xs
xsm
sm
md
lg

สโลวไลฟ์กับวิถีชุมชน “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” ณ ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี กับกิจกรรม Media & Trade FAM TRIP โครงการ Thailand Village Academy Season 2

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สนับสนุนกิจกรรมโครงการ Thailand Village Academy Season 2 เพื่อพัฒนายกระดับแหล่งเรียนรู้ วัฒนธรรมในชุมชน และนำเสนอสู่ตลาดกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหญ่แคมเปญ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” โดยเชิญสื่อไทยและต่างชาติรวมทั้งบริษัททัวร์ร่วมกิจกรรม Media & Trade FAM TRIP (Familiarization Trip) นำโดย นางสาววจี ทางเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาบุคลากรทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งบริษัททัวร์ On around , บริษัททัวร์ So Happy , ผู้ร่วมสนุกจากเพจ Forever young สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมกิจกรรมร่วม 20 ท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยว ในเส้นทาง "ชนบทที่รัก” ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์ขยายผลต่อยอดการตลาดต่อไป


“ชุมชนตะเคียนเตี้ย” ตั้งอยู่ใน ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบความพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในอดีตชุมชนตะเคียนเตี้ยมีอาชีพทำนา และมีน้ำสมบูรณ์ตลอดทั้งปีแต่ต่อมาน้ำที่ใช้ทำนาเริ่มไม่เพียงพอ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหันไปปลูกมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ปัจจุบันมีการทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น และมะพร้าวยังถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชน สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวได้หลากหลายและที่สร้างชื่อให้กับชุมชนคือ "แกงไก่กะลา" และ "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น" นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ของเล่นจากกะลามะพร้าว ฯลฯ ให้ได้เลือกช้อปเป็นของฝากของที่ระลึกกลับไปอีกด้วย




"ชุมชนตะเคียนเตี้ย" อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ ท่องเที่ยวและร่วมทำกิจกรรมแบบสโลว์ไลฟ์ สบายๆ โดยจุดหมายแรกของทริปคณะเดินทางไปยัง “สวนฟ้าใสไอโกะ” ซึ่งเป็นสวนมะพร้าวที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม บรรยากาศของสวนมะพร้าวร่มรื่นอยู่ท่ามกลางดงมะพร้าวที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถว ซึ่งปลูกมานานกว่า 40 ปี และเริ่มจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ประมาณ 3-4 ปี เมื่อคณะไปถึง คุณวันดี ประกอบธรรม ผู้นำชุมชน และ คุณถาวร เปลี่ยนสี เจ้าของสวนฟ้าใสไอโก๊ะ ให้การต้อนรับ พร้อมเสิร์ฟ “กาแฟมะพร้าว” และขนมของว่างให้ได้ลิ้มลอง ชมการสาธิตวิธีชงกาแฟมะพร้าวที่ใช้กะทิซึ่งมีรสหวานมันจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้น้ำตาลมาสร้างสรรค์ความอร่อย เสิร์ฟพร้อมขนมไทยคู่กันอย่างลงตัว








จากนั้นคณะร่วมทำกิจกรรมทำ “ผ้ามัดย้อมจากเปลือกมะพร้าว” โดยผู้ร่วมกิจกรรมนำผ้ามามัดสร้างสรรค์ลวดลายเฉพาะตัวจากการนำผ้าสีขาวมา พับ รัด มัดด้วยเชือก หรือ ยางรัด กับวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ไอติม เมล็ดถั่วเขียว ไม้ไผ่ ฯลฯ ตามความต้องการ เพื่อทำลายผ้า และนำผ้าไปขยำลงในหม้อย้อมใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที เมื่อแกะสิ่งที่รัดผ้าเอาไว้ออก นำไปล้างในน้ำสะอาดก็จะได้ลวดลายผ้าที่มีลวดลายฝีมือของตัวเองที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเป็นของที่ระลึก ทั้งนี้คณะยังได้ชิม “น้ำมะพร้าวน้ำหอม” ที่หวานหอมชื่นใจมาเสิร์ฟให้รับคณะ เป็นมะพร้าวน้ำหอมตามฤดูกาลของบ้านตะเคียนเตี้ย โดยใช้หลอดรักษ์โลกที่ทำมาจาก “ก้านมะละกอ” ในระหว่างทำกิจกรรมผ้ามัดย้อมอีกด้วย






จากนั้นเดินทางไปยัง "บ้านร้อยเสา" เพื่อทำกิจกรรมปรุงอาหารด้วยตนเอง โดยมี "เชฟชุมชน" ทำการสาธิตวิธีการปรุงอาหารทุกขั้นตอน สำหรับเมนูที่เลือกมาให้ทางคณะได้ลองทำนั้นคือ "แกงไก่กะลา"(กรุบมะพร้าว) ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อ และเป็น Local food ของที่นี่ซึ่งหาทานยาก มีส่วนประกอบจากกะลามะพร้าวที่ยังอ่อนอยู่เป็นวัสถุดิบจากชุมชนนำมาแกงกับเนื้อไก่ด้วย บรยากาศในการทำกิจกรรมหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องแกง ที่สมาชิกร่วมกันเรียนรู้และทำแกงไก่กะลาด้วยต้นเองทกุขั้นตอนอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารจากฝีมือตนเองและอาหารจาก “ป้าแป๊ด” เชฟใหญ่ของชุมชนซึ่งจัดเสิร์ฟมาเป็นชุดอาหารเฉพาะบุคคล ได้แก่ ไก่กะลา น้ำพริกกุ้งสดไข่เค็ม หมูต้มชะมวง ผัดบวบกุ้ง ผลไม้ ให้แต่ละท่านได้อร่อยอย่างจุใจ ตามแบบฉบับ New Normal กินร้อนช้อนเราป้องกันไวรัสโควิด 19










หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารชุมชน คุณวันดี ผู้นำชุมชนตะเคียนเตี้ย นำคณะมายัง “ลานวัฒนธรรมบ้านร้อยเสา” ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันเพื่อรับประทานของว่าง และกล่าวต้อนรับคณะโดยให้ร่วมสนุกด้วยการตีกลองรำมะนาประกอบการร้อง “ลำตัด” ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านของชุมชนจากกลุ่มแม่บ้านและคณะทำงาน สร้างความสนุกสนานและเป็นกันเอง โดยร่วมกันร้องเพลงลำตัดแนะนำชุมชนตะเคียนเตี้ยอย่างสร้างสรรค์




จากนั้นนำเดินชม "บ้านร้อยเสา” อายุกว่าร้อยปีซึ่งเป็นของ คุณยายทรัพย์ และ คุณยายสิน ประกอบธรรม เป็นบ้านยกพื้นสูงแบบไทยมองภายนอกเหมือนบ้านแฝด แต่ภายในสามารถทะลุถึงกันได้หมด ใต้ถุนบ้านมีเสาทั้งหมด 102 เสา ชั้นบนของบ้านจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โดยนำข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนที่มีอยู่มาจัดแสดง เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตมรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมของชาวตะเคียนเตี้ยอีกด้วย








ต่อด้วยกิจกรรมคณะเดินทางไปเยี่ยมชมสวนมะพร้าว ณ “สวนป้ายอ” แหล่งส่งออกเนื้อมะพร้าวเพื่อนำไปทำกะทิสด ต้นกำเนิดของน้ำกะทิแสนอร่อยในตำนาน “ข้าวหลามหนองมน” ชมการปอกมะพร้าวแบบมืออาชีพ และชิมจาวมะพร้าวสีเหลืองที่อยู่ในลูกมะพร้าวสดๆ ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยลิ้มลอง และชมการสาธิตวิธีปอกเปลือกมะพร้าวด้วยที่ปลอกมะพร้าวที่มีปลายแหลมคมเหมือนปลายหอก จากความสามารถเฉพาะตัวและชำนาญของผู้สาธิตอย่างน่าหวาดเสียว ที่ห้ามลอกเรียนแบบเด็ดขาด








จากนั้นเดินทางกลับมายัง “บ้านร้อยเสา” เพื่อให้คณะได้ผ่อนคลายด้วยการนวดน้ำมันมะพร้าวจากชุมชน และ คลายร้อนกับเครื่องดื่มยามบ่ายด้วย น้ำอัญชัญมะนาว และขนมของว่าง กล้วยห่มผ้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญโดยการนำกล้วยมาห่อด้วยกระดาษทิชชู่และนำกลีบของหัวปลีมาห่มอีกชั้น จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นรักษาความสดใหม่และเย็นชื่นใจให้ได้รับประทาน




ก่อนจะปิดท้ายกิจดรรมด้วยการทำงานศิลปะตกแต่ง “ถุงผ้าด้วยดอกไม้สด” โดยนำ ดอกไม้ ใบไม้ ที่มีอยู่ในชุมชน มาจัดวางออกแบบตกแต่งลวดลายเฉพาะตัวของแต่ละคน ติดบนถุงผ้าด้วยเทปใส จากนั้นใช้ไม้ไผ่มาทุบบนดอกไม้ใบไม้ที่ติดบนถุงผ้า เพื่อให้สีจากธรรมชาติหลุดออกมาติดอยู่บนถุงผ้าเป็นลวดลายที่ต้องการ แล้วลอกออกก็จะได้ลวดลายและสีสันของใบไม้ดอกไม้ที่สวยงามตามธรรมชาติ เป็นผลงาน DIY บนถุงผ้าอย่างสร้างสรรค์กลับไปเป็นของที่ระลึกอีกด้วย




นอกจากนี้ “ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย” ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจให้ได้เลือกทำ สนใจอยากไปท่องเที่ยวชุมชนและทำกิจกรรมสามารถติดต่อได้ที่ "ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย" ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 098 412 1712 หรือ เว็บไซต์ https://www.facebook.com/638096920151788/?ti=as


ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับโครงการ Thailand Village Academy Season 2 ได้คัดเลือกแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนมาออกแบบสร้างสรรค์ใหม่ให้ตอบโจทย์ความสนใจของกลุ่มซิลเวอร์เอจ เพื่อกระตุ้นหรือจูงใจให้คนวัย ซิลเวอร์เอจเดินทางท่องเที่ยวไปยังชนบทมีด้วยกันถึง 16 ชุมชนที่น่าสนใจให้ได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและประทับใจ โดยชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนายกระดับเป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สำหรับนักเดินทางรุ่นใหญ่วัย “ซิลเวอร์เอจ” ได้ออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน “ชนบท” ไปลองใช้ชีวิตแบบบ้าน ๆ เรียบง่าย สุข สงบกับครอบครัวหรือก๊วนเพื่อนรู้ใจ ที่ไปแล้วคุณจะหลงรักชีวิตในชนบทแบบสโลว์ไลฟ์ สนใจจองทริปไปเที่ยวชนบท www.ชนบทที่รัก.com

เรื่อง : อรวรรณ เหม่นแหลม


กำลังโหลดความคิดเห็น...