xs
xsm
sm
md
lg

ดับไฟป่า “ดอยสุเทพ” เชียงใหม่มีแต่เรื่องอื้อฉาว สั่งห้ามบริจาค ยันห้ามเผยแพร่ภาพมุมสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไฟป่าดอยสุเทพผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ ไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ซ้ำร้ายมีแต่เรื่องอื้อฉาว ข้าราชการห่วงภาพลักษณ์เหนือสิ่งอื่นใด ตั้งแต่เรื่องอ้างผู้ว่าฯ สั่งห้ามเปิดบริจาคช่วยจิตอาสา ล่าสุด สั่งห้ามทีมโดรนอาสาถ่ายภาพมุมสูง ระบุเจ้าหน้าที่อุทยานฯ-ป่าไม้ ไม่สบายใจ ต้องขอถอนตัวจากภารกิจ แต่สุดท้ายให้ส่งแต่ในกลุ่มลับ

วันนี้ (30 มี.ค.) จากสถานการณ์ไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ เกิดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงถึง 1,000 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังจากที่ต้นเพลิงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มี.ค. บริเวณใกล้ด้านหลังน้ำตกมณฑาธาร เจ้าหน้าที่จับกุมนายโจ๊ะกี โซ๊ะ สัญชาติพม่า อ้างว่า แอบเข้าไปในป่าเพื่อนอนพัก จุดเทียนและธูปไว้ไล่ยุง แม้ครั้งนั้นจะดับสนิท แต่เช้าวันที่ 24 มี.ค. เกิดไฟปะทุไหม้พื้นที่ป่าอีกครั้ง บริเวณด้านหลังน้ำตกมณฑาธาร แม้ว่าบางจุดจะช่วยกันดับลง แต่กลับปะทุขึ้นใหม่อีกหลายรอบ ตั้งแต่ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง ถึงตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ถือว่าหนักและรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี สาเหตุสำคัญเกิดจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาสูง เชื้อไฟจากเศษซากใบไม้กิ่งไม้แห้ง ความแห้งแล้ง รวมไปถึงกระแสลมแรง ทำให้ไฟป่าลุกลาม

ในขณะที่การแก้ไขปัญหาไฟป่ายังมีเรื่องฉาวเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล พิธีกร และนักเขียน ที่อาสาเปิดรับบริจาคสิ่งของช่วยอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และนำเงินบริจาคสมทบทุนองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ในพื้นที่ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอ้างคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งห้ามเรี่ยไรเงินบริจาคเพื่อช่วยดับไฟป่า อ้างว่า ไม่ตรงกับการทำงานและนโยบายของภาครัฐ กล่าวหาว่า นายวรรณสิงห์ นำชื่อเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ไปขอรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาต และบรรยายสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงมาลวงให้คนบริจาคเงิน อ้างว่า เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม ทางภาครัฐได้จัดหามาครบถ้วน และยังให้นายวรรณสิงห์มอบเงินให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด

อ่านประกอบ : “สิงห์ วรรณสิงห์” ร้องถูกคุกคามจาก ตร.อ้างทำตามคำสั่งผู้ว่าฯ เปิดรับบริจาคเองไม่ได้ ต้องผ่านรัฐเท่านั้น

เรื่องอื้อฉาวครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อเฟซบุ๊ก “WEVO สื่อสู้ฝุ่น” ซึ่งเป็นทีมโดรนจิตอาสา ระบุว่า ได้แจ้งต่อ นายคมสัน สุวรรณอัมภา รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องในกลุ่ม “บินดับไฟดอยสุเทพ” ว่า ขอถอนตัวจากภารกิจ เพื่อให้ราชการสบายใจ หลังเมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้มีหน่วยงานเกี่ยวข้องประสานไปยังทีมโดรนอาสา ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานและป่าไม้จำนวนหนึ่งไม่สบายใจ ที่มีภาพมุมสูงของไฟไหม้ดอยสุเทพ ตั้งแต่บ่ายจนกระทั่งพลบค่ำวานนี้ เผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้ใหญ่กังวลกับความรุนแรงของภาพ จากนั้นได้มีการตั้งด่านสกัดไม่ให้ทีมโดรนอาสาเข้าไปในพื้นที่อุทยานดอยสุเทพ ทำให้มีการสอบถามไปยังหัวหน้าหน่วยราชการที่ประสานงานในกลุ่มบินดับไฟถึงเหตุที่เข้าไปในพื้นที่ไม่ได้ นอกจากนั้น ยังมีการแจ้งขอให้ภาพถ่ายจากโดรนต้องรายงานเข้ากลุ่มเท่านั้น ไม่สามารถเผยแพร่ออกสู่สาธารณวงกว้างได้

“ทีมโดรนอาสาและร่มบินอาสาขอถอนตัวจากภารกิจนี้ครับ ทางราชการสบายใจได้ จะไม่มีภาพมุมสูงมารบกวนการทำงานของพวกท่านครับ” นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานร่มบินอาสาเชียงใหม่ แจ้งต่อรองผู้ว่าฯ ในกลุ่มสนทนา



อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊ก “WEVO สื่อสู้ฝุ่น” ระบุว่า ยังไม่มีคำสั่งให้งดนำเสนอภาพมุมสูงไฟป่าดอยสุเทพ แต่เป็นการขอความร่วมมือ ให้หลังจากนี้ ส่งภาพและรายงานให้ในกลุ่มเฉพาะกิจฯ เท่านั้น ขณะที่การตั้งด่านสกัด และไม่ให้ขึ้นบินเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้านี้จริง แต่ได้มีคำสั่้งเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา



เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำให้ชาวเชียงใหม่มีปฏิกิริยาอย่างมาก นายบัณรส บัวคลี่ สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งของฝุ่นและไฟป่าที่เห็นว่าใหญ่มาก คือ ระบบของภาครัฐเอง รวมไปถึงทัศนคติของคนภาครัฐ ซึ่งการทำงานของรัฐ เป็นหน้าที่ และเป็นภารกิจที่ต้องอยู่ในสายตาประชาชน ป่าสงวน ป่าอุทยานแห่งชาติ เป็นสมบัติของชาติ แปลว่า เป็นของประชาชนทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ ไม่ใช่สมบัติของพวกใดพวกหนึ่ง การเกิดไฟไหม้อุทยานแห่งชาติ เป็นความเจ็บปวดของประชาชนร่วมกัน โดยเฉพาะดอยศักดิ์สิทธิ์อย่างดอยสุเทพ ยิ่งเป็นสมบัติร่วมที่เมืองทั้งเมืองหวงแหน ทุกอย่างต้องเปิดเผย โปร่งใส ตนโกรธมากที่ได้ยินเรื่องความพยายามปกปิด กลัวแม้กระทั่งภาพถ่ายไฟไหม้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ



ส่วนเฟซบุ๊ก Rungsrit Kanjanavanit ของ นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักอนุรักษ์ โพสต์ข้อความระบุว่า “นี่คือวิธีคิดของหน่วยงานราชการ ห่วงภาพลักษณ์เหนือสิ่งอื่นใด”


กำลังโหลดความคิดเห็น...