xs
xsm
sm
md
lg

“ปณิธาน” ถอดบทเรียนมะกัน เหตุกราดยิงในไทย แนะต้องป้องกันไม่ให้เป็นแบบอย่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิชาการถอดบทเรียนสังหารหมู่ที่โคราช ชี้เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย ต้องถอดบทเรียนไม่ให้เป็นแบบอย่าง ยกมะกันออกนโยบายสื่อสาร “อย่าไปเอ่ยชื่อเขา” แนะต้องสื่อให้เห็นความน่าละอาย อย่าดรามา และอย่านำเสนอละเอียดหวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ

วันนี้ (9 ก.พ.) นายปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี โพสต์บทความในเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn หัวข้อ “ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่” ระบุว่า “การก่อเหตุร้ายเป็นวงกว้าง” หรือ “การสังหารหมู่” หรือการสังหารผู้คนเป็นจำนวนมากๆ ในครั้งเดียวกัน นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของประชาชนโดยทั่วไปด้วย อีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีมาตราการที่เหมาะสมมาป้องกันหรือรองรับ

ในสหรัฐอเมริกา การสังหารหมู่โดยการใช้อาวุธปืนถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกิดขึ้นทุกๆ 12-13 วัน จากการศึกษาของ Lankford ที่ไปศึกษาเหตุการณ์ใน 171 ประเทศ เมื่อปี 2016 ซึ่งของอเมริกานับเป็นสัดส่วนกว่า 30% เมื่อเทียบกับของทั้งโลก

ในประเทศไทยยังไม่มีการรวบรวมสถิติแบบเดียวกัน และเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นที่โคราชก็ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย แต่เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องถอดบทเรียนของเราเองและนำเอาบทเรียนของประเทศอื่นๆ ที่คล้ายกับเรามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันขึ้นอีก

มาตรการของหลายๆ ประเทศที่น่าสนใจ ก็คือ

1. เร่งรัดยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัย การควบคุมอาวุธปืนทั้งในเมือง ในศูนย์การค้า และในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบอื่นๆ
2. เยียวยาผู้ที่สูญเสียและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรวดเร็ว
3. บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
4. เริ่มดำเนินการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมทั้งการปรับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน และการสื่อสารสมัยใหม่ของบุคคล

สิ่งที่พูดกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้ก็คือ การสื่อสารในยามวิกฤต ซึ่ง James Meindl และ Jonathan Ivy (ในวารสาร American Journal of Public Health เมื่อสามปีก่อน) ได้ชี้ให้เห็นว่าองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 50 ปีแล้ว และก็มีข้อแนะนำที่น่าสนใจว่า

1. ไม่ควรใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในการรายงานข่าว
2. ไม่ควรพาดหัวข่าวใหญ่โตเกินไป
3. ไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เพราะในความเป็นจริง จะมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน
4. ไม่ควรจะรายงานซ้ำๆ หรือย้ำบ่อยๆ
5. ไม่ควรจะนำเสนอขั้นตอนการสังหารโดยละเอียด อันจะนำไปสู่การลอกเลียนแบบ หรือการเรียนรู้ได้ง่าย
6. จำกัดการนำเสนอของรูปภาพและคลิปวิดีโอให้น้อย เพื่อลดผลกระทบลง
7. ระมัดระวังในการนำเสนอ ไม่ให้ผู้กระทำผิดถูกยกย่องชื่นชมหรือเป็นแบบอย่าง รวมทั้งเรื่องการสังหารตัวเอง

ข้อแนะนำดังกล่าวทางรัฐบาลอเมริกัน โดย FBI ได้นำไปเป็นนโยบายในการสื่อสารชื่อว่า “อย่าไปเอ่ยชื่อเขา” (Don’t Name Them) และได้นำไปใช้ในกรณีที่อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือนจำชาวอเมริกันที่มีพ่อแม่อพยพมาจากอัฟกานิสถานได้สังหารคนที่มาเที่ยวไนต์คลับไป 49 คนและบาดเจ็บอีก 53 คน ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อหลายปีก่อน

นอกจากนี้ James Meindl และ Jonathan Ivy ยังได้มีข้อเสนอที่น่าสนใจในการสื่อสารอีก 5 ประการ คือ

1. สื่อสารให้เห็นถึงความน่าละอาย การละเมิดศีลธรรม จรรยาบรรณ ความขลาดกลัวของมือสังหาร ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ทำผิดถูกชื่นชมหรือยกย่อง
2. หลีกเลี่ยงการอธิบายเหตุผลของมือสังหาร เพราะซับซ้อน และจะทำให้คนอื่นที่มีปัญหาคล้ายๆ กัน อาจเลือกแนวทางรุนแรงเป็นทางออกได้
3. ลดเวลาออกอากาศให้สั้นหรือให้พื้นที่การสื่อสารให้น้อย เพราะการให้เวลาหรือให้พื้นที่สื่อมากๆ จะเป็นการให้รางวัลและเพิ่มสถานะทางสังคมของผู้ทำผิด
4. ควบคุมการให้ข่าวและการแถลงข่าวสดหลังเหตุการณ์ ถึงแม้ว่าอาจจะมีความต้องการบริโภคข้อมูลเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เกิดความน่าสนใจหรือ “ความตื่นเต้น” เกินความจำเป็น
5. นำเสนอแต่ข้อเท็จจริงสั้นๆ อย่าผลิตหรือทำซ้ำอะไรที่เป็น “ดรามา” โดยเฉพาะไม่ควรพาดหัวว่า “Breaking News” เพื่อสร้างความเร้าใจเพิ่มขึ้น
6. ไม่ควรลำดับเหตุการณ์โดยละเอียดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการสังหาร เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะถูกนำไปลอกเลียนแบบได้ง่าย

ทั้งหมดนี้ สังคมไทยก็คงจะต้องพิจารณากันว่าอะไรจะเป็นทางเลือก อะไรจะเป็นทางรอดของเรา จากความรุนแรงที่น่ารังเกียจและสมควรได้รับการประณามเช่นนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...