xs
xsm
sm
md
lg

เกมลึก“เหลิม”ขู่หนี“แม้ว”ปล่อย “มิ่งขวัญ”ฆ่าตัวตาย!

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
ดูจากปรากฎการณ์แล้ว อาจมองได้ว่า เรื่องน่าจะบานปลายกันไปใหญ่ หรือเป็นแค่เรื่องการต่อรองทางการเมืองเท่านั้น กับการยื่นเงื่อนไข 3 ข้อและต้องทำให้ชัดเจนภายใน 3 เดือน ของเฉลิม อยู่บำรุง ที่ให้ทักษิณ ชินวัตรและแกนนำพรรค ส.ส.พรรค ต้องทำตาม คือ

1. การชู พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า 2. การชูนโยบายแยกกรุงเทพมหานครออกเป็น 3 ส่วน เพื่อการบริหารงาน และ 3. การตกผลึกทางความคิดของคนในพรรคให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ครั้งนี้ ดูแล้วเสมือน “เหลิม” เอาจริงแน่นอน ไม่เล่นเกมแบบชักเข้าชักออก เพราะคำให้สัมภาษณ์ล่าสุด เจ้าตัวแสดงความไม่พอใจหลายเรื่องกับการทำงานการเมืองในพรรคเพื่อไทย ที่เล่นเอาปัญหาในพรรคมาขายให้คู่แข่งพรรคการเมืองอื่นแบบแก้ผ้าล่อนจ้อน อย่างเช่น

“หากพรรคเพื่อไทยไม่ปรับแนวทางตามข้อเสนอของผม จะทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะการชูนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ไม่สามารถเป็นจุดขายสู้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันได้

พวกนี้มันยังไม่รู้เงาหัวตัวเอง ยังไงก็แพ้อยู่แล้ว ถึงแม้ชนะเลือกตั้งมาก็ถูกกกต.เล่นงานอยู่ดีที่ผ่านมา ผมบอกอะไรไปก็ไม่มีใครทำ เป็นแบบนี้พรรคก็แย่ คนในพรรคกีดกันแนวคิดผมมาตลอด พูดอะไรไปก็ไม่มีใครยอมรับทั้งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์กับพรรค พวกนักรบในห้องแอร์ พวกหิ้วเงินมาให้ส.ส.ในพรรคแต่ผมมันไม่มีเงิน”

ที่ผ่านมาแนวคิดของ ผมถูกกีดกันโดยคนภายในพรรค ทั้งๆ ที่เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับพรรค ถ้าพรรคยังคงชูมิ่งขวัญรับรองว่าแพ้แน่นอนเพราะไม่สามารถเป็นจุดขายได้

ถ้า 3 เงื่อนไขนี้ พรรคไม่เอาด้วย ผมพร้อมที่จะทบทวนจุดยืนของตัวเองใหม่ภายใน 3 เดือน ด้วยการยุติบทบาททางการเมือง หรือย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ที่จะมีชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ นิติภูมิ นวรัตน์ ซึ่งไปจดทะเบียนกับกกต.ในชื่อ “พรรครักเมืองไทย”ไว้แล้ว โดยจะชูนโยบายสร้างความปรองดอง และถึงแม้จะอยู่พรรคใหมนี้แต่ก็จะชูพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ดี”

เล่นเอาพรรคมาเผากันข้างนอก แบบนี้ ถ้าทักษิณ และแกนนำหลายกลุ่มที่ไม่ได้สนับสนุน “เหลิม” ยังทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันจะยิ่งทำให้ “เหลิม”ได้ใจ และกร่างไม่จบสิ้น

อย่างไรก็ดี เชื่อได้ว่าแกนนำพรรคหลายก๊วนที่ไม่พอใจ “เหลิม”เป็นทุนเดิม คงคิดใช้โอกาสนี้ มองว่าเมื่อเดินไปด้วยกันไม่ได้ มันก็ต้อง ปิดบัญชีสายสัมพันธ์ แม้จะมีแรงต้านจากแกนนำอีกหลายซีกเช่นกันที่มองว่าพรรคยังต้องมีขุนศึกเลือกตั้งอย่างเฉลิมไว้ใช้งานก็ตาม

ก่อนจะไปดูความเป็นไปได้ในการตั้งพรรคใหม่ ก็ต้องกลับไปดูเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่ “เหลิม” ไม่ร่วมซักฟอกกับพรรค แต่จะใช้วิธีตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีในประเด็นร้อนๆ แต่ละสัปดาห์แบบ ถามเดี่ยว อภิปรายคนเดียว

มีคนในเพื่อไทยบอกว่า เจ้าตัว บ่นไม่พอใจมานานตั้งแต่ก่อนปีใหม่ กับส.ส.ใกล้ชิดที่แวะเวียนไปหาไปอวยพรปีใหม่ถึงบ้านริมคลอง ว่า สู้เพื่อพรรคมาก็มาก อภิปรายไม่ไว้วางใจปี 52 เรื่องเงินทีพีไอ-ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ลุยเต็มเหนี่ยว เกือบล้างแค้นให้พรรคได้สำเร็จ แต่ศาลรัฐธรรมนูญให้ปชป.รอด แต่พรรคกลับจะให้ ส.ส.สมัยแรก มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ขึ้นมานำทัพแทน มันรับไม่ได้

