xs
xsm
sm
md
lg

Exclusive สัมภาษณ์ทายาท “ขุนนิรันดรชัย” โดย "ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" คลี่ปมประวัติศาสตร์ คณะราษฎร 2475-จอมพล ป.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันที่ 29 ธ.ค. 2563 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษ พล.ท.สรภฎ นิรันดร ทายาท "ขุนนิรันดรชัย" มีรายละเอียดดังนี้ ...

Exclusive สัมภาษณ์ พล.ท.สรภฎ นิรันดร ทายาท“ขุนนิรันดรชัย” ครั้งที่ 1 วันที่ 26 ธันวาคม 2563 โดย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

อ.ปานเทพ –เริ่มแรกนับเวลาผ่านมา 60 ปี ตั้งแต่อายุ 14 ขวบที่ท่านรับรู้เรื่องราว ทำไมถึงมีวันนี้ ?

พล.ท.สรภฎ –เพราะผมมีอาชีพทหาร ตอนผมอายุ 14 ขวบขณะเรียนเตรียมอุดมและเซ็นต์คาเบรียลก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้ แต่พอมาเป็นทหาร ได้เห็นบุญคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ สิ่งนี้ก็ฝังใจเราและได้พระมหากรุณาธิคุณหลายๆอย่างจากพระมหากษัตริย์ แม้แต่ตอนขึ้นเป็นนักเรียนนายร้อย สมเด็จพระบรมฯท่านก็พระราชทานกระบี่สั้นให้ มันก็ยิ่งทำร้ายจิตใจผมใหญ่(เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ) ว่า พ่อเราเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ไม่มีโอกาส และพ่อก็สั่งเสียบอกคุณแม่ไว้ตั้งแต่เราอายุ 14 ขวบขณะเรายังเป็นเด็ก แล้วเราจบเตรียมทหาร เป็นนายร้อย แล้วเราจะไหวเหรอ? ก็ได้แต่คิด ยังทำไม่ได้ เพราะหน้าที่ราชการก็เบียดบังเราเต็มที่

อ.ปานเทพ-แล้วคุณแม่เล่าอะไรให้ฟังบ้างนอกจากเรื่องนี้ และเล่าเรื่องการเมืองอะไรบ้างที่สังคมไทยควรเรียนรู้?

พล.ท.สรภฎ-คุณแม่ก็เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อเป็นคล้ายๆเหรียญอีกด้านหนึ่งของคณะราษฎร เพราะการจะทำอะไรจะต้องมีท่อน้ำเลี้ยง คุณพ่อก็เป็นท่อน้ำเลี้ยงของคณะราษฎร และออกจากทหารขณะยศพันตรี ก็มาเป็นท่อน้ำเลี้ยงของคณะราษฎรในเรื่องธุรกิจ ที่เห็นได้ชัดคือการก่อตั้งธนาคารนครหลวงไทยขึ้นมา

อ.ปานเทพ-ตอนก่อตั้งธนาคารนครหลวงไทย ท่านก็ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ทำไมถึงคิดตั้งแบงก์ ท่านเล่าให้ฟังไหมครับ?

พล.ท.สรภฎ-ตอนนั้นหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ซึ่งเป็นเพื่อนคุณพ่อ เป็นฝ่ายทหารเรือ คุณพ่อเล่าให้คุณแม่ฟังว่า คนไทยยังไม่รู้จักเรื่องของหุ้น และระบบธนาคาร แล้วคุณพ่อได้ตั้งธนาคารอีกแห่งชื่อธนาคารไทยทนุ ซึ่งเลิกไปแล้ว รวมเป็นสองธนาคาร

อ.ปานเทพ-ตอนนั้นทุนมาอย่างไร มีเงินเยอะตั้งแต่ออกจากราชเลขาธิการ หรือใช้วิธีสั่งสมมา?

พล.ท.สรภฎ-เงินหามา ตอนที่เบียดบังเอาจากสถาบันฯตอนนั้น เพราะคณะราษฎร เพราะตอนทำคุณพ่อเป็นร้อยตรี เจ้านายก็เป็นพันโท พวกนี้ไม่มีเงิน มีแต่เงินเดือน ก็ต้องหาเงินส่วนหนึ่งมาเป็นท่อน้ำเลี้ยง เงินตั้งต้นก็ต้องเอามาจากสถาบันฯ

อ.ปานเทพ-ขุนนิรันดรชัยเดิมทีเป็นเลขานายกฯพระยาพหลฯ และผู้ช่วยราชเลขาธิการในพระองค์

พล.ท.สรภฎ-คุณพ่อได้ดีเพราะจอมพล ป.ปั้นขึ้นมา ส่วนพระยาพหลฯก็เป็นเหรียญอีกด้านหนึ่ง ใจซื่อมือสะอาด และถ้าท่านต้องการอะไรก็มีคนให้ ท่านไม่ต้องหาเอง ท่านมี Motto คติพจน์ว่าชายชาติเสือ (ชาติเสือไว้ลาย ชาติชายไว้ชื่อ) นั่นแหละ...ท่านสร้างม็อตโต้ของท่านนี้ให้คงไว้ตลอดกาล ท่านไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย

อ.ปานเทพ-แสดงว่า ขุนนิรันดรชัยเป็นคนของจอมพล ป. ?

