xs
xsm
sm
md
lg

ชี้ “บอส” ไม่เกี่ยวไม่ได้ ชัดอยู่แล้ว “ทายาทกระทิงแดง” ประชาชนบอยคอตที่ภาพลักษณ์ไม่ใช่ธุรกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ความเห็นจากแวดวงสื่อ หลังกลุ่มธุรกิจทีซีพีร่อนแถลง “บอส อยู่วิทยา” ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ผู้ประกาศข่าวดังระบุชี้แจงแบบนี้ไม่ผิด เพราะแบ่งมรดกชัด ภรรยาหนึ่งกับภรรยาสอง อีกด้าน กก.นโยบายไทยพีบีเอสระบุสื่อสารในภาวะวิกฤตล้มเหลว พ่อถือหุ้นเกินครึ่งในบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง สื่อไม่เคยเข้าใจผิดว่าเป็นทายาทกระทิงแดง ที่ประชาชนบอยคอตก็ด้วยภาพของทายาทกระทิงแดง แนะถ้าจะผ่านวิกฤตต้องพูดความจริงเท่านั้น

วันนี้ (26 ก.ค.) หลังจากที่กลุ่มธุรกิจทีซีพี ผู้ผลิตเครื่องดื่มกระทิงแดง ออกเอกสารชี้แจง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับกลุ่มธุรกิจทีซีพี คณะผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นและพนักงานของกลุ่มธุรกิจทีซีพี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือกระบวนการต่างๆ ของคดีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนบุคคลของนายวรยุทธ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

อ่านประกอบ : กลุ่มธุรกิจทีซีพี-กระทิงแดง ร่อนเอกสารแจง “บอส อยู่วิทยา” ไม่เกี่ยวข้องทางธุรกิจ

พบว่าเรื่องนี้มีผู้คนในแวดวงสื่อสารมวลชนให้ความสนใจ เช่น น.ส.นรากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวและนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “นารากร OnAir” ระบุว่า กลุ่มธุรกิจทีซีพีออกหนังสือชื้แจงว่า บอส วรยุทธ อยู่วิทยา ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัทฯ หลังจากกระแส #SaynoToRedbull (แบนกระทิงแดง) จุดติดแล้ว ถ้าดูจากรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัท 7 คน ก็ถือว่าการชี้แจงนี้ถูกต้อง ไม่มีอะไรผิด แต่ถ้าดูรายชื่อชัดๆ ผู้ถือหุ้น 6 ใน 7 คน ในกลุ่มธุรกิจทีซีพี ใช้นามสกุล “อยู่วิทยา”

จะทำความเข้าใจเรื่องนี้ ต้องเข้าใจตระกูล “อยู่วิทยา” ก่อน คือ นายเฉลียว อยู่วิทยา (ล่วงลับไปแล้ว) มีภรรยา 2 คน มีทายาท 11 คน ภรรยาคนแรก คือ นางนกเล็ก สดสี (มีลูก 5 คน) ภรรยาอีกคน คือ นางภาวนา หลั่งธารา มีลูก 6 คน) นายเฉลิม อยู่วิทยา เป็นบุตรชายคนโตของนายเฉลียว กับนางนกเล็ก นายเฉลิมมีลูก 3 คน นายบอสเป็นคนสุดท้อง รายชื่อผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัททีซีพีทั้ง 7 คน คือสายของภรรยาคนที่ 2 คือ นางภาวนา หลั่งธารา ส่วนนายเฉลิม อยู่วิทยา (พ่อของบอส) ถือหุ้น Redbull GmbH ซึ่งเป็น Redbull ที่จำหน่ายในต่างประเทศ และมีหุ้นส่วนเป็นชาวออสเตรีย ปัจจุบันนายเฉลิมถือหุ้นใน Redbull GmbH 51% ถือครองทรัพย์สินมูลค่า 6 แสน 6 หมื่นล้านบาท อยู่ในอันดับ 2 จาก 20 คน ในรายชื่อมหาเศรษฐีไทย

