xs
xsm
sm
md
lg

สะพัดทวิตเตอร์ #RIPจีจี้ แอ็กเคานต์ด่าศิลปินเกาหลี อึ้งด่าคนอื่นแล้วมีความสุข เห็นเป็นเรื่องตลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชาวเน็ตแหก “จีจี้ น้ำแรกแห่งชาติ” ทวิตเตอร์ด่าศิลปินเกาหลี ทั้งแบมแบม ก็อตเซเว่น และลิซ่า แบล็คพิงค์ จนเจ้าตัวปิดแอ็กเคานต์หนี พบทัศนคติแล้วอึ้ง ด่าคนอื่นแล้วมีความสุข คุมตัวเองไม่ได้ ไม่ได้เกลียดแต่อยากด่า ตลกดีตอนเห็นคนตีกัน ย้ำเป็นคนปกติไม่ใช่โรคจิต

วันนี้ (26 พ.ค.) รายงานข่าวระบุว่า ในทวิตเตอร์ได้มีผู้คนติดแฮชแท็ก #RIPจีจี้ ซึ่งกล่าวถึงสมาชิกในทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อบัญชีว่า @jiji_winkieboy หรือใช้นามแฝงว่า “จีจี้ น้ำแรกแห่งชาติ” มีพฤติกรรมเป็น “แอ็กเห็บ” โพสต์ข้อความที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) ใส่ศิลปินเคป็อป (K-POP) ประเทศเกาหลีใต้ เช่น แบมแบม ก๊อตเซเว่น หรือนายกันต์พิมุกต์ ภูวกุล และ ลิซ่า แบล็คพิงค์ หรือ น.ส.ลลิษา มโนบาล แต่ถูกชาวเน็ตเปิดเผยตัวตนว่าเป็นใครมาจากไหน ทราบชื่อคือนายไข่ (นามสมมติ) และประณามถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาจนเจ้าตัวต้องปิดบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมด รวมทั้งบัญชีส่วนตัวเพื่อหลบหนีความผิด

ทั้งนี้ มีชาวทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยวีรกรรมของ “จีจี้” ว่า เริ่มต้นเปิดบัญชีทวิตเตอร์ และเพิ่มยอดฟอลโลว์ให้ตัวเองด้วยการติดไปตามแฮชแท็กยอดนิยม และบอกว่าถ้ารีทวีตและฟอลโลว์จะแจกไอโฟน เช่น ประกวดนางงาม ประกาศผลสอบ จนมีผู้คนติดตามจำนวนมาก และเมื่อมีการโพสต์ข้อความเหยียดศิลปิน ก็จะมีฟอลโลว์เวอร์ตามไปรุมด่าด้วย เป็นเหตุให้ศิลปินได้รับความเสียหายแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะพวกที่ด่าไม่มีตัวตน เมื่อมีผู้ติดตามจำนวนมากก็จะรับเป็นอินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้าต่างๆ เช่น ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ต่างๆ

นายไข่ หรือ “จีจี้” เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารยูงทอง คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงการเป็นแอ็กเห็บว่า แอ็กห็บคือคนที่ไม่ระบุตัวตน พูดอะไรแรงๆ พลังลบเยอะๆ หลังๆ เริ่มมีคนพวกเดียวกัน มีความคิดเหมือนกันเยอะขึ้น คนที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มเปิดเผยตัวออกมาเพื่อแสดงความเห็น น่าจะสะท้อนสังคม เพราะโครงสร้างของสังคมไทยมีหลายระบบที่ทำให้เราไม่กล้าแสดงความคิดเห็นได้มาก ส่วนการใช้เฮตสปีช อ้างว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูด แต่ในความคิดคือคุยกับคนที่เป็นผู้ติดตามคือเพื่อนเรา อ้างว่าแม้จะละเมิดสิทธิคนอื่นแต่อยากทำ

