xs
xsm
sm
md
lg

“ทักษิณ” มาปักหลักกัมพูชาวางแผนสู้ศึกชิงเมืองไทย!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“จะนำพรรคเพื่อไทยหลังการเลือกตั้ง ชูนโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ต้องคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองนับตั้งแต่การรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของผม เพื่อลดความขัดแย้งของสังคมไทยที่ได้ดำเนินมาตลอด 5 ปี ซึ่งทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ

ผมมีกำลังใจมากขึ้นจากกระแสและสถานการณ์ลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ และการเลือกตั้งในประเทศไทยที่อาจจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้อยู่บนทางสองแพร่ง และสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ ได้บอกกับเราว่าโลกทั้งหมดกำลังเปลี่ยนแปลง เพราะผลกระทบจากอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายชุมชนทางสังคมออนไลน์”

เนื้อหาข้างต้นเป็นคำพูดของ ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญา ผ่านวอลล์สตรีท เจอร์นัล ซึ่งรายงานข่าวดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 8 เม.ย.54 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทักษิณได้โฟนอินถี่ยิบสั่งการกำหนดทิศทางการเมืองให้กับทั้งพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง

เป็นความย่ามใจของ ทักษิณ ที่ประกาศตัวเข้ามาคุมเกมแบบไม่เหนียม แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ส่ง สมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินีในการเลือกตั้งปี 2550 ซึ่ง ทักษิณ ยังใช้วิธีแอบๆ ซ่อนๆ สั่งการลับหลังใช้สมัคร ออกหน้า แต่คราวนี้ในขณะที่ยังหานอมินีไม่ได้ ทักษิณ ก็เปิดหน้าไพ่ยื่นหน้าชกกันแบบจะจะไปเลย

อาจเป็นเพราะเขาประเมินว่าพลังทางสังคมที่เคยต่อต้านเขาอ่อนล้าโรยแรงลง ถึงขั้นที่เขาคิดว่าจะไม่มีกระแสคัดค้านไม่ว่าเขาจะปู้ยี่ปู้ยำหลักนิติรัฐของบ้านเมืองนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองอย่างไร จึงทำให้กล้าที่จะระบุชัดเจนว่าจะให้พรรคเพื่อไทยออกกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองกับผู้กระทำผิดหลังรัฐประหารปี 2549

ซึ่งก็หมายความว่าที่ทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเผาบ้านเผาเมือง ใช้กองกำลังฆ่าเจ้าหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ รวมไปถึงใช้ลิ่วล้อในพรรคเพื่อไทยป่วนสภา ล้วนแต่เป็นการชิงอำนาจเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดเท่านั้น

ที่น่าติดตามคือ การเคลื่อนไหวที่ไม่อดออมถนอมตัวของ ทักษิณ คราวนี้สร้างความอึดอัดให้กับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอย่างยิ่ง เพราะการพำนักในดูไบของทักษิณนั้น อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งครั้งหนึ่งในปี 2552 ช่วงแดงล้มการประชุมอาเซียนมาจนถึงปี 2553 ที่แดงเผาเมือง ทักษิณ ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตในดูไบได้ เพราะถูกอัปเปหิออกนอกพื้นที่เนื่องจากกระทำการผิดเงื่อนไข

เมื่อข้อตกลงระหว่างกันกำลังถูกละเมิด ทางการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จึงมีการยื่นโนติสถึง ทักษิณ ให้หยุดการเคลื่อนไหวหรือไม่ก็ออกจากดูไบไป ทำให้ ทักษิณ ต้องมองหาที่อยู่ใหม่เพื่อใช้เป็นกองบัญชาการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งที่หมายหนึ่งคือ ประเทศอูกันด้า แต่ติดปัญหาว่าห่างไกลเกินไปทำให้การติดต่อสื่อสารจะทำได้ยาก

จึงมีแผนที่จะเดินทางมาวางแผนชิงเมืองไทย ที่กัมพูชา!

คำถามสำหรับคนไทยวันนี้ คือ เราจะยอมให้ ทักษิณ ย่ำยีประเทศนี้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้จริงหรือ

เราจะยอมให้มีการทำลายหลักนิติรัฐเพื่อประโยชน์ของ ทักษิณ เพียงคนเดียวได้จริงหรือ เพราะถ้าจะนิรโทษกรรมเพื่อประโยชน์ของบุคคล ซึ่งเป็นข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ 50 มันก็ต้องเริ่มต้นด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยออกกฎหมายเพื่อตัวเอง

ถามต่อไปว่า บ้านเมืองนี้จะยอมให้ฝ่ายการเมืองออกกฎหมายให้ ทักษิณ พ้นผิด ในคดีทุจริตคอรัปชั่น ที่ “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ได้ตัดสินเป็นที่สุดไปแล้วจริงหรือ

เงินของชาติที่ถูกโกงไปกว่าจะยึดคืนมาได้ 4.6 หมื่นล้านบาท เลือดตาแทบกระเด็น ทั้งหมดจะสูญเปล่าและกลับคืนไปอยู่ในกระเป๋าโจรที่ขโมยเงินประชาชนไปอย่างนั้นหรือ

ที่สำคัญคือ ประโยคสุดท้ายของ ทักษิณ เกี่ยวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น มันไปไกลมากกว่าแค่เป้าหมายที่ต้องการอำนาจและเงินคืนเท่านั้น แต่มันจินตภาพไปถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ที่แน่นอนว่า จากพฤติกรรมของคนเหล่านี้มันชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่าจะกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ

วันนี้สำหรับประเทศไทยอยู่บนทางสองแพร่งจริงอย่างที่ ทักษิณ พูด นั่นคือ เราต้องเลือกว่าจะยืนหยัดพัฒนาประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป หรือจะเดินตาม ทักษิณ ที่กำลังออกแบบสร้างรัฐไทยใหม่มาครอบบ้านเมือง

คนไทยต้องเป็นผู้ให้คำตอบ และกำหนดอนาคตประเทศชาติ
กำลังโหลดความคิดเห็น...