พล.ท.สรภฎ- เป็นขุนศึกของจอมพล ป. สาเหตุเพราะคุณพ่อสังกัดปืน 1 ซึ่งมีจอมพล ป.เป็นผู้บังคับบัญชาตอนนั้นเป็นพันตรี และมีพระยาฤทธิ์อัคเนย์เป็นผู้การ เพราะฉะนั้น จอมพล ป.ก็ใช้แต่คุณพ่อ เพราะเข้าใจกันและเป็นลูกน้องตามกันมาเลย

อ.ปานเทพ-ท่อน้ำเลี้ยงก็มาจากทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์?

พล.ท.สรภฎ-ท่อน้ำเลี้ยงทรัพย์สินที่เกิดดอกออกผล ซึ่งก็ไม่สามารถเอาทรัพย์สินจากไหนมาได้หรอก ก็ต้องเอามาจากก้อนนี้แหละ ...พระคลังข้างที่

อ.ปานเทพ-เมื่อเอามาแล้วก็ไม่ใช่มีแต่กลุ่มจอมพล ป.ได้กลุ่มเดียวหรือเปล่า ดูเหมือนยังมี ส.ส.บัญชีรายชื่อประเภท2 และนักการเมืองหลายคนรับซื้อที่ดินด้วย

พล.ท.สรภฎ-ตามคำบงการของจอมพล ป.ซึ่งอยู่เบื้องหลังทั้งหมด แม้แต่เรื่องเอาที่ดินคืน คุณพ่อเอาที่ให้จอมพล ป. พอมีเรื่องพระยาพหลฯลาออก จอมพล ป.ก็ต้องเอาที่ดินคืน พระยาพหลฯเป็นเหรียญที่แสดงความโปร่งใส จริงๆเหรียญนั้นต้องแสดงภาพด้านนี้ตลอด

อ.ปานเทพ-ดูจากคำให้การต่อศาลอาชญากรสงครามของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ขุนนิรันดรชัยเป็นคนให้เงินจอมพล ป.ประจำ

พล.ท.สรภัฎ-ถูกต้องครับ เพราะเป็นท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ นี่คือสาเหตุที่ขุนนิรันดรต้องให้เงินจอมพล ป.

อ.ปานเทพ-การให้เงิน ขุนนิรันดรถือเป็นนอมินีของจอมพล ป.ในแง่ธุรกิจหรือไม่ครับ

พล.ท.สรภัฎ-ถ้าเป็นนอมินีคือต้องเป็นผู้รู้และบงการธุรกิจ แต่จอมพล ป.ท่านไม่ชำนาญเรื่องธุรกิจ ท่านปล่อยให้ขุนนิรันดรชัยทำ สิ่งที่จอมพล ป.ไว้วางใจขุนนิรันดรชัยคือความซื่อสัตย์และความใจกว้าง แม้แต่ครอบครัว คุณรัชนีบูลกับผม ท่านยังจำได้ก่อนเสียชีวิต

อ.ปานเทพ-ในหนังสืองานศพขุนนิรันดรชัย จอมพล ป.บอกว่าขุนนิรันดรชัยดูแลเรื่องการงานและเรื่องส่วนตัว เรื่องเงินถูกต้องไหมครับ

พล.ท.สรภฎ-ถูกต้องครับ เป็นคนไว้วางใจกัน

อ.ปานเทพ- ขุนนิรันดรชัยในฐานะเป็นท่อน้ำเลี้ยง เขาเป็นตัวเชื่อมนักธุรกิจยุคนั้นไหมครับ?

พล.ท.สรภฎ-นักธุรกิจในยุคนั้นที่เป็นเพื่อนคุณพ่อ คุณแม่เล่าให้ฟังและผมเคยเห็นคุณแม่ได้รู้จัก คือคุณจุรินทร์ ล่ำซำ และคุณทรง บุลสุข เจ้าของเป๊ปซี่ใหญ่ และตระกูลโสภณพนิช ซึ่งตอนนั้นเพิ่งเริ่มเข้ามา

โดยสรุปคุณพ่อเป็นนักธุรกิจตอนนั้น การต่างประเทศต้องผ่านคุณพ่อว่าจะให้ใครเป็นแฟรนไชนส์ แต่คุณพ่อขาดคนที่จะมอบแฟรนไชนส์ให้ เช่น สมัยก่อนสถาบัน MAX FACTOR หรือ ไนติงเกล โอลิมปิค และการมอบแฟรนไชนส์ คุณพ่อก็มาตั้งขายของที่อาคารไทยนิยม ที่อยู่ถนนราชดำเนิน ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพซึ่งเป็นสถาบันลูก เขาเรียกอาคารไทยนิยม แต่ไม่สำเร็จเพราะไม่มีใครมารับงานต่อเรื่องแฟรนไชนส์ นอกจากพ่อค้านักธุรกิจ