“การด่าคนอื่นเป็นความสุข เราชอบมากเลย ด่าแล้วอะดรีนาลีนหลั่งเวอร์ (หัวเราะ) มีช่วงหนึ่งจะเป็นแบบ ไม่ได้ กูต้องด่าตลอดเวลาเลย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ถ้ามึงด่ากลับ กูจะด่าตอบให้แรงขึ้น แต่ว่าไม่ได้เกลียดกันนะ เขาอาจจะเกลียดเรา แต่เราไม่ได้เกลียด แค่อยากด่า ฝึกสกิล (กับแบมแบม) ไม่ได้เกลียดเลย ไม่ได้ด่าแบมแบมด้วย ไม่เคยด่าที่ตัวศิลปินขนาดนั้น ก็เขาชอบพิมพ์ผิดทุกครั้งที่มาทวีต เลยแซวเฉยๆ ว่าพิมพ์ผิดบ้าง เว้นวรรคเยอะบ้าง เลยเขียนว่า เจ้าชายแห่งวงการ spacebar แล้วมาด่าเราทำไม คือเราไม่ได้เกลียดแบมแบม จะเกลียดทำไม หรืออาจจะแซวแรงไป แต่ก็ไม่แรงนะ” นายไข่ หรือจีจี้ ระบุ

นายไข่ หรือจีจี้ อ้างว่า ที่แซวแรงนั้นพูดปกติ แต่ภาษาที่ใช้อาจไม่เหมาะสม ช่วงแรกๆ ที่คนเกลียดเยอะอาจจะเสียใจ แต่หลังๆ ไม่ มันต้องมีคนเกลียดอยู่แล้ว เพราะเรายังเกลียดคนอื่นเลย รู้สึกว่าแต่ละคนถกเถียงกันในประเด็นเดียวกันมากกว่า แล้วสังคมได้อะไรมากกว่าจะคล้อยตามทุกเรื่อง ส่วนใหญ่เรื่องที่ทวีตก็เป็นเรื่องเกาหลี ตอนแรกชอบกวนตีนเฉยๆ จุดประสงค์คือ กวนตีนเพื่อให้มาด่า ทวีตไปแล้วต้องโดนด่าแน่นอน ทำไปทำไมไม่รู้ ว่างมั้งก็เลยทำ ตลกดีตอนเห็นคนมีปฏิสัมพันธ์กัน

“มันต้องใช้แรง ใช้การวิเคราะห์หลายระดับอยู่นะ ต้องวิเคราะห์สองชั้น ว่าอันนั้นต้องจับคู่กับอันนี้ เพื่อโน้มน้าวให้คนคิดประมาณนี้แล้วเข้ามาด่าเรา มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ตัวอย่างคือ ตอนที่คนชอบด่าเจนนี่ แบล็คพิงค์ เพราะชุดเด่นกว่าคนอื่นในวง พอเจนนี่ออกเพลงเดี่ยวก็เลยจับคู่สองอย่างนี้ คือ ด่าชุดเด่น เจนนี่ออกโซโลคนเดียว แล้วไปแคปรูปมา บอกว่า “ตอนแรกไม่เชื่อว่าทุกคนด่าว่าชุดเด่น แต่ตอนนี้เห็นชุดนี้เชื่อแล้ว ดูสิชุดเจนนี่เด่นกว่าแดนเซอร์ข้างหลังทุกคนเลย” จากนั้นคนก็มาด่าเรา มีบอกว่า “มันก็ต้องเด่นกว่าอยู่แล้วหรือเปล่า” ก็กูพูดเล่นเฉยๆ แต่อยากให้มึงมาด่า” นายไข่ หรือจีจี้ ระบุ

นายไข่ หรือจีจี้ ระบุว่า การที่บอกว่าแอ็กห็บคือพวกขาดความอบอุ่น ชีวิตจริงไม่มีความสุข เลยต้องมาหาความสุขด้วยการด่าคนในโลกออนไลน์นั้น มันเป็นแค่การเหมารวมว่าคนมีปัญหาจิตเวชต้องมีลักษณะประมาณนี้ ตนเป็นคนปกติ ไม่ได้ครอบครัวมีปัญหา ทุกคนในทวิตเตอร์คือคนปกติ แต่แค่ผ่านการเลี้ยงดู เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ถ้าเกิดทุกคนไม่ปกติก็แปลว่าเป็นโรคจิตเหมือนกันหมด เพราะทุกคนมีความอินในเรื่องที่ตัวสนใจ สังคมในทวิตเตอร์ถ้าวัดจากแพลตฟอร์มอื่นจะมีวัยรุ่นเยอะกว่าช่องทางอื่น ส่วนตัวคิดว่ามีคุณภาพมากกว่าเฟซบุ๊กนิดหนึ่ง เพราะดูมีคนที่มีการคิดวิเคราะห์มากกว่า
















กำลังโหลดความคิดเห็น...