xs
xsm
sm
md
lg

"ว.วชิรเมธี" แนะมวลมนุษย์ร่วมต่อสู้ฝ่าวิกฤตไวรัสโคโรนา ชี้อีกไม่นานก็จะผ่านพ้นไป

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระเมธีวชิโรดม แห่งไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ออกจดหมายเปิดผนึก วอนมวลมนุษย์ร่วมฟันฝ่าวิกฤตไวรัสโคโรนา ชี้ธรรมชาติยังคงมีหมัดเด็ดไว้ปรามมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความอหังการ แต่ก็ดึงเอาด้านที่งดงามที่สุดในมวลมนุษย์ให้ปรากฎ เชื่ออีกไม่นานก็จะผ่านพ้นไป เหมือนเรื่องเลวร้ายต่างๆ

เฟซบุ๊ก "พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี" ของพระเมธีวชิโรดม แห่งศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ได้โพสต์ข้อความ "จดหมายเปิดผนึกถึงมวลมนุษยชาติผู้เป็นที่รักท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรนา" สาระสำคัญระบุว่า ช่วงเวลาที่ไวรัสโคโรนาระบาด ไม่มีใครคิดถึงความสวยงาม ทุกคนคิดถึงแต่ความอยู่รอดปลอดภัยแห่งชีวิต

ทั้งนี้ ยืนยันว่าธรรมชาติยังคงมีหมัดเด็ดไว้ปรามมนุษย์ ที่เต็มไปด้วยความอหังการเสมอ แต่ก็ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงการไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤติ การมีความรัก มีความเห็นอกเห็นใจให้กันอย่างปราศจากการเลือกปฏิบัติ และการยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นมีชีวิตรอดของแพทย์และอาสาสมัครมากมาย

"ทุกครั้งที่โลกเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายในอีกด้านหนึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ดึงเอาด้านที่งดงามที่สุดที่มีอยู่ในตัวมวลมนุษยชาติออกมาให้เป็นที่ปรากฏด้วยเช่นกัน"

ในตอนหนึ่ง พระเมธีวชิโรดม ยังฝากให้ต่อสู้กับวิกฤติไวรัสโคโรน่า ระบุว่า อีกไม่นานก็จะผ่านพ้นไป เหมือนเรื่องเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป และวันเวลาแห่งความสุขก็จะคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง อย่าสิ้นหวัง อย่าหมดศรัทธาในสติปัญญาของมวลมนุษย์ที่กำลังร่วมมือกันแก้ไขวิกฤติอย่างเต็มขีดความสามารถ และอย่าหมดศรัทธาที่จะหยัดยืนขึ้นมาเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

เนื้อหาฉบับเต็มมีดังต่อไปนี้

"จดหมายเปิดผนึก ถึงมวลมนุษยชาติผู้เป็นที่รักท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรนา

๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

“จงอย่าสิ้นหวัง-จงอย่าหมดศรัทธาในชีวิต”

07.09 น. บนที่นั่งหมายเลข 31K ของสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบินที่ WE 020 จากสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ สู่ จังหวัดอุบลราชธานี ทอดตามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ในอากาศมีแต่ผงคลีธุลีดินขาวขุ่นอบอวลเป็นมวลหมอกอยู่ทั่วท้องฟ้า แม้อากาศจะยังคงหนาวเหมือนอยู่ในฤดูหนาวอันแสนโรแมนติก แต่ไม่อาจทำใจให้รู้สึกสดชื่นรื่นเย็นได้เหมือนกำลังอยู่ในสายลมหนาว เพราะหมอกสีขาวขุ่นที่เห็นข้างนอกนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หมอกหรอก หากแต่แต่เป็นฝุ่น pm2.5 ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย ทอดตามองไปยังผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกันในเครื่องลำนี้ ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ไม่ซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้เบื้องหลังหน้ากากสีขาว แอร์โฮสเตสทุกคนที่กำลังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง ต่างก็สวมหน้ากากปิดหน้าครึ่งหนึ่ง

ช่วงเวลานี้ (เวลาที่ไวรัสโคโรนาระบาด) เป็นนาทีแห่งชีวิต ไม่มีใครคิดถึงเรื่องความสวยความงามหรือนึกเป็นห่วงภาพลักษณ์ที่มีหน้ากากปิดหน้าปิดตาอยู่ครึ่งใบหน้า ทุกคนคิดถึงแต่ความอยู่รอดปลอดภัยแห่งชีวิตเป็นสำคัญ