ผมสามารถพูดได้ว่า นักธุรกิจเจเนอเรชั่นรุ่นที่3และรุ่นที่4 ก็ได้รับความช่วยเหลือจากคุณพ่อ

อ.ปานเทพ-ดูรายชื่อของขุนนิรันดรชัยเป็นประธานและกรรมการบริษัทหลายสิบแห่งจำนวนมากขณะนั้น ในฐานะเป็นตัวแทนรัฐบาลจอมพล ป.หรือเป็นผู้ถือหุ้น หรือลักษณะแบบไหน?

พล.ท.สรภฎ-เป็นผู้แทนรัฐบาลในการค้าขายทั้งหลาย และอยู่เบื้องหลังกระทรวงต่างๆ ถ้าเผื่อมีดำริจากคุณพ่อ ทุกอย่างจะง่ายไปหมด

อ.ปานเทพ-พอมาถึงจุดที่จอมพล ป.พ้นตำแหน่งรอบแรก ขุนนิรันดรชัยก็ลาออกไปด้วย หลังจากนั้นก็ไม่กลับเข้ามาอีก ไปทำธุรกิจ แม้จอมพล ป.จะกลับมาอีกครั้ง ก็ไม่กลับมาเพราะอะไร?

พล.ท.สรภฎ-เพราะว่าตอนนั้น จอมพล ป.เริ่มมีขุนศึกคนใหม่ขึ้นมา คือพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ คือเห็นแก่ตระกูลจอมพลผิน ชุณหะวัณที่ได้ทำรัฐประหาร คุณพ่อเลยคิดว่าทำการค้าดีกว่า เลิกยุ่งการเมือง แต่ความจงรักภักดีต่อจอมพล ป.ก็เสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีเสื่อมคลาย

อ.ปานเทพ-ขุนนิรันดรชัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้จอมพลผินทำรัฐประหารไหมครับ?

พล.ท.สรภฎ-คุณพ่อกับจอมพลผินไม่สนิทกัน ผมมีความเข้าใจส่วนตัวว่า ใครจะทำให้จอมพล ป.(รัฐประหารปี 2494) จอมพล ป.ต้องจ่ายเงินให้ แต่คงจะไม่มีใครถามว่าจอมพล ป.เอาเงินมาจากไหน และผมเข้าใจว่าเงินอันนั้นก็มาจากขุนนิรันดร

อ.ปานเทพ-แต่ว่าท้ายที่สุด ขุนนิรันดรแม้จะเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้จอมพล ป. สุดท้ายจอมพล ป.ก็ถูกรัฐประหารอีกรอบในปี 2500

พล.ท.สรภฎ-เพราะว่าหลังจากปี 2495 คุณพ่อเริ่มไม่สบาย เป็นอัมพาต ไปผ่าสมองที่อเมริกาในปี2498 ไปอยู่ที่ รพ.เมโยที่รัฐมินนิโซตา คุณพ่อไม่หายเพราะเป็นเนื้องอก และสุดท้ายสโตรกและมาเสียชีวิตในปี 2499 รัฐประหารสำเร็จปี2500หลังจากคุณพ่อเสียชีวิตไปแล้ว

อ.ปานเทพ-คือไม่มีท่อน้ำเลี้ยง พ่อค้าย้ายข้างก็เลยหมดตัวเชื่อม?

พล.ท.สรภฎ- เรื่องท่อน้ำเลี้ยง ทายาทของคุณพ่อปรากฏว่าพี่ๆทั้งหลายเสียชีวิตและไม่ถนัดทางนี้ ก็มีคุณ”ธรรมนูญ นิรันดร” ลูกชายคนเล็กของคุณพ่อที่ถนัดทางนี้ก็ดูแลธนาคารนครหลวงไทย ต่อมาธนาคารก็ต้องขายให้แก่ธนชาต


อ.ปานเทพ-คุณพ่อขุนนิรันดรชัยเส้นเลือดในสมองตีบและเป็นอัมพาตในปี 2496 ไปรักษาในปี2498 แสดงว่าป่วยหลายปี?ตอนปีไหนที่ท่านน้ำตาไหลสำนึกผิด

พล.ท.สรภฎ- เป็นอัมพาตสี่ปีเต็มครับ ตอนปีที่น้ำตาไหลสำนึกผิด ผมว่าคุณแม่ไปหา คุณพ่อพักรักษาตัวที่อาคารถนนราชดำเนินซึ่งเป็นของตระกูล ชั้นบนของเมอร์แรงรูจ ปัจจุบันนี้เป็นอาคารหัวมุมอยู่ใกล้ศูนย์โชว์รถเบนซ์

