xs
xsm
sm
md
lg

“หลวงปู่พุทธะอิสระ” ปล่อย “ปู” บินนอก “แผ่นดินจะสูงขึ้นบ้านเมืองจะสงบสุข” พร้อมเสนอ 3 แนวทางปฏิรูปประเทศ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพจากเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)
“หลวงปู่พุทธะอิสระ” ชี้ปล่อยให้ “ปู” ออกนอกประเทศ “แผ่นดินจะสูงขึ้นบ้านเมืองจะสงบสุข” พร้อมเสนอปฏิรูปการเมืองจัดตั้งสถาบันการเมืองแห่งชาติ มี กม. รับรองคอยตรวจสอบ อยู่ในต่ำแหน่ง 4 ปี เว้นวรรค 2 ปี ไม่ให้มีสภาผัวเมีย ให้อำนาจ ปชช. ตรวจสอบพฤติกรรมที่ฉ้อฉล มี ส.ส. ส.ว. จังหวัดละ 1 คน สร้างมาตรฐานจริยธรรมผู้บริหารประเทศ ควรมีทศพิธราชธรรม 10 อิทธิบาท 4 ออกกฎหมายยึดปฏิบัติหลักคำสอนทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมออก กม. คดีทุจริตต้องไม่มีอายุความ ให้พิจารณาคดีภายใน 3 - 6 เดือน พร้อมยึดทรัพย์เป็นสองเท่า คุมสื่อรับผิดชอบหากเป็นภัยต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

วันนี้ (18 ก.ค.) พระพุทธะอิสระ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha lsara)” กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินไปต่างประเทศ พร้อมบุตรชาย กระทั่งประชาชนลุกขึ้นมาทักท้วง คสช. และกรณีคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติส่งฟ้องในคดีทุจริตจำนำข้าว

ขณะทื่ใจความในเฟซบุ๊กมีดังนี้

“ภาษาพ่อขุนรามกันอีกที”

เห็นอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขออนุญาต คสช. พาลูกชายเดินทางไปต่างประเทศ ประชาชนคนรักความยุติธรรมต่างรับกันไม่ค่อยได้ วิพากษ์วิจารณ์ว่า คสช. เลือกปฏิบัติปล่อยให้คนทุจริตหนีลอยนวล ทำตัวเหนือปัญหาอย่างที่คุณเธอถนัด ฉันเลยต้องบอกว่า จะไปให้ราคาอะไรกับคนทุจริตคิดคด โกงได้แม้กระทั่ง ชาวไร่ ชาวนา

จำได้ไหม ณ เวทีแจ้งวัฒนะ ฉันเคยพูดเอาไว้ว่า “แผ่นดินนี้เป็นของพ่อกู ไอ้อีผู้ใดไม่เคยเคารพพ่อกู ก็ให้มันไปหาแผ่นดินอยู่ใหม่ ปล่อยให้มันตามพี่ชายมันไป เผื่อแผ่นดินที่กำลังสะเทือนเลื่อนลั่น ไหวหวั่นอยู่ทางภาคเหนือ อาจจะสงบลงได้ เพราะตัวจังไรออกไปจากแผ่นดิน”

ขออภัยที่ใช้สำนวนพ่อขุนราม แต่อยากจะเตือนใจ ให้สติผู้ที่ โวยวาย ตีโพยตีพาย เดือดร้อนกับการเดินทางออกนอกประเทศของอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นธรรมชาติของคนหวาดระแวง กลัวความผิด ขืนอยู่อาจจะติดคุกแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กำลังจะชี้มูลส่งฟ้อง ศาลแพ่ง ศาลอาญา ที่ชาวนาเวทีแจ้งวัฒนะที่ส่งฟ้องเอาไว้ ตอนนี้ศาลกำลังพิจารณา ศาลแพ่งกำลังไกล่เกลี่ย ศาลอาญากำลังจะพิจารณามูลความผิด ผลลัพธ์ไม่ต้องพูดถึง เสียเงินชดใช้ และติดคุกยาวแน่ๆ เพราะทำให้ประเทศชาติ เสียเงิน 4 - 5 แสนล้าน แถมเป็นต้นเหตุให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตายไปหลายคน ทำลายระบบการค้าข้าวไทยในตลาดโลกจนอันดับการค้าข้าวไทยตกต่ำสุดขีด ทำให้คุณภาพข้าวยอดแย่ที่สุดในโลก ตั้งแต่มีการปลูกข้าวมา