เราทุกคนในโลก ต่างกำลังถูกต้อนให้เจริญมรณานุสติโดยพร้อมเพรียงกัน การมาถึงของไวรัสโคโรนา เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ยืนยันว่า ธรรมชาติยังคงมีหมัดเด็ดไว้ปรามมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความอหังการเสมอ

แต่ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างคนกับภัยธรรมชาติ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มนุษยชาติได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นสายพันธุ์ชั้นยอดของตน นั่นคือ การไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤติ การมีความรัก มีความเห็นอกเห็นใจให้กันอย่างปราศจากการเลือกปฏิบัติ และการยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นมีชีวิตรอด ของแพทย์และอาสาสมัครมากมายนับไม่ถ้วน

ทุกครั้งที่โลกเผชิญกับเรื่องราวเลวร้าย ในอีกด้านหนึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ดึงเอาด้านที่งดงามที่สุดที่มีอยู่ในตัวมวลมนุษยชาติออกมาให้เป็นที่ปรากฏด้วยเช่นกัน

เคยมีนักคิดคนหนึ่งกล่าวว่า หากเทียบวันเวลาโดยเฉลี่ยของมนุษย์กับอายุของโลกใบนี้ เราแต่ละคนมีเวลาเฉลี่ยเพียงคนละ 3 นาทีเท่านั้น เวลาของเราไม่ยาวนานอย่างที่คิด เรามีเวลาจำกัด ท่ามกลางเวลาแสนจำกัดนี้ ยังมีภัยคุกคามอีกสุดคณานับ ทุกย่างก้าวต้องใช้อย่างระมัดระวัง ใช้อย่างทะนุถนอมชีวิต เพราะไม่มีสิ่งใดจะทรงค่าทรงความสำคัญยิ่งไปกว่าชีวิตอีกแล้ว หากชีวิตยังคงอยู่ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน แต่ทุกอย่างยังคงเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ แต่หากชีวิตแตกดับลงไป ละครแห่งชีวิตก็จบ

โลกไม่มีเรา โลกจะยังคงหมุนต่อไป แต่หากเราไม่มีเรา ทุกอย่างก็เป็นอันปิดฉาก แต่...ตอนนี้เรายังคงมีลมหายใจอยู่ ลองหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ดูสิ แม้จะเป็นลมหายใจเบื้องหลังหน้ากากที่ชวนอึดอัด แต่นี่ก็ยังคงเป็นของขวัญที่แสนวิเศษเนื่องเพราะเรายังคงมีชีวิตอยู่

การได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนไม่ใช่ของง่าย เมื่อได้โอกาสนี้มาแล้วควรรักษาไว้ให้ดี “ชีวิตเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของชีวิตด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว” เพราะตราบใดที่ยังคงมีชีวิต เราจะยังคงมีความฝัน เราจะยังคงมีโอกาส เราจะยังคงมีความรัก ความสุข มิตรภาพ ครอบครัว การงานอันเป็นที่รัก หรือมีทุกอย่างที่เรากำลังใฝ่ฝันถึงในอนาคต

ไม่ว่าจะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดไหน ไม่ว่าคืนวันแห่งวิกฤติจะยาวนานเพียงไร ก็จงอย่าสิ้นหวังที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ จงอย่าสิ้นหวังที่จะฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน ฝนไม่ตกทุกวัน พายุไม่กระหน่ำทุกคืน แผ่นดินไม่ไหวทุกสัปดาห์ ไม่เร็วก็ช้า ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

ขอให้เราทุกคนมาสู้ไปด้วยกันเถิด อีกไม่นานไวรัสโคโรน่าก็จะผ่านพ้นไป เหมือนเรื่องเลวร้ายทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป และวันเวลาแห่งความสุข ความสดชื่นรื่นรมย์ ก็จะคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จงอย่าสิ้นหวัง จงอย่าหมดศรัทธาในสติปัญญาของมวลมนุษย์ ที่กำลังร่วมมือกันแก้ไขวิกฤติอย่างเต็มขีดความสามารถ และจงอย่าหมดศรัทธาที่จะหยัดยืนขึ้นมาเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

ว.วชิรเมธี
๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓"


กำลังโหลดความคิดเห็น...