จนท.ตรวจสอบสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตส่งจากฝั่งไทยให้บริการแก๊งคอลเซนเตอร์ในกัมพูชาผ่านชายแดนอรัญประเทศ หลังตำรวจสระแก้วแกะรอยจากไอพีแอดเดรส ที่เหยื่อแก๊งคอลฯ โอนเงินให้บัญชีม้า ด้าน กสทช.เตรียมเอาผิดผู้ให้บริการ โทษหนักถึงพักใบอนุญาต
วันที่ 21 ม.ค.2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการ เลขาธิการ กสทช. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบ.ก.ภ.จว.สระแก้ว และ พันเอก ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ริมถนนสาย 3366 ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจสอบข้อมูลบันทึกรายการใช้งานของเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายหนึ่งของไทย ที่ยังคงให้บริการแก่ประเทศกัมพูชาโดยยืนยันชัดเจนว่ามีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนจริง
จากนั้นจึงเดินทางไปยังบริเวณบ้านเช่าแห่งหนึ่งในตำบลท่าข้าม เพื่อทำการตรวจสอบและตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการไทย ที่ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ตส่งไปยังประเทศกัมพูชา
สืบเนื่องจากกรณีพบเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกหลอกลวงให้โอนเงินออนไลน์และเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจภูธรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากการสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. พบว่า ผู้เสียหาย โอนเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายระบบโทรคมนาคมรายหนึ่งของไทย ปลายทางบัญชีม้า ใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตหรือไอพีแอดเดรส บริเวณแนวเขตชายแดนด้านจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยเครือข่ายของบัญชีม้า เป็นของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมรายหนึ่ง ชื่อว่าบริษัทเวียดเทล คัมโบเดีย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และจากการสืบทราบบริษัทดังกล่าวรับสัญญาณจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการฝั่งไทย จึงเป็นที่มาของการดำเนินการเพื่อตัดสัญญาณในพื้นที่ตำบลท่าข้าม
ซึ่งลักษณะของโหนด NODE หรือจุดเชื่อมโยงสัญญาณขนาดใหญ่ นี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านระบบ และไม่ได้เป็นเจ้าของโหนด เพียงแต่มาเช่าที่ติดตั้งในบริเวณดังกล่าว โดยผู้ที่รับอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคได้ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นด้วยดี
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. ได้เปิดเผยว่า จากการดำเนินการวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสระแก้วได้สืบทราบพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติซึ่งการหลอกลวงออนไลน์โดยใช้เครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ให้บริการฝ่ายไทยรายหนึ่ง ซึ่งทางตำรวจได้ติดต่อไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรโดยรองเลขาธิการ กสทช.เน้นย้ำว่าการที่ผู้ให้บริการรายนี้กระทำการลักษณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย ในวันนี้ได้มีการตรวจอุปกรณ์และสายทั้งหมดเรียบร้อยแล้วและหากผลการตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการรายใดจะดำเนินการลงโทษ และอาจจะมีโทษหนักถึงการพักใบอนุญาต


