xs
xsm
sm
md
lg

อดีตคุณครูเมืองคอนวัย 77 ปี ทนตรากตรำปลูกผักหาเงินจ่ายหนี้ กยศ.แทนศิษย์-หลังโดนยึดบ้านบังคับจ่าย 1.7 แสน หลั่งน้ำตาร้องสื่อวอนศิษย์ช่วยจ่ายหนี้บ้าง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้มี นางวันดี จินา อายุ 77 ปี อดีตคุณครูโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายวราพงษ์ จินา อายุ 80 ปี สามี ได้เดินทางเข้าร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อวิงวอนให้นายศราวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี บ้านอยู่ ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช อดีตลูกศิษย์ของนางวันดี สมัยที่ นางวันดี สอนระดับมัธยมโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก เมื่อปี 2540 และ นายศราวุฒิ ลูกศิษย์ ได้ขอกู้เงินจากกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา ( กยศ.) ซึ่ง นางวันดี ได้เซ็นค้ำประกันเงินกู้ กยศ.ให้ แต่ผ่านมากว่า 20 ปี นายศราวุฒิ ลูกศิษย์ และครอบครัวกลับไม่รับผิดชอบหนี้เงินกู้ กยศ.จนกระทั่งบริษัท เศรษฐคณา จำกัด ผู้รับมอบอำนาจจากกองทุน กยศ.ได้ยื่นฟ้อง นางวันดี ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ กยศ.ให้ นายศราวุฒิ ต่อศาลจังหวัดทุ่งสง ตามคดีหมายเลขดำที่ 1747/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 2096/2551 จนศาลสั่งยึดทรัพย์บ้านและที่ดิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนางวันดี และสามีในปัจจุบัน

นางวันดี กล่าวว่า ในช่วงในปี 2540 นโยบายเงินกู้เงิน กยศ. เพิ่งเริ่มดำเนินการใหม่ๆ นายศราวุฒิ เรียนในระดับมัธยมปลาย ต้องการกู้เงินแค่ 8,000 บาทเศษเท่านั้น ตนเห็นแก่อนาคตของลูกศิษย์ จึงเซ็นค้ำประกันเงินกู้จำนวนดังกล่าวให้ จนกระทั่งตนเกษียณอายุราชการมาหลายปีทางกองทุน กยศ. ได้ส่งเอกสารทวงหนี้มาถึงตนเพราะนายศราวุฒิ ลูกศิษย์ในฐานะผู้กู้ไม่ได้จ่ายหนี้เงินกู้ กยศ.เลย ที่สำคัญ ตนเซ็นคำประกันให้แค่ 8,000 บาท ในช่วงเรียนมัธยมปลายเท่านั้น แต่นายศราวุฒิ กลับนำหลักฐานเดิมไปกู้เงิน กยศ.ต่อเนื่องในการเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนมียอดเงินต้นกว่า 80,000 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายอดเงินกู้เป็นเงินต้นสูงถึง 86,490 บาท ดอกเบี้ย 12,574.98 บาท เบี้ยปรับ 75,058.03 บาท รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 174,123.01 บาท ตนจึงไปทวงถามกับพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ซึ่งพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ก็ยืนยันว่า เขาพร้อมรับผิดชอบเองทั้งหมด คุณครูไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากนั้น ก็เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยตนได้พาพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ไปพบเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนคิดว่าพ้นภาระการรับผิดชอบจากตนไปแล้ว

“แต่อยู่มาเมื่อเดือน พ.ย. 2561 ตนได้รับหนังสือสำนักงานบังคับคดีนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง ลงวันที่ 11 ก.ย. 2561 ให้บังคับคดีตามยึดทรัพย์จำเลยที่ 1-3 และบัดนี้ได้ยึดบ้านสิ่งปลูกสร้างของตน ในฐานะที่ตนเป็นจำเลยที่ 2 คือ ที่ดิน น.ส. 3 ก.ที่ดินเลขที่ 4022 เลขที่ดิน 317 ตำบลฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านและที่ดินที่ตนและสามีอยู่อาศัย และเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 ตนแจ้งได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราชไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากราคาบ้านและที่ดินที่ถูดยึดทรัพย์มีมูลค่ามากกว่าหนี้สินที่ตนค้ำประกัน โดยมียอดหนี้ที่ต้องจ่าย 149,904.02 บาท ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 พ.ย. 2561 ตนขอไกล่เกลี่ยผ่อนจ่ายมีกำหนด 24 เดือน ชำระงวดแรกวันที่ 5 ธ.ค. 2561 และหากไม่จ่ายให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด ภายในเดือน พ.ย. 2563 ถือว่าข้อตกลงเป็นอันยกเลิกและจะยินยอมให้ กยศ.บังคับคดีตามคำพากษาต่อไป ซึ่งก็คือการขายทอดตลาดบ้านพร้อมที่ดินของตน”

