xs
xsm
sm
md
lg

เพจนักสังคมสงเคราะห์ ระบุ ความใจดีของคนไทย อาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทารุณกรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพจ “นักสังคมสงเคราะห์เล่าเรื่อง” ระบุข้อความห่วงความใจดีของคนไทย อาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทารุณกรรม แนะโทร. 1300 แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หรือบริจาคผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ดีกว่า

จากกรณี กองปราบบุกรวบสาวใจโหด ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากลูกบุญธรรม อ้างป่วยเป็นโรคประหลาด หลอกรับบริจาคจากได้เงินกว่า 10 ล้าน สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการร้องเรียน ว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้มีการพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนโดยการโพสต์ข้อความเปิดรับบริจาคเงินและหลอกขายสินค้า เช่น หน้ากากอนามัยผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า จะนำเงินไปรักษาลูกซึ่งป่วยเป็นโรคประหลาดมีไม่กี่คนที่เป็น จนมีคนหลงเชื่อจ่ายเงินสั่งสินค้าและบริจาคเงินช่วยเหลือกว่า 3,000 ราย มีการโอนเงินกว่า 8,000 ครั้ง รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบความผิดปกติในคดีหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการป่วยประหลาดของน้องอิ่มบุญ เด็กชายอายุ 2 ขวบ ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเอง หลังมีอาการอาเจียนเป็นเลือด ตัวบวมเดินไม่ได้ จนต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เพจ “นักสังคมสงเคราะห์เล่าเรื่อง” ได้ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวถึงความใจบุญ หรือมีน้ำใจอย่างมากมายของคนไทย จึงอาจจะกลายเป็นช่วงทางหาเงินแสวงหาผลประโยชน์ของมิจฉาชีพหรือกลุ่มคนที่มีความคิดไม่ปกติ ซึ่งทางเพจได้ระบุข้อความว่า

“ใครได้ทราบข่าวกรณีน้อง “อมยิ้ม” ที่เสียชีวิต โดยทีมแพทย์ได้วินิจฉัยทราบว่าน้องได้รับสารกัดกร่อนเข้าไปทำอันตรายอวัยวะภายในจนเสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นี้ก็มี “แม่” ที่เปิดรับบริจาคผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของน้องผ่านเฟซบุ๊กถึงอาการเจ็บป่วย จนมีผู้บริจาคให้ร่วมกันหลายล้านแล้วยังคะ

จริงๆ ในกรณีแบบนี้แอดมินเองอยากจะพูดมาหลายครั้ง แต่ด้วยความกลัวชาวเน็ตจวก ก็เลยไม่พูดดีกว่า จนมาถึงวันนี้ วันที่มีเด็กเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งคน และอีกคนเกือบเสียชีวิตเพื่อเซ่นความใจบุญ และการแสวงประโยชน์จากความใจดีของคนไทย

แอดมินจึงอยากเชิญชวนค่ะ ให้เราหยุด “บริจาค” ผ่านบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เราต้องหยุด หยุดโดยมีชีวิตคนอื่นกั้น เพราะเราคงไม่อยากร้องกรี๊ดกับเหตุการณ์แบบนี้อีกใช่มั้ยคะ

เราต้องนึกถึงอันตรายที่จะมีต่อเด็ก ต่อคนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่อาจตกอยู่ในอันตราย ต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือในการถูกจองจำในสภาวะยากลำบาก เพื่อให้เราได้มีโอกาส ทำบุญผ่านมนุษย์ผู้ตกยาก (รวมถึงการสนับสนุนสถานสงเคราะห์ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ก็กรณีเดียวกันค่ะ)

ในกรณีนี้และหลายกรณีเช่นในสถานสงเคราะห์เองเด็กจะถูกทารุณกรรมช้าๆ ซ้ำๆ ให้มีอาการที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่แย่ น่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสงสารจากผู้ใจดีให้โอนเงินมาให้

น้องอมยิ้มเองก็ถูกปฏิบัติเช่นนั้น แม่ทั้งถ่ายวีดีโอตอนน้องอ้วกเป็นเลือดมาให้ทุกท่านดู update ความย่ำแย่ของลูกให้ได้รับชม คนดูพอดูแล้วมืออ่อนเลยค่ะ โอนทันที

เวลาเจอกรณีแบบนี้จำไว้เสมอนะคะเมืองไทยมีสิทธิ 30 บาท ถ้าค่าใช้จ่ายไม่พอจริงๆ เคสในลักษณะนี้ จะถูกส่งต่อพบนักสังคมสงเคราะห์เพื่อประเมินวินิจฉัยปัญหาทางสังคมต่อไปค่ะ (เดี๋ยวเราค่อยพูดถึงช่องวางปัญหาของเคสนี้ในระบบการดูแลต่อ) แต่ในเบื้องต้นถ้าพบเคส แบบนี้แนะนำเลยค่ะ ให้เข้าพบนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลเลย ถ้าครอบครัวไหน หรือใครมาขอรับบริจาคปุ๊บให้ “เอ๊ะ” ไว้ก่อนค่ะ “เอ๊ะ” รอไว้ก่อน แล้วทำตามอีก step ด้านล่างคือ

ถ้าเจอใครตกทุกข์ได้ยากอยู่วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง คือ การหยิบโทรศัพท์โทร.หา 1300 ไม่ต้องโอนเงินค่ะ ท่องพร้อมกันค่ะ 1300 กดเลยค่ะ

จำไว้เสมอว่าการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนเป็นหน้าที่ของ “รัฐ” การบริจาคกันเองมีความเสี่ยงมาก หลายคนเมื่อเคสถูกโพสต์ลง Facebook ก็รวยกันชั่วข้ามคืน

และที่สำคัญ เวลาเราบริจาคกันเข้าบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ นั่นคือ เรากำลังถอยห่างให้รัฐที่ควรรับผิดชอบ ออกจากสมการนี้ไปค่ะ

ทางที่ดีท่องไว้ว่าโทร. 1300 ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ถ้าอยากบริจาคแนะนำบริจาคผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ดีกว่าค่ะ ส่วนถ้ารัฐไม่ทำหน้าที่ตัวเองก็มาด่าด้วยกันค่ะ ด่าแรงๆ ด่าให้รัฐทำงานก็ยังดีกว่าบริจาคแล้วเสี่ยงค่ะ

เบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะคะ หยุด บริจาคเป็นนางใจดี นามสกุลโอนไวก่อน เพราะเราสามารถสร้างผลทางบวกได้ด้วยวิธีอื่นค่ะ

เดี๋ยวแอดมินจะมาเขียนว่าเรื่องนี้สะท้อนปัญหาอะไรบ้างที่เราเห็นอีกครั้งในโพสต์ถัดไปนะคะ”




กำลังโหลดความคิดเห็น...