xs
xsm
sm
md
lg

อนุฯ สอบเหตุแดงถ่อยบุกพัทยา เตรียมล่าตัวคนเสื้อน้ำเงินแจงเหตุปะทะ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ที่ประชุมอนุกรรมการสอบเหตุการณ์ม็อบแดงบุกพัทยา เตรียมล่าหากลุ่มเสื้อน้ำเงิน เหตุไม่ควรปล่อยลอยนวล ด้าน ส.ส.ปชป.กางปีกป้องอ้างเป็นประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่ตำรวจ ที่ทนไม่ไหว ส่วน “ส.ส.เพื่อแม้ว” ลั่นมีพยาน-หลักฐานชัดว่าเป็นตำรวจถูกสั่งมา อ้างมีตำรวจพร้อมให้ข้อมูลกว่า 500 นาย จนที่ประชุมเห็นควรลงพื้นที่ชลบุรี 8 มิ.ย.นี้ สอบถามเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมเชิญ “อดีตผู้ว่าฯ-ผู้กำกับ” ชี้แจง

วันนี้ (26 พ.ค.) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะอนุกรรมการรวบรวมเหตุการณ์การประชุมที่เมืองพัทยาและภูมิภาค โดยมี นายอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้กำหนดกรอบการทำงานเป็นการสรุปประเด็นภาพรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 8-15 เม.ย.ซึ่งที่ประชุมได้นัดกรอบการประชุมเป็นวันจันทร์ที่ 3 วันพุธที่ 5 วันจันทร์ 10 และวันพุธที่ 12 มิ.ย.ก่อนจะสรุปข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง

นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเสนอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะวันที่ม็อบ นปช.บุกโรงแรงรอยัล คลิฟ บีช พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมผู้นำประเทศที่ต้องมีการเคร่งครัดในการรักษาความปลอดภัย แต่เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ายึดโรงแรมได้ ดังนั้น เราจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ นอกจากนี้ตนสอบถามจากเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่พัทยาได้ยอมรับว่ามีคนนำเสื้อน้ำเงินมาแจก โดยอ้างว่าไม่ต้องการให้มีกลุ่มเสื้อแดงล้มการเมือง จึงมีประชาชนจำนวนมากร่วมต่อต้านพร้อมสวมเสื้อน้ำเงินจึงยืนยันว่ากลุ่มเสื้อน้ำเงินเป็นคนชลบุรีไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทหารที่ถูกสั่งเกณฑ์กันมาแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอดที่เกิดเหตุการณ์ในพัทยา พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแทบไม่ทำอะไรเลย มีเพียงมายืนดูเหตุการณ์จนถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนจึงขอเสนอให้ตรวจสอบตำรวจว่าจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าโรงแรมหรือไม่ พร้อมขอให้ทำหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเหตุการณ์ในวันดังกล่าวให้มาชี้แจงด้วย เพราะขณะนี้เกิดวิกฤตกีฬาสีเสื้อ อีกทั้งมีการเลือกปฏิบัติการดำเนินคดี ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยไป เพราะควรจะดำเนินคดีให้หมดทุกคดี

นายสรวุฒิ กล่าวอีกว่า เช่นเหตุการณ์ที่มีการจับตัวแกนนำนปช.ที่ สน.บางละมุง ปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมไปกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปล่อยตัว จนที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ยอมปล่อย โดยอ้างว่ากลัวโรงพักพังเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ควรทำหนังสือถึงตำรวจว่าเหตุใดจึงปล่อยไป นอกจากนี้ตนยังได้รับรายงานว่า ในคืนวันที่ 9 เม.ย.มีนายตำรวจระดับสูงมอบหมายให้นายตำรวจยศนายดาบ ขนเครื่องปั่นไฟ เพื่อตั้งเวทีกลุ่ม นปช.จึงเห็นได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปลุกระดมให้ประชาชนต่อต้านนายกฯ