นางวันดี กล่าวด้วยน้ำตาคลอดเบ้าอีกว่า ตนเป็นข้าราชการเกษียณมีเงินบำนาญเดือนละไม่ถึง 20,000 บาท มีภาระที่ต้องจ่ายหนี้สินส่วนตัวและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแต่ละเดือน ส่วนสามีประกอบอาชีพทำสวนยางพารา แต่หลายปีที่ผ่านมายางพาราราคาตกต่ำจนมีรายได้จากการทำสวนยางพาราน้อยมาก ตนจึงต้องทำการปลูกพืชผักสวนครัวเก็บไปขายตามตลาดนัด เพื่อเก็บเงินเดือนละ 3,000-4,000 บาท นำไปจ่ายหนี้เงินกู้ กยศ.ตามที่ตกลงกับกองทุนฯ ทุกเดือน แต่ในระยะหลังๆ ตนมีอายุมากขึ้นทำการเกษตรปลูกพืชผักไม่ค่อยไหว จึงไม่มีเงินไปจ่ายค่างวดหนี้ กยศ.ตามที่ตกลง โดยในขณะนี้คงเหลือยอดที่ต้องข่ายอีกกว่า 70,000 บาท ในขณะที่มีระยะเวลาเหลืออีกแต่ไม่ถึง 2 เดือน ตนคงหมดปัญญาที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้จำนวนดังกล่าวอย่างแน่นอน และคงถูกบังคับคดียึดบ้านและที่ดินที่อาศัยในปัจจุบันไปขายทอดตลาดอย่างแน่นอน

“ตนพยายามจะไปวิงวอนขอร้องนายศราวุฒิ ซึ่งมีลูกเมียอยู่ในตลาด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพร้านอาหาร มีฐานะดี มีรายได้พอสมควร รวมทั้งพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ก็ค้าขายมีรายได้พอสมควรเช่นกัน ซึ่งน่าจะรวบรวมเงินมาช่วยตนจ่ายหนี้เงินกู้ของนายศราวุฒิบ้าง แต่ทั้งพ่อแม่และตัวนายศราวุฒิ กลับไม่สนใจที่จะช่วยเหลือและยังพูดจาไม่ดีใส่ตนอีกด้วย ตนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครจึงมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนและสามีด้วย โดยเฉพาะนายศราวุฒิและครอบครัว รวมทั้งพ่อแม่ของนายศราวุฒิ ที่ตอนกู้เงิน กยศ.ก็มาวิงวอนขอให้ตนช่วยเหลือค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งตนเห็นแก่อนาคตของลูกศิษย์ อยากให้ได้ศึกษาเล่าเรียนจึงยอมเซ็นค้ำประกันให้เพียงเพื่อให้เรียนจบ ม.6 แต่กลับนำหลักฐานเดิมไปขอกู้เงิน กยศ.ต่อในระดับปริญญาตรี ตอนแรกที่ถูกตามทวงหนี้นายศราวุฒิ มีครอบครัวและอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ พ่อแม่นายศราวุฒิ ก็ยังยืนยันว่า จะไม่ทำให้คุณครูต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน โดยจะรับผิดชอบจ่ายหนี้ กยศ.ของนายศราวุฒิ เองทั้งหมด”

คุณครูวัยชรา กล่าวต่อไปอีกว่า “แต่ในปัจจุบันนายศราวุฒิ พาครอบครัวกลับมาอยู่บ้านในตลาด อ.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช และมีธุรกิจเปิดร้านขายอาหาร และกลับเมินเฉยไม่สนใจไยดี ตนและสามีเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอวิงวอนนายศราวุฒิ และพ่อแม่ขอให้แสดงน้ำใจช่วยเหลือตนและครอบครัวจ่ายหนี้ กยศ.ที่เหลือกว่า 70,000 บาทด้วย อย่าทำอย่างนี้ อย่ามาทิ้งภาระทั้งหมดให้กับครูเลย ครูไม่ได้มีส่วนได้เสียกับเงินกู้แม้แต่สตางค์แดงเดียว ขอให้สงสารครูด้วยครูและสามีอายุมากแล้ว ทำงานหาเงินมาช่ายหนี้แทนลูกศิษย์ไม่ไหวแล้ว ขอให้ช่วยรับภาระหนี้เงินกู้ กศย.ที่เหลือด้วยเถิด” นางวันดี กล่าวอย่างน่าสงสาร






กำลังโหลดความคิดเห็น...