไปเป็นการสะท้อนความเครียดและความเดือดร้อนของประชาชน ท่านควรจะชี้แจงตัวเลขมากกว่าออกมาตอบโต้เชิงการเมือง ตนมีคณะทำงานตรวจตลาดทุกเดือนพบว่าตัวเลขที่อยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ไม่ตรงกับราคาในหลายตลาด ประเด็นนี้คงไม่ต้องโต้แย้งกันสิ่งที่ควรจะทำคือหาทางแก้ไขมากกว่า

“ผมเคยแนะนำกระทรวงพาณิชย์ให้บอกประชาชนให้ทราบว่าราคาที่แท้จริงเท่าใด เพราะมีพาณิชย์อยู่ทุกจังหวัดประชาชนจะได้รู้ว่าราคาสินค้าต่างๆ อยู่ที่เท่าใด ไม่อยากเห็นปลัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งออกมาตอบโต้ในเชิงการเมือง ทั้งๆ ที่พรรคการเมืองสะท้อนความเป็นห่วงและความเดือดร้อนของประชาชน ก็ฝากไว้รู้จักท่านมานาน 20 กว่าปีแล้วเคยร่วมงานกันมา เป็นห่วงถ้าท่านออกมาในแนวนี้เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด ท่านคงจะเครียดผมเข้าใจ เพราะการคุมราคาของแพงมันเป็นปลายทาง” นายเกียรติกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น