ด้าน นายสุวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนมีพยานและหลักฐานว่ากลุ่มคนเสื้อน้ำเงินเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสั่งให้มาจำนวน 4 จังหวัด จังหวัดละ 150 คน โดยสั่งให้แต่งตัวนอกเครื่องแบบ และแจกเสื้อสีน้ำเงินพร้อมอาวุธ ซึ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นไม่เต็มใจที่จะไป เพราะไม่อยากปะทะกับประชาชน โดยตนพร้อมจะประสานให้มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นพร้อมที่จะมาให้ข้อมูลแต่จะมาทั้งหน่วยงานกว่าร้อยคน ซึ่งตนเชื่อว่าหากมาทั้งหมดจะมีผลต่อภาพบลักษณ์ของตำรวจ และถือเป็นการหักหน้านายกฯ รองนายกฯ รวมทั้ง ผบ.ตร.และคงจะไม่เป็นผลดีต่อชาติ อีกทั้งยังจับผิด นายสุเทพ ได้ว่าอ้างกลุ่มเสื้อน้ำเงินเป็นทหารที่มาส่งอาหารและน้ำ จึงขอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าควรจะเชิญมาหรือไม่ เพราะพวกเขาพร้อมที่จะให้ข้อมูล โดย นายอโณทัย ได้กล่าวว่า ทุกคนในที่ประชุมมีดุลพินิจ ว่า อะไรเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งตนเห็นว่าคงไม่ถึงขั้นต้องเชิญมา 500-600

ขณะที่ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าคณะกรรมการที่นั่งอยู่ในนี้ต่างมีความโน้มเอียงอยู่ในตัว จึงอยากให้ทุกคนต่างคำนึงถึงข้อเท็จจริง อย่ายึดแค่สิ่งที่ตนรับรู้มา แต่ควรเปิดใจให้กว้าง และอย่าเพิ่งปรักปรำฝ่ายใด แต่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ดังนั้น จึงเห็นว่า ไม่ควรเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างว่าถูกสั่งให้สวมเสื้อน้ำเงิน เพื่อมาปะทะม็อบเสื้อแดงมาชี้แจงแต่อนุกรรมการ ควรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจะดีกว่า

ด้าน นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนอยากให้อนุฯทุกคนเปิดใจให้กว้าง ซึ่งเห็นได้ชัดจากภาพบันทึกว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เสื้อสีน้ำเงินพกพาอาวุธ และเดินนำหน้าทหารและตำรวจ ซึ่งต้องพิจาณาว่าสามารถทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีเหตุผลอธิบายให้เข้าใจว่าเพราะอะไร และเหตุใดจึงปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าโรงแรม ซึ่งตนไม่เห็นด้วยหากเจ้าหน้าที่ปล่อยให้ผ่านเพื่อผ่อนปรนเพื่อความสงบ นอกจากนี้ ตนอยากให้มีการตรวจสอบกลุ่มเสื้อสีน้ำเงิน ว่า เป็นใครมาจากไหนเพื่อความชัดเจน และควรที่จะดำเนินคดีเพราะมีหลักฐานมัดตัวชัดเจนว่ามีการพกพาอาวุธสงคราม M16 และทำร้ายร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามหากไม่สวมเครื่องแบบก็ไม่สามารถพกพาอาวุธได้ ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนี้ลอยตัวโดยไม่มีความผิดอย่าปล่อยให้เป็นอีแอบ เพราะกลุ่มนี้ใช้อำนาจเกินไปและโยนความผิดให้บริหารประเทศ เพราะขณะนี้ทุกคนพุ่งเป้าไปที่นายกฯ ว่า เป็นผู้ออกคำสั่งผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้แจกรายงานสรุปผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย โดยเนื้อหาเป็นการสรุปผลการตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งหมด

โดย พล.ต.ต.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา กล่าวว่า ตนได้ศึกษาผลการสรุปการชุมนุมของกระทรวงมหาดไทย ลักษณะเหมือนอ่านข่าวสั้นไม่มีการจุลึกรายละเอียด ซึ่งสิ่งที่ต้องการคือความเสียหายอะไรบ้าง รวมทั้งรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนเสนอให้มีการลงพื้นที่ที่พัทยาโดยเชิญบุคคลหลักที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ปกครองท้องถิ่น รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์และบันทึกภาพทุกขั้นตอน มาให้ข้อมูล เพื่อจะได้ข้อเท็จจริงที่แม่นยำและตรง

ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมนัดแรกเป็นไปด้วยดี โดยกรรมการทุกคนได้เสนอแนวทางการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยคณะอนุกรรมการเตรียมลงพื้นที่พัทยาและสอบถามข้อเท็จจริงที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรีในวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.โดยจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา ผบ.กก.ทั้งที่รักษาการและคนเดิมที่รับผิดชอบมาชี้แจง