คุณพ่อก็ได้พูดกับผมและคุณแม่ว่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะคุณพ่อเสียน้ำพิพัฒน์สัตยา พูดแล้วท่านก็น้ำตาไหล ที่พิการแม้จะมีเงินทองสารพัดแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเสียน้ำพิพัฒน์สัตยา ไปเบียดบังพระราชทรัพย์ของพระมหากษัตริย์

อ.ปานเทพ-พอได้ฟังคุณพ่อพูดอย่างนี้แล้ว รู้สึกอย่างไรตอนนั้นท่านเพิ่งอายุ14ขวบในปี2498

พล.ท.สรภฎ-ผมยังจำความรู้สึกได้ว่า เอ๊ะ..สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง สถาบันกษัตริย์เป็นสิ่งที่ล่วงละเมิดมิได้ (พูดด้วยเสียงสั่นเครือ) ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจ เห็นพ่อน้ำตาไหล คุณแม่น้ำตาไหล ทั้งคู่น้ำตาไหล ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้แล้ว จำภาพได้ติดตา มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมไม่มีความโลภ เห็นคุณพ่อตอนนั้น จำได้ว่าท่านใส่เสื้อคอกลมสีขาว และนุ่งผ้าโสร่ง ขยับตัวไม่ได้ พูดก็ไม่ชัด แล้วเราเคยเห็นภาพคุณพ่อนั่งรถลินคอล์นเปิดประทุนแล้วพาผมไปเที่ยว แล้วมาเจอภาพนี้ (เสียงสั่นคล้ายสะอื้น) สะเทือนใจไม่เคยภาพคุณพ่อแบบนี้

อ.ปานเทพ-พอคุณพ่อบอกว่า หนึ่ง-เสียสาบานน้ำพิพัฒน์สัตยา สอง-เบียดบังพระราชทรัพย์ของพระมหากษัตริย์ แล้วขุนนิรันดรชัยพูดไหมครับว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษ?

พล.ท.สรภฎ-คุณพ่อก่อนจะเป็นอัมพาต.. เคยพูดกับคุณแม่มาก่อนแล้ว แต่พอเป็นอัมพาตก็พยายามเน้นย้ำ เรียกคุณแม่ว่าแดงว่า “แดง..ฉันอยากจะสำนึกผิด อภัยโทษ แต่มันไม่มีโอกาสแล้ว” (เล่าด้วยเสียงสั่นเครือ) ตอนนั้นท่านอายุ 58-59 จำได้แม่นเลยว่าท่านพูดว่า ไม่มีโอกาสแล้ว

อ.ปานเทพ-ตอนนั้นอายุก็ยังไม่มาก 58-59 และรู้ตัวว่าไม่มีโอกาสแล้วเพราะเป็นอัมพาต และได้สั่งเสียท่านไหมว่าเราควรจะทำอะไร?

พล.ท.สรภฏ-ไม่ๆ เราคิดเองเลย ตอนนั้นยังไม่มีความคิดเลย พอฟังคุณพ่อพูด ผมเรียนเตรียมอุดมรุ่น 23 สมัยนั้นสงครามรบทัพจับศึกกันเยอะช่วงสงครามเย็น ผมก็เปลี่ยนเส้นทางไปเข้าเตรียมทหารรุ่น 5 เลย

อ.ปานเทพ-ประโยคที่เสียใจอยากจะขอพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากมีคุณแม่หลายคนใช่ไหม ทุกครอบครัวรู้เหมือนกันหมดไหมครับ

พล.ท.สรภฎ-ผมไม่ทราบว่าทุกครอบครัวรู้กันหมดหรือไม่ แต่ที่คุณแม่ซึ่งจบเตรียมธรรมศาสตร์รุ่นที่ 3 ท่านเข้าใจเรื่องการเมืองของคณะราษฎร คุณพ่อมีอะไรก็เล่าให้คุณแม่ฟังตลอด แต่ผมไม่ทราบว่าท่านจะเล่าเรื่องนี้ให้กับคุณแม่ท่านอื่นหรือเปล่า เพราะท่านมีภรรยาอีกคน คือคุณหญิงจรูญ

อ.ปานเทพ-แสดงว่าทรัพย์สินพระคลังข้างที่ ที่นายเลียง ไชยกาล อภิปรายในปี 2480 ล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่ายจอมพล ป.ทั้งสิ้น เพราะจอมพล ป.เป็นคนจัดสรรทรัพย์สินใช่ไหมครับ แล้วความสำนึกผิดนี้พอลูกๆทราบก็คงเป็นปมมาหลายสิบปี

(ส่วนนี้ไม่เปิดเผย เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์)

อ.ปานเทพ-แสดงว่าขุนนิรันดรชัยที่เป็นราชเลขาธิการในรัชกาลที่ 8คือหลักประกันไม่ให้เป็นอันตราย

