xs
xsm
sm
md
lg

อุทยานฯ เผยข่าวดี "ขุนไกร" เลียงผากำพร้าพลัดหลงแม่ กลับคืนสู่ป่าแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเผยเรื่องราวอัปเดตชีวิตของเจ้าขุนไกรเลียงผากำพร้าพลัดหลงแม่ ซึ่งถูกนำมาเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จ.สุโขทัย นาน 1 ปี ขณะนี้ได้กลับคืนสู่ป่าแล้ว

จากกรณี “ขุนไกร” ลูกเลียงผาเพศผู้ที่พลัดหลงแม่บริเวณป่าห้วยบึงบอน แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนพบหลบฝูงสุนัขจิ้งจอกอยู่ในพุ่มไม้ จึงนำมาเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ 7 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นข่าวดังทำให้มีแฟนคลับคอยติดตามอัปเดตชีวิตของเจ้าขุนไกรด้วยความเป็นห่วง ตามที่เคยนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (4 เม.ย.) เพจ "กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ได้ออกมาโพสต์เรื่องราว และเผยความคืบหน้าล่าสุดของขุนไกรลูกเลียงผากำพร้าพลัดหลงแม่ ซึ่งถูกนำมาเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ 7 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2564 นั้น ล่าสุด นายบรรณดิษฐ วรรณทอง หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม เปิดเผยว่า ตอนที่พบขุนไกรครั้งแรกมีน้ำหนักตัวประมาณ 4.7 กิโลกรัม ความสูง 15 เซนติเมตร ต่อมาหลังจากนั้นประมาณ 5 เดือน ตัวใหญ่ขึ้น หนัก 30 กิโลกรัม สูง 80 เซนติเมตร แข็งแรงสมบูรณ์มาก มีพฤติกรรมร่าเริง ขี้เล่น ชอบประลองกำลัง ทั้งดันทั้งชนพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ปัจจุบันปรับเรื่องการกิน ลดนมแพะเหลือวันละ 3 กระป๋อง เน้นให้กินอาหารหยาบมากขึ้น เช่น กล้วย หญ้าสด ใบไม้ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

โดย สพ.ญ.สุภกานต์ แก้วโชติ หรือหมอฟ้า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ได้วางแผนที่จะลดการเข้าหาของคน ให้เหลือเพียงเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้สัมผัสและดูแลขุนไกรไปจนถึงวันที่ต้องกลับสู่ป่าใหญ่ โดยให้หย่านมในช่วงปลายปี 2564 ในขณะนั้นอายุได้เกือบ 10 เดือนแล้ว และขุนไกรเรียนรู้ที่จะกินใบไม้ หญ้า ผลไม้ในพื้นที่ดูแลได้เป็นอย่างดี ช่วงต้นปี 2565 ความเริ่มเป็นหนุ่ม ความเริ่มอยากรู้อยากเห็น ความเล่นแรงๆ วิ่งชนหมอ ชนพี่แมว จนเขียวช้ำทุกครั้งที่เข้าไปหา ขุนไกรเริ่มแหกคอกออกมาบริเวณภายนอกบ่อยขึ้น แต่ยังคงวนเวียนใกล้ๆ กับบ้านพักเจ้าหน้าที่มีเพียงพี่แมวคนเดียวที่จะเรียกหาได้ นั่นคือสัญญาณที่ทำให้พวกเรารู้ว่าขุนไกรพร้อมที่กลับเข้าสู่ป่า เพื่อใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น เจ้าหน้าที่ได้มีการวางแผนขยายคอกอย่างเป็นขั้นตอน และรับรู้จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เปิดคอกออกสู่พื้นที่ป่าภายในเขตฯ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยขุนไกรหายไปสำรวจพื้นที่บริเวณนั้น 2-3 วัน ก็กลับมาบ้าง รับรู้ได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในคอกอนุบาลเก่า หลังจากนั้นระยะห่างก็นานขึ้น

จน ณ วันนี้มั่นใจและหวังว่าขุนไกรจะได้ไปใช้ชีวิตในป่าใหญ่ สร้างครอบครัว มีลูกหลานเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นั่นคือสิ่งที่พวกเราตั้งมั่นในการดูแลขุนไกรตลอดระยะ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา และยังคงเปิดคอกไว้รอเวลาที่ขุนไกรจะแวะเวียนมาเยี่ยม พาครอบครัวกลับมาทักทายอีกครั้ง




กำลังโหลดความคิดเห็น