xs
xsm
sm
md
lg

“บัญญัติ” เย้ยญัตติฝ่ายค้าน จ้องดิสเครดิตรัฐบาลเท่านั้น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บัญญัติ บรรทัดฐาน
“บัญญัติ”ชี้ญัตติอภิปรายซักฟอก หวังผลแค่ดิสเครดิต “มาร์ค” กดดันให้ยุบสภาก่อนกำหนด ยันไม่กลัวถูก “ประดิษฐ์” พาดพิงถึงประเด็นเงินบริจาคพรรค มั่นใจชี้แจงได้ ประเมินฝ่ายค้านอภิปรายสนุกเพราะมีพนักงานสอบสวนหลายคน ห่วง เล่ห์ซื้อพยานหวังยุบ ปชป. แต่มั่นใจไม่ระคายพรรค


วันนี้ (15 มี.ค.) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คนว่า เป็นการเอาเรื่องที่เก่ามากมาเป็นญัตติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และให้เวลารัฐบาลน้อยที่สุดคือ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งปกติจะให้เวลารัฐบาลทำงานอย่างน้อย 5-6 เดือน อีกทั้งเมื่อดูเนื้อหาสาระของญัตติแล้วจะเห็นว่าไม่ค่อยมีอะไร และน่าจะไม่ใช่ความมุ่งหมายของการเปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยซ้ำ เพราะตามหลักแล้วต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่หลายเรื่องยังไกลจากตรงนี้ ฉะนั้นดูแล้วเป็นประเด็นที่มุ่งมาสู่ตัวนายกรัฐมนตรีในลักษณะเพื่อทำลายเครดิตความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยมีเป้าหมายให้รัฐบาลทำงานไม่ได้และมีการยุบสภาก่อนกำหนด แต่ตนคิดว่าอาจจะเป็นเป้าหมายที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะถ้ารัฐบาลบริหารได้อยู่บริหารบ้านเมืองตามสมควร ตนเชื่อว่าแก้ปัญหาได้

“มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ยิ่งมาประกอบกับยุทธศาสตร์ 3 ยุทธศาสตร์ คือใช้กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุม ทำกิจกรรมไปเรื่อย ๆ ต่อต้านประท้วง อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา และกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมเพื่อขยายผล ฉะนั้นถ้าดูเช่นนี้แล้วมันไม่มีทางวิเคราะห์เป็นอย่างอื่นเลยนอกจากมุ่งทำลายเครดิตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลอ่อนแอ ทำงานไม่ได้ และบอกว่ารัฐบาลไม่มีฝีมือ ซึ่งอันนี้จะสอดคล้องกับสิ่งที่นายกฯทักษิณประกาศบ่อยครั้งว่าพรรคประชาธิปัตย์แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา ผมคิดว่าทั้งหมดมุ่งไปสู่ยุทธศาสตร์นั้น”นายบัญญัติ

ส่วนกรณีที่มีการยื่นอภิปรายนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธ์ ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายบัญญัติ กล่าวว่าคงเป็นเรื่องเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่มีการออกมาพูดกัน และฝ่ายค้านไปเห็นว่ารายงานที่ส่งไปยังกกต.ลงชื่อนายอภิสิทธิ์ทั้งที่เรื่องเกิดขึ้นในยุคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค แต่เมื่อแพ้เลือกตั้งจึงลาออก และนายอภิสิทธิ์เข้ามาพอดีก็มาลงนามในรายงานที่ทำไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามไม่รู้สึกหนักใจ เพราะกกต.ได้ออกมาให้ข่าวว่าไปตรวจสอบหมดแล้วไม่ปรากฎว่าบริษัทนี้ได้บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงเชื่อว่านายประดิษฐ์ชี้แจงได้อยูแล้ว ทั้งนี้ในการอภิปรายหากมีการพาดพิงมาถึงตน ก็คงต้องขอใช้สิทธิพาดพิงชี้แจง

สำหรับกรณีที่มองกันว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องดังกล่าวหวังผลถึงการยุบพรรค นายบัญญัติ กล่าวว่า เรื่องการยุบพรรคไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะมีขั้นมีตอนทางกฎหมาย แต่ที่กังวลหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอไปตรวจสอบเรื่องราวของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว แล้วเกิดมีนักเลงดีไปซื้อพยานเพียง 1-2 คนว่าให้ช่วยเบิกความพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ หากเป็นอย่างนี้สังคมอาจจะตื่นเต้นกันได้ เพราะฟังดูน่าเชื่อถือ แต่สำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีความจะทราบว่าเพียงลำพังพยานปากหนึ่งปากใด ไม่เพียงพอแก่การที่จะทำให้ทุกอย่างสรุปตามนั้น จึงไม่ค่อยวิตกกังวล และเชื่อว่าจะไม่มีการหักหลังกัน

“ครั้งนี้เขาคงอภิปรายสนุก เพราะมีพนักงานสอบสวนอยู่หลายคน ไม่น่าจะมีอะไรมากกว่าที่คุณสุนัย จุลพงศธรนำมาอ่านในสภา และที่คนเสื้อแดงเอามาอ่านหลายครั้ง หรือถ้ามากไปกว่านั้นอาจจะมีการเตี๊ยมพยานเพิ่มเติมไปอีก 1-2 คน ไปให้การเพิ่มเติมที่ดีเอสไอในภายหลัง ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ เพราะไม่ได้แทรกแซงการทำงานของเขา แต่ผมคิดว่ามันหักล้างได้ เพราะอะไรที่ไม่มีอยู่จริงมาทำให้มีอยู่จริง ก็เป็นภาวะชั่วคราว เราไม่ได้ปรามาสฝีมือร.ต.อ.เฉลิม แต่ผมมั่นใจในความสุจริตคนของพรรค ส่วนเขาเองก็มีสิทธิจินตนาการ เพราะคนเป็นพนักงานสอบสวนก็มีหน้าที่จินตนาการ”นายบัญญัติ กล่าว

เมื่อถามว่าจะรับรองรัฐมนตรีพรรคอื่นด้วยหรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า ยังเชื่อว่ารัฐมนตรีเกือบทุกคนในวันนี้คงยังไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะระยะเวลาที่เข้ามาบริหารสั้นมาก และช่วงหลังคิดว่าคนที่มาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองทราบว่าเป็นการทำงานภายใต้การเอาแพ้เอาชนะระหว่างกัน การจ้องจับผิดมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการจะทำอะไรจะต้องดูว่ามีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ และช่วงเวลาแค่นี้ ตนคิดว่าฝ่ายค้านใจร้อน แต่อย่างที่ตั้งข้อสังเกตอาจจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่กำหนดเอาไว้แล้วว่าควรต้องทำ เพราะถ้าไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คงต้องรออีก 1 ปี เนื่องจากสมัยประชุมหน้าอภิปรายไม่ได้แล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น