พล.ท.สรภฎ-เพื่อปกป้องพระมหากษัตริย์จะไม่เป็นอันตรายตามที่รับปากกับพระราชชนนีแล้ว พอตอนหลังที่มีเหตุการณ์วุ่นวาย จอมพล ป.ตกกระป๋องไป แย่งอำนาจกัน คุณพ่อก็ออกจากทั้งหมด ไม่เอาอะไรทั้งหมด นายเฉลียว ประทุมรสขึ้นมาเป็นแทน

อ.ปานเทพ-ทีนี้ความสัมพันธ์ระหว่างขุนนิรันดรชัยกับอาจารย์ปรีดี เขาเข้ากันได้ไหมครับ

พล.ท.สรภฎ-ถือว่าเป็นคนละสาย ไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเลย

อ.ปานเทพ-เหตุการณ์พระคลังข้างที่ อาจารย์ปรีดีไม่เกี่ยวข้องเลย เป็นเรื่องเครือข่ายจอมพล ป.ทั้งหมดที่มี 20-50 คนรึป่าว? สุดท้ายเขาบอกว่าหลังจากอภิปรายในวันที่ 27 ก.ค.2480 ที่ดินนั้นบางส่วนอ้างว่าคืน บางส่วนไม่ได้คืน บางส่วนบอกผ่อนซื้อ สุดท้ายก็ยกให้เลย เป็นอย่างไรครับ

พล.ท.สรภฏ-คือเกิดช่องว่างก่อนจะส่งกระทรวงการคลัง ใครมีอำนาจก็ได้ตามอำเภอใจ คือใครได้แล้วก็ได้เลย ไม่คืนเลย

อ.ปานเทพ
-มีคนได้ที่ดินเปล่าๆเลยไหมครับ

พล.ท.สรภฏ-อันนี้ผมไม่ทราบ แต่ดูจากโฉนดที่หัวหิน คุณพ่อเอามาจากเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ และที่บางลำพูก็ได้มาจากตระกูลของกรมพระนครสวรรรค์วรพินิต เพราะตอนนั้นพวกเจ้ากลัวคณะราษฎร์ จะเอาอะไรก็ยกให้หมด เป็นการตัดไม้ข่มนาม

อ.ปานเทพ-หลังจากขุนนิรันดรชัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้จอมพล ป.และมาทำธุรกิจส่วนตัวเยอะแยะ เป็นมหาเศรษฐีไทยยุคนั้น แล้วเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ต้องแถลงข่าวในปี 2563

พล.ท.สรภฎ-เพราะว่าผมเป็นผู้สืบตระกูลคนสุดท้ายแล้ว ถ้าหากรีรอ ตอนแรกผมก็ให้พี่ชายคือพี่ธรรมนูญ ซึ่งเห็นด้วย ผมเล่าเรื่องคุณพ่อให้พี่ธรรมนูญฟังและยังเสริมว่า ตระกูลเราได้รับพระราชทานนามสกุลนะ แต่พี่ธรรมนูญไม่มีโอกาสเพราะเสียชีวิต ผมต้องใช้ความกล้ามากนะที่ทำ


อ.ปานเทพ- ในบรรดาทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินที่ขุนนิรันดรชัยได้มาจากพระคลังข้างที่ ในความคิดส่วนตัว คิดจะถวายคืนไหมครับ

พล.ท.สรภฏ-ต้องการอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นเวรเป็นกรรม ผมอยู่ในตระกูลนิรันดร ทุกคนเกิดวิบากกรรม โดยเฉพาะพี่สาวผมคือคุณสายสุนีย์และ ศรีอัมพร แต่งงานกับตระกูลพัฒน์พงศ์พานิช ดับเบิ้ลรวย พี่สายสุนีย์มีลูกสองคน ลูกผู้หญิงและลูกผู้ชาย ส่งเรียนนอก ลูกผู้หญิงอยู่ดีๆไปก่อเรื่องเชอรี่แอนที่เป็นข่าว นั่นคือหลานชื่อกุ้ง ตอนหลังก็ตาย เหลืออีกคนคือปู ชื่อ.....(ฟังไม่ชัด) ปูก็ตอนนี้ไม่สบาย ทั้งตระกูลนิรันดรและพัฒน์พงศ์พานิช รวยมหาศาล แต่ตอนนี้พูดไม่ได้แล้ว ยังเดินได้แต่พูดไม่ชัด นี่คือพี่สาวคนหนึ่ง

ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อพี่ศรีอัมพร มีลูก 3 คน ลูกแฝดผู้ชาย และผู้หญิง ปรากฏว่าอยู่ดีๆลูกชายโดดตึกตาย ซึมเศร้า คนที่สองก็เจ็บไข้ได้ป่วยตายอีกแล้ว อายุสั้น เหลือหลานผู้หญิงอีกคนเป็นแต๋วๆ