ปล่อยให้เธอไปเถอะพี่น้อง และหากเป็นไปได้ ใครที่มันไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมรับราชวงศ์จักรี ก็ให้มันพากันออกจากแผ่นดินไทยไปให้หมดยิ่งดี บ้านเมืองนี้จะได้สงบสุขเสียที

ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระยังเสนอ 3 แนวทางปฎิรูปประเทศได้แก่ แนวทางปฎิรูปการเมือง , นวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ อันได้แก่ นักการเมือง ข้าราชการ และหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ, แนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

“พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปการเมือง”

ควรจัดตั้งสถาบันการเมืองแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่อบรมศีลธรรมจริยธรรม ความรับผิดชอบ ทำหน้าที่อย่างซื่อตรง เสียสละ เมื่ออาสามารับใช้ชาติประชาชน ออกกฎหมายบังคับให้นักการเมืองทุกระดับชั้นตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ ต้องผ่านกระบวนการอบรมจากสถาบันการเมืองแห่งชาติ ซึ่งสถาบันนี้ต้องเป็นองค์กรอิสระ มีกฎหมายรับรองอำนาจหน้าที่ ให้คอยกำกับดูแลพฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมือง และต้องมีอำนาจสั่งพัก ถอดถอน ยุบพรรค หรือไล่ออก หากนักการเมืองหรือพรรคการเมืองทำผิดจริยธรรม ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ซื่อตรง ไม่เสียสละเพื่อประโยชน์ชาติประชาชน

1. ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง 40% แต่งตั้ง 60%
2. ออกกฎหมายห้ามมิให้นักการเมืองอยู่ในตำแหน่งเกิน 4 ปี ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไร และเมื่อพ้นวาระแล้วจะต้องเว้นวรรคไปอีก 2 ปี
3. ออกกฎหมายห้ามมิให้มีสภาผัวเมีย พ่อ แม่ ลูก วงศาคณาญาติ ไม่ว่าจะเล่นการเมืองในระดับใด เช่น ผัวเป็น ส.ส. เมียเป็น ส.ว. ลูกเป็นนายก อบต. และต้องไม่มีการสืบทอดตำแหน่งหรืออำนาจให้แก่ญาติทางสายโลหิต
4. ออกกฎหมายให้มีหน่วยงาน หรือองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองทุกระดับชั้น ทั้งก่อนและหลังเข้ามารับตำแหน่งทุก 6 เดือน และต้องตรวจสอบวงศาคณาญาติ บุคคลใกล้ชิดทุกคนด้วย หากสงสัยก็ให้ยึดอายัดเอาไว้ได้ จนกว่าจะมีการพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องชัดเจนและตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
5. ออกกฎหมายให้อำนาจประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือรู้เห็นพฤติกรรมที่ฉ้อฉลของนักการเมืองทุกระดับสามารถร้องเรียนต่อสถาบันการเมืองแห่งชาติ ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบได้
6. คณะกรรมการการเลือกตั้งในระดับจังหวัดทุกตำแหน่ง แม้ลูกจ้างชั่วคราว เมื่อมีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติจะต้องสลับพื้นที่กันรับผิดชอบ เช่น หากจะเลือกตั้ง อบต. อำเภอของกำแพงแสน หรือเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.จังหวัดนครปฐม ก็ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดอื่นมาทำหน้าที่ในจังหวัดนครปฐม แต่ไม่ใช่จังหวัดนครปฐมมาคุมการเลือกตั้ง เช่นนี้ก็จะลดการครอบงำของอิทธิพลท้องถิ่นลงไปได้
7. ให้แต่ละจังหวัดมี ส.ส. ส.ว. ได้ไม่เกินจังหวัดละ 1 คนเท่านั้น

“แนวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ อันได้แก่ นักการเมือง ข้าราชการ และหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ”

1. ประกาศให้ศีล 5 มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ยกศีล 5 ให้เป็นรัฐธรรมนูญของชีวิต หากผู้ใดละเมิดต่อศีล 5 ให้มีโทษทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่กรณี
2. หลักศีล 5 อาจจะไม่เพียงพอสำหรับผู้บริหาร ข้าราชการ นักการเมือง ต้องใช้คุณธรรมพิเศษ เช่น ทศพิธราชธรรม 10 อิทธิบาท 4 หิริโอตัปปะ กตัญญูกตเวทิตา เป็นต้น หรือคำสอนของพระศาสดาในศาสนาที่ตนเคารพนับถือ
3. ออกกฎหมายบังคับให้ผู้บริหาร นักการเมือง ข้าราชการ และองค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ ต้องปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระศาสดาในศาสนาตนอย่างเคร่งครัด หากละเมิดไม่ปฏิบัติตาม ให้มีบทลงโทษเช่น หักเงินเดือน ลดขั้น ตัดเงินโบนัส ทำเวร พักงาน ไล่ออก หรือจำคุก แล้วแต่กรณีและความเสียหายที่สร้างขึ้น

“แนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม”

1. ออกกฎหมายให้คดีทุจริตทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐหรือเอกชน ต้องไม่มีอายุความ
2. ออกกฎหมายให้ประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ฟ้องร้องกล่าวโทษแก่ผู้ทุจริตได้ในทุกกรณีที่ทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐหรือเอกชน
3. คดีทุจริตทุกชนิดต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาให้คดีถึงที่สุดในระยะเวลาไม่เกิน 3 - 6 เดือน และเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ต้องยึดทรัพย์พร้อมดอกเบี้ย 2 เท่ากว่าที่คิดอยู่ปกติ
4. ออกกฎหมายให้ตั้งหน่วยงานอิสระ มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้บริหาร ข้าราชการ นักการเมืองและคนใกล้ชิด หากพบสิ่งผิดปกติให้มีอำนาจอายัดหรือยึดได้พร้อมคิดค่าเสียหายและค่าดำเนินงาน ค่าเสียโอกาสที่รัฐหรือหน่วยงานนั้นพึงจะได้รับ
5. ออกกฎหมายบังคับสื่อสารมวลชนทุกชนิด ต้องมีส่วนรับผิดชอบในการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นอันตรายต่อความสงบสุขมั่นคงของของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยการทั้งจำทั้งปรับให้มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 - 10 ปี ปรับไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทขึ้นไป แล้วแต่กรณี
6. ออกกฎหมายลงโทษแก่เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร นักการเมือง ที่ละเลยละเว้น เลือกปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่ตนมี โดยการให้พักงานหรือลดขั้นเงินเดือนหรือไล่ออกแล้วแต่กรณี โดยขบวนการพิจารณาความผิดต้องไม่เกิน 30 วัน
7. ออกกฎหมายเร่งรัดคดียาเสพติด คดีฆ่าข่มขืน คดีปล้นทรัพย์ คดีทุจริตฉ้อโกง ต้องพิจารณาคดีให้ถึงที่สุดได้ไม่เกิน 3 - 6 เดือน
8. ออกกฎหมายให้มีการตรวจสอบประวัติทั้งตนและคนในครอบครัวของบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการ ตรวจสอบการทุจริตของทุกองค์กร ว่ามีปูมหลังเป็นที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ หากมีประวัติเคลือบแคลง ก็ให้สงสัยเอาไว้ก่อนว่าเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่มีคุณสมบัติมาทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในองค์กร
9. ออกกฎหมายให้หน่วยงานตรวจสอบทุจริตของรัฐ สามารถมีกองกำลังและยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสมพร้อมเพรียง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ผู้ที่ทุจริตคอรัปชั่นในทุกองค์กร
กำลังโหลดความคิดเห็น...