ใช้“ภาษีทองคำ” เป็นกลไกจัดระเบียบข้อมูลซื้อ-ขายทอง สกัดทุนเทา ใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน! คลัง นัดถก ธปท. สมาคมค้าทองคำ ยกระดับตรวจสอบธุรกรรมเร็วๆนี้
นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการ Data Bureau พบพฤติกรรมของมิจฉาชีพและทุนเทา ใช้การซื้อขายทองคำ เป็นช่องทางในการฟอกเงิน กระทรวงการคลัง,ธนาคารแห่งประเทศไทย,สมาคมผู้ค้าทอง จึงอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ ใช้รูปแบบจัดเก็บภาษีจากธุรกรรม (Transaction) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล โดยอาจพิจารณาทั้งการซื้อขายในตลาดทองคำหรือการนำเข้าทองคำด้วยโดยคำนึงถึงความสมดุลในการดำเนินนโยบาย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต
"แม้ปัจจุบันเริ่มมีการรายงานข้อมูลจากร้านทองต่างๆ อยู่บ้างแล้ว แต่ต้องการยกระดับให้เกิดการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมที่สมบูรณ์ขึ้น เพื่อปราบทุนเทาที่แอบซ่อนเงินผ่านการซื้อทองคำ , สร้างระบบบันทึกข้อมูล และตรวจสอบการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำให้โปร่งใสมากขึ้น เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดทราบถึงข้อมูลเชิงลึกของผู้ขายทองคำ-ผู้ซื้อทองคำ ทั้งบุคคลทั่วไป, นักลงทุน หรือเก็งกำไร, ร้านค้าปลีกทอง รวมทั้งผู้นำเข้า-ส่งออกรายใหญ่ คาดว่า จะสรุปผลศึกษาที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้"
นาย เอกนิติ ย้ำด้วยว่า มาตรการควบคุม-ปราบปรามทุนเทาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ทองคำเท่านั้น แต่กระทรวงการคลัง ,ธนาคารแห่งประเทศไทย,สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ควบคู่กันไปด้วย เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบการเงินไทยในทุกมิติ


