หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้ตั้งคำถามถึงสถานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยอ้างถึงข้อบังคับพรรคและ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่อาจส่งผลให้คุณสมบัติในการเป็นกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหม่ภายใน 60 วัน
จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่า “แพทองธาร” ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สิ้นสุดความเป็นนายกฯ ปมคลิปเสียงสนทนา “ฮุนเซน” ชี้เป็นการถือเอาประโยชน์ของสมเด็จฮุนเซนเหนือกว่าประโยชน์ชาติ
ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีต กกต.) ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถาม แพทองธาร ต้องพ้นจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ โดยอดีต กกต.รายนี้ได้ระบุข้อความว่า
“มีเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตมาว่า
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า แพทองธารมีพฤติกรรมขัดกับมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงนั้น นอกจากพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว อาจมีผลต่อการต้องพ้นตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่
ประเด็นทาง กม.ที่น่าจะเป็นคำตอบมีดังนี้
ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 15 (11) ระบุว่าข้อบังคับพรรคการเมือง จะต้องมีการระบุถึงมาตรฐานจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่อย่างน้อยต้องเทียบเคียงได้กับมาตรฐานทางจริยธรรมที่บังคับใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งมาตรฐานที่บังคับใช้กับ ส.ส. ก็เป็นมาตรฐานเดียวกับ ส.ว. ของ ครม. ของ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เป็นมาตรฐานเดียวกับที่วินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง
เมื่อเปิดข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ข้อ 48 วรรคท้าย เขียนไว้ว่า "คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการบริหารพรรคให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง"
จึงเป็นหน้าที่ของเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองทำหนังสือแจ้งการขาดคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และให้พรรคจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 60 วัน
นี่คือ แพทองธาร Effects”