สายลูกพี่ธรรมนูญก็มี เยาวณี เยาวลักษณ์ ปรากฏว่าเยาวณีกับเยาวลักษณ์ไม่ถูกกัน ทะเลาะกันเรื่องสมบัติไม่ลงตัว และมีอีกคนคือพี่สุวรรณาไม่แต่งงาน อายุ80กว่าปี ช่วยตัวเองไม่ได้ต้องอยู่บ้านพักคนชรา พูดสื่อสารไม่ได้แล้ว
อ.ปานเทพ-ในตระกูลนิรันดรจะห้ามทำไหมครับ

พล.ท.สรภฎ-ผมก็เรียนให้เยาวณีทราบ เขาก็ไม่ว่าอะไร ก็บอกเขาว่ามาร่วมฟังอาด้วยสิ เขาก็ไม่ว่าอะไร เขาไม่กล้า โดยเฉพาะเยาวณี เพราะจากการกระทำของผมก็ส่งผลสะเทือนถึงเขา เพราะสังคมปัจจุบันคิดว่าเยาวณีสร้างเนื้อสร้างตัวจากความสามารถของตัวเอง แต่จริงๆเป็นเงินกงสีของตระกูลทั้งนั้นเลยที่ได้มาจากขุนนิรันดร ซึ่งก็ได้มาจากคุณธรรมนูญ ซึ่งเป็นลูกขุนนิรันดร

อ.ปานเทพ
-พอตัดสินใจแถลงแล้ว ความรู้สึกเป็นยังไงครับ?

พล.ท.สรภฎ-ความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ผมกลัวอย่างเดียว พอเห็นเหตุการณ์ของพี่ธรรมนูญ กลัวว่าจะตายเสียก่อนจะทำหน้าที่นี้ ผมโล่งอก รั้งรอไม่ได้แล้ว

กระแสที่ซ้ำเติมผมทุกวัน ที่เห็นเด็กๆเยาวชนที่เรียกว่าคณะราษฎร 2563 ชื่นชมคณะราษฎร 2475 เหลือเกิน เป็นฮีโร่ แต่ใจเรารู้ดีว่าไม่ใช่ ถ้าผมไปเถียงอะไรก็คล้าย ๆ ผมไปแอนตี้เด็ก ความจริงผมชื่นชอบเด็กนะ เขามีความคิดอ่านแต่ต้องอ่านรู้มากกว่านี้ มองอะไรมองด้านเดียว


อ.ปานเทพ-แล้วจอมพล ป.ล่ะ? ท่านมีโอกาสได้พูดคุยไหมครับ

พล.ท.สรภฎ-ไม่เคย เคยแต่คุยกับลูกท่าน คุณรัชนีบูล (ลูกเขามีความรู้สึกสำนึกผิดหรือพลาดไปเหมือนครอบครัวนิรันดรเป็น?) เขาไม่กล้าแสดงความในใจ เพราะความใกล้ชิดผมไม่พอ ได้แต่เพื่อนเรียนเซ็นต์คาเบรียลด้วยกันคือ บูรชิต เชวงศักดิ์สงคราม ที่อยากจะสำนึกผิด พ่อของเขาป่วยเหมือนกัน และผมคิดเองว่าคณะราษฎรหลายคนก็คิดอย่างนั้น เพราะเวลาผ่านไป ก็รู้สึกผิดชอบชั่วดี ได้เข้าใจมากขึ้น ทำอะไรไม่ถูกไม่ควร

อ.ปานเทพ-ขุนนิรันดรชัยมีศัตรูไหมในคณะราษฎรด้วยกันเอง?

พล.ท.สรภฎ- ในคณะราษฎร คุณพ่อเคยเล่าว่า ลูกน้องของพลตำรวจเอกเผ่า ขู่จะเอาเงินจากคุณพ่อ และคุณพ่อก็หาทาง compromise เจรจาประนีประนอมจนสามารถรอดมาได้ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า “ลองถ้าฉันไม่ใช้ความฉลาด ขืนไม่ให้หรือแข็งข้อ ฉันก็คงเป็นอย่างนายวนิช ปานะนนท์” ผมก็ศึกษานายวนิชถูกจับและถูกแขวนคอตายในห้องขัง นั่นคือถูกฆ่า

อ.ปานเทพ-ดูจากหนังสืองานศพ คนเขียนคำไว้อาลัยมี2คนคือ จอมพล ป.กับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ความสัมพันธ์กับหลวงธำรงฯนี่ใกล้ชิดกันมากเลยใช่ไหมครับ แล้วหลวงธำรงฯได้ประโยชน์จากขุนนิรันดรชัย เป็นท่อน้ำเลี้ยงเหมือนจอมพล ป.

พล.ท.สรภฎ- คุณพ่อและหลวงธำรงฯใกล้ชิดกัน เป็นเพื่อนรักกัน หลวงธำรงฯเป็นกรรมการแบงก์ ในความคิดของผมคิดว่าเป็นผู้ร่วมลงทุนด้วยกัน ตอนหลังหลวงธำรงฯลงมาเรื่องการเมือง ขุนนิรันดรจึงทำคนเดียว มีอีกคนชื่อคุณฉวี เป็นคณะกรรมการของธนาคารด้วยกัน ผู้ก่อตั้ง และขุนนิรันดรไม่ใช่ท่อน้ำเลี้ยงของหลวงธำรง มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น(จอมพล ป.)

อ.ปานเทพ-แล้วนิสัยของขุนนิรันดรชัยเป็นอย่างไรบ้าง

พล.ท.สรภฎ-คุณพ่อเป็นคนใจดีมาก (แต่ทำไมหลวงธำรงฯถึงมีประโยคหนึ่งบอกว่าเป็นคนมีความคิดรุนแรง ? ) คุณพ่อนี่เป็นคนใจดี แต่ความคิดรุนแรงตอนก่อการยึดอำนาจ คุณพ่อลากเอาปืนใหญ่ ปตอ.เป็นความรุนแรงของการสู้รบ จะถล่มที่ทุ่งบางเขน แม้แต่กองทัพเรือยังไม่ทำที่จะเอาปืนเรือถล่ม แต่คุณพ่อเอาปืนใหญ่บอมบ์เลย

อ.ปานเทพ-แสดงว่าครั้งแรกของขุนนิรันดรชัยไปเป็นเลขาของพระยาพหลฯ จริงๆเป็น networkตัวฝากของจอมพล ป. ไม่ใช่คนของพระยาพหลฯเลย?

พล.ท.สรภฎ-ไม่ใช่เลย ผมเข้าใจว่า จอมพล ป.คงจะเห็นฝีไม้ลายมือรุนแรงในการรบกับกบฎบวรเดช เป็นตัวหลักเอาปืนใหญ่ ปตอ.ปราบเลย

อ.ปานเทพ-เหตุผลอะไรที่ขุนนิรันดรชัยจากเลขาธิการ ครม.ข้ามฟากมาเป็นราชเลขานุการในพระองค์?

พล.ท.สรภฎ-เพื่อดูแลทรัพย์สินและถวายความปลอดภัยในรัชกาลที่ 8ตามที่คุณพ่อรับปากกับสมเด็จย่า แล้วเรื่องอันนี้เพื่อยืนยันคำพูดของผม ในหนังสือยุวกษัตริย์ หน้า 230 จะเห็นชัดรูปคุณพ่อและคำบรรยายภาพว่า ขุนนิรันดรชัยมารับที่ปีนัง

จริง ๆ จอมพล ป.ส่งคุณพ่อมาดูว่ามีการติดต่อกับกลุ่มพระยาดำรงราชานุภาพ มีความเคลื่อนไหวอะไรหรือเปล่า เขาระแวงกันอยู่

อ.ปานเทพ-พระองค์เจ้าอาทิตย์กับขุนนิรันดรชัยสนิทกันหรือเปล่า?

พล.ท.สรภฎ-ไม่...พระองค์เจ้าอาทิตย์จะเกรงใจขุนนิรันดรชัย แล้วแต่ขุนนิรันดรจะสั่ง

อ.ปานเทพ-ทำไมพระองค์เจ้าอาทิตย์ใช้คำพูดว่าขุนนิรันดรชัยข่มขู่เขากลายๆ

พล.ท.สรภฎ-คือว่าข่มขู่แบบว่า เช่นภรรยาจะขอเป็นคุณหญิง ก็ต้องทำมา เช่นคุณหญิงจรูญ เพราะความจริงคุณหญิงจรูญไม่ได้หรอก ก็ต้องสั่งมา

อ.ปานเทพ-บทบาทของขุนนิรันดรชัยน่าจะอยู่เหนือพระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ?

พล.ท.สรภฎ- ก็คณะราษฎร และพวกภรรยาของคณะราษฎร ถ้าเผื่อคุณพ่อเห็นด้วย ก็ได้เป็นคุณหญิงหมด เพราะคุณพ่อต่อตรงกับพระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ สั่งการได้และหม่อมกอบแก้วกับคุณพ่อชอบพอกัน

อ.ปานเทพ
-ขุนนิรันดรชัยมีภรรยากี่คน?


พล.ท.สรภฎ-มี 2 คน คือคุณหญิงจรูญกับคุณแม่ผม ก่อนมาแต่ง ท่านก็มีแล้วก็เลิกตามแบบคนโบราณ รับรู้กันทั้งสองครอบครัว

อ.ปานเทพ
-หลังจากขุนนิรันดรชัยเป็นอัมพาตอยู่ระหว่าง 2496-99 ในช่วงท้ายๆท่านก็ยังฝากเรื่องความสำนึกผิดอยู่ใช่ไหมครับ

พล.ท.สรภฎ
-เป็นเรื่อง main point ของท่าน ปมอยู่ในใจท่าน เวลาไปเยี่ยม แทนที่จะถามถึงทุกข์สุขของลูกแสดงความเป็นห่วงใย ท่านก็ถามถึงเรื่องนี้ พูดทุกครั้ง พูดไปก็ร้องไห้ไป แล้วก็บอกว่า “ไม่มีโอกาสแล้วๆ”