แต่กลุ่มธุรกิจทีซีพี หรือกระทิงแดงในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารของนายสราวุธ อยู่วิทยา เป็นลูกชายคนที่ 10 ของนายเฉลียว ที่เกิดกับภรรยาคนที่ 2 คือ นางภาวนา หลั่งธารา ส่วนธุรกิจที่นายเฉลิม อยู่วิทยา (พ่อของบอส) บริหารอยู่คือ บริษัท สยาม ไวเนอรี่ เทรดดิ้งพลัส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มสปาย ไวน์คูลเลอร์ ไวน์ Monsoon Valley เครื่องดื่มแอปเปิลไซเดอร์ แบรนด์ MOOSE และธุรกิจอื่นๆ ที่นายเฉลิม-นางดารณี อยู่วิทยา เป็นผู้ถือหุ้นอีกกว่าสิบบริษัท

สรุปว่า นายเฉลียว อยู่วิทยา แบ่งมรดกกระทิงแดงเป็น 2 ส่วนใหญ่ กระทิงแดงในประเทศไทยซึ่งบริหารในนามกลุ่มธุรกิจ TCP ยกให้ลูกสายนางภาวนา หลั่งธารา (ภรรยาคนที่ 2) Redbull ในต่างประเทศยกให้นายเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายคนโตของนางนกเล็ก สดสี (ภรรยาคนที่ 1)



ด้านนายจักร์กฤษ เพิ่มพูล สื่อมวลชนอาวุโส คณะกรรมการนโยบาย (ด้านกิจการสื่อสารมวลชน) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chakkrish Permpool ระบุว่า บอส ไม่เกี่ยว 'กระทิงแดง Crisis Communication พลิกตำราประชาสัมพันธ์ การสื่อสารในภาวะวิกฤต เอกสารชี้แจงของกลุ่มธุรกิจทีซีพี ปฏิเสธความเกี่ยวข้องระหว่างนายบอส หรือวรยุทธ อยู่วิทยา กับกลุ่มธุรกิจ และแบรนด์สินค้าต่างๆ รวมทั้งแบรนด์กระทิงแดง ภายใต้กลุ่มธุรกิจทีซีพี นับเป็นความล้มเหลวอย่างยิ่งของฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสารของกลุ่มบริษัทแห่งนี้

นายบอส เป็นบุตรนายเฉลิม อยู่วิทยา นายเฉลิมถือหุ้นสัดส่วนเกินครึ่งในบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด นายบอสจึงมีฐานะเป็นทายาทกระทิงแดงโดยสายเลือด และนับจากที่นายบอสขับรถชนตำรวจตายเมื่อ 8 ปีก่อน นายบอสก็คือทายาทกระทิงแดง

ทายาทกระทิงแดง คือชื่อที่สื่อเรียกขานเขามาตลอดนับจากวันนั้น สื่อไม่เคยเข้าใจผิด หรือคิดว่านายบอสเกี่ยวพันกับกลุ่มบริษัททีซีพี และหากประชาชนที่รักความเป็นธรรมจะใช้มาตรการทางสังคม ปฏิเสธสินค้าภายใต้แบรนด์กระทิงแดง หรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องที่เขาแสดงการต่อต้านสินค้ากระทิงแดง ด้วยภาพของทายาทกระทิงแดง ไม่ใช่ภาพของนักธุรกิจ หรือผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัทนี้แต่อย่างใด

อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง มิใช่การยกฟ้อง อันหมายถึงนายบอส ได้ถูกฟ้องต่อศาลในฐานะจำเลยแล้ว และศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง นี่ก็เป็นความไม่เข้าใจ ความไม่ละเอียดถี่ถ้วน ของฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสารทีซีพีอีกข้อหนึ่ง การสื่อสารในภาวะวิกฤต มีเพียงการพูดความจริงเท่านั้นที่จะทำให้ผ่านวิกฤตินั้นไปได้ หากพูดความจริงไม่ได้ ก็สมควรนิ่งเฉยเสีย




กำลังโหลดความคิดเห็น...