แถมวิเคราะห์การเมืองให้คนใกล้ชิดฟังว่า ดูแล้วแนวคิดการทำการเมืองของตัวเองกับคนในพรรคต่างกันมาก พวกส.ส.รุ่นน้องหลายคนยังอ่อนพรรษา คิดจะขายนโยบาย ขายพรรค แต่ไม่ขายทักษิณมันไปไม่รอด และมองว่าโอกาสของพรรคทางการเมืองช่างตีบตัน เพราะโดนบล็อกหนักไม่ให้ขึ้นมามีอำนาจอีกครั้ง เพื่อไทยดูแล้วยังเหนื่อยอีกนาน อันดับแรกเลยขอวางมือไม่ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน ส่วนเรื่องอื่นไว้คิดกันทีหลัง

ข่าวลือเล่ากันมาเป็นทอดๆ ว่า ตอนแรกแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ถอดสัญญาณทักษิณมาว่าให้โอกาสมิ่งขวัญ ตามแรงเชียร์ของส.ส.ในพรรค ก็คิดว่า ปัญหาในพรรคคงเคลียร์กันได้หลังปีใหม่ แต่ช่วงหลัง เฉลิม เริ่มหายหน้าหายตาไปจากพรรค ประชุมพรรค คณะทำงานชุดไหน ก็ไม่เคยมา ยิ่งเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เหลิมแทบไม่เคยมาร่วมด้วย

จนกระทั่งเหลิมไปโผล่ในงานเลี้ยงฉลองส่วนตัวของโฆษกพรรค พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค. 54 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 ที่มีแกนนำพรรคหลายสายเช่นพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ไปร่วมงาน จึงมีคนได้ยินเสียงเฉลิมรำพันให้คนนั่งข้างๆ ฟัง แต่ก็ลอยเข้าหูแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ไปในงานนี้ว่า

“อภิปรายรอบนี้ อาคงขอบายให้มิ่งขวัญโซโลเดี่ยว สไตล์อากับมิ่งมันคนละทางกัน”

เรื่องที่แกนนำพรรคคิดเอาไว้ว่า คงเคลียร์กันได้ เลยทำท่าจะยาก เพราะเหลิมเล่นให้ข่าวนี้ออกมาผ่านหน้าสื่อในวันรุ่งขึ้น ว่าไม่ร่วมวงอภิปรายด้วย มันเลยคุยกันยากแล้วทั้งสองฝ่าย

ทั้งฝ่ายทักษิณ พี่น้องตระกูลชินวัตรในพรรคอย่างพายัพ -ยิ่งลักษณ์และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ กับฝ่ายเฉลิม อยู่บำรุง

สรุปได้ว่า ที่มาของเรื่องเพื่อไทยวงแตก ล่อกันเองนอกพรรค ไม่มีอะไรมาก เป็นเรื่องของการ แย่งซีน-ชิงการนำ กันในพรรคเพื่อไทย ระหว่างคนที่หวังจะได้เป็นผู้นำพรรคและว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยก็เท่านั้นเอง

เพราะเมื่อเฉลิม มั่นใจว่าในพรรคไม่มีใครพร้อมเท่าตนอีกแล้ว แต่เมื่อไม่ได้แรงหนุนจากส.ส.ในพรรค ให้ขึ้นมามีบทบาทอย่างแท้จริง เฉลิม ก็ชักไม่แน่ใจอนาคตของตนเองว่า ถึงเวลาสำคัญขึ้นมาจริงๆ หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลรอบหน้า แล้วตนจะได้สมหวังในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ และทักษิณและพี่น้องตระกูลชินวัตร ก็ไม่แสดงท่าทีให้ชัดว่าจะเอาใคร หนุนใคร

เฉลิม ก็รู้ดีว่า ก็ย่อมมีโอกาสถูกหลอกใช้งานฟรีเหมือนสมัคร สุนทรเวช ตอนจะกลับมาเป็นนายกฯรอบสอง เข้าทำนอง เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล “เหลิม” จึงถือโอกาสนี้วัดใจทักษิณกันให้รู้แล้วรู้แล้วกันไปเลย ทั้งสร้างข่าวตั้งพรรคใหม่และปล่อยให้มิ่งขวัญโชว์เดี่ยว

หวังให้ทักษิณรู้ว่า ขาด “เหลิม”แล้วจะรู้สึก

ทั้งนี้ทั้งนั้น เจ้าตัวอาจเชื่อว่า มิ่งขวัญ ไม่แข็งแกร่งและดีพอ สำหรับงานใหญ่อย่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นสู้ปล่อยให้เวทีนี้ฆ่ามิ่งขวัญให้ตายทางการเมืองไปเลย หากสุดท้ายแนวคิดตั้งพรรคที่ปล่อยออกมา เดินไปไม่ได้แล้วกลับลำอยู่เพื่อไทยต่อ จะได้หมดคู่แข่งในพรรคให้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอไปถึงเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย อาการงอนของ “เหลิม” หรือข่าว “เหลิม” ทิ้งพรรค สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า พรรคกำลังอยู่ในสภาพระส่ำระสายอย่างแท้จริง และคงต้องถึงเวลาแล้วที่ทักษิณต้องเด็ดขาดกับหลายเรื่องที่ทิ้งไว้ อย่างเรื่องหัวหน้าพรรค-แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี

ไม่อย่างงั้น ไม่ใช่แค่ “เหลิม”คนเดียวที่จะย้ายออกจากพรรคไป!
กำลังโหลดความคิดเห็น