ท่านเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ ต้องมีคนคอยพลิกตัว นั่งไม่ได้ ต้องนอนอย่างเดียว สาเหตุที่ผมรู้เพราะคนดูแลมาอวดกับผมว่า เขาปิ้งเก่งนะ ไม่ให้ร่างกายเน่าเลย ผมก็ถึงเข้าใจคำว่าปิ้งเก่งของเขา (หัวเราะเบาๆ)


อ.ปานเทพ-ความจริงบันทึกประวัติศาสตร์ที่เปิดเผยก็คล้ายคลึง แต่มีเรื่องบางอย่างที่ไม่มีใครเคยรู้ ขุนนิรันดรชัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักให้ จอมพล ป. ตั้งธนาคารนครหลวงไทยในฐานะท่อน้ำเลี้ยงของรัฐบาลในยุคนั้น


พล.ท.สรภฎ-อันนี้ผมไม่ทราบ รู้แต่ว่ามีสองแห่งคือไทยทนุและธนาคารนครหลวงไทย และคนที่รู้คือพี่ธรรมนูญ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ผมถึงบอกว่าเป็นเจเนอเรชั่นสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ก็หายไปแล้ว จบไปแล้ว…


อ.ปานเทพ-ตอนนี้ข่าวขุนนิรันดรชัยดังมาก คนในครอบครัวตระกูลนิรันดรคุยกันไหมครับว่ามันจะต้องจบทางใดทางหนึ่ง เพราะกระแสข่าวคณะราษฎรถูกรื้อฟื้นขึ้นมา


พล.ท.สรภฎ-ผมไม่เข้าใจหลาน ลูกของคุณจิตราพี่สาวอีกคน ชื่อเล่นว่าโกะ ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่นิด้า เขาเป็นคนโสด แต่ผมไม่เข้าใจว่า ตอนนี้คุณจิตราเป็นผู้จัดการมรดกของคุณหญิงจรูญ ก็พยายามเข้าวุ่นวายทั้งหมด ตอนนี้พอพี่ธรรมนูญท่านเป็นผู้จัดการมรดกของคุณพ่อ ผมยังคิดว่าผมจะเป็นผู้จัดการมรดกของคุณพ่อแล้วด้วยความชอบธรรม ผมจะได้ทำอะไรได้หลายอย่าง และดูๆสิว่าหลาน ๆ จะว่ายังไง


อ.ปานเทพ-วันนี้ได้มาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมรูปทั้ง 3 พระองค์ อยากจะบอกอะไรบ้างทั้งสังคมเลย


พล.ท.สรภฎ-ผมอยากจะบอกสังคมว่า การศึกษาประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อเราศึกษาแล้วรู้อะไรรู้จริง เราสามารถเปรียบเทียบได้ ไม่ใช่รับข่าวสารด้านเดียว ความรู้สึกผมต่อสังคม ผมอยากให้ปรับที่เครื่องรับ ไม่อยากปรับที่เครื่องส่ง ในโลกปัจจุบันของข้อมูลข่าวสารเครื่องส่งมากมายมหาศาล เราไปปรับเครื่องส่งไม่ได้ เราต้องปรับเครื่องรับ ถ้าเครื่องรับของเรามั่นคงแน่นอน เราไม่กลัวเลย จะมีเครื่องส่งกี่สิบเครื่องเราไม่กลัวเลย เครื่องรับเรามั่นคงแน่นอน

แต่เรื่องยากที่สุด คือจะต้องสร้างเครื่องรับของเราให้มั่นคง อันนี้คือการสร้างเครื่องรับของเรา แต่สิ่งในอดีต อยากจะเรียนสังคม เราไม่ค่อยสร้างเครื่องรับของเราๆก็เลยเปะปะ เมื่อเครื่องส่งส่งอะไรมาก็รับหมด ก็ไม่มีโอกาสหรือสิ่งวิเคราะห์เปรียบเทียบอะไรถูกอะไรผิด ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด

แม้แต่ข่าวเร็ว ๆ นี้ว่า ใบขับขี่ตลอดชีวิต เครื่องรับบอกว่าจะขอมาทำใหม่ เพื่อมายึดอันเก่า ก็แตกตื่นกันหมด ขนส่งต้องออกมาชี้แจงว่ามันไม่จริง

ดังนั้นต้องปรับเครื่องรับคือเยาวชนของเรา อยากให้ลูกหลานรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

และสิ่งสุดท้ายอยากจะฝากสถาบันพระมหากษัตริย์ อยากจะฝากสังคม สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่บ้านคู่เมือง คนรุ่นใหม่ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ย่าน Southeast Asia จักรวรรดิมันทำลายไปหมด ทำลายหมดเลยไม่ว่าพม่า ลาว เหลือไทยเท่านั้นเอง คนรุ่นใหม่ต้องถนอมและรักษาสถาบันกษัตริย์ให้ได้ ก็ขอฝากไว้เท่านี้




กำลังโหลดความคิดเห็น...