xs
xsm
sm
md
lg

ทะเลาะแฟน! ขับรถป้ายแดงไล่ชนรถชาวบ้านนับ 10 คัน ประกันชั้น 1 จ่ายหรือไม่? ใครต้องรับผิด?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทะเลาะแฟน! ขับรถป้ายแดงไล่ชนรถชาวบ้านนับ 10 คัน ประกันชั้น 1 จ่ายหรือไม่? ใครต้องรับผิด?

เหตุการณ์รถยนต์ป้ายแดงขับไล่ชนรถชาวบ้านหลายคัน จนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ พร้อมตั้งคำถามว่า หากรถคันดังกล่าวทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ บริษัทประกันจะต้องรับผิดชอบความเสียหายหรือไม่ หรือสุดท้ายเจ้าของรถจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด

จากหลักเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากอุบัติเหตุ การชน การพลิกคว่ำ ไฟไหม้ สูญหาย และความเสียหายต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ แต่ความคุ้มครองดังกล่าวมิได้ครอบคลุมทุกกรณี เพราะยังมีข้อยกเว้นที่ผู้เอาประกันภัยควรทราบ

หนึ่งในข้อยกเว้นสำคัญ คือ การกระทำโดยเจตนา หากผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวน พยานหลักฐาน หรือคำพิพากษาของศาลในภายหลัง ชี้ให้เห็นว่าผู้ขับขี่มีเจตนาใช้รถยนต์เป็นเครื่องมือก่อเหตุ หรือจงใจขับไล่ชนรถของผู้อื่น บริษัทประกันอาจมีสิทธิปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมในส่วนความเสียหายของรถผู้เอาประกัน ตามข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายที่รถได้รับความเสียหายยังคงมีสิทธิได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย โดยสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น"

นอกจากนี้ หากผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยังอาจได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประสบภัยมีสิทธิได้รับความคุ้มครองเบื้องต้น โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียกค่าสินไหมในส่วนอื่นต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ในบางกรณีบริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกก่อน เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายได้รับผลกระทบ แต่หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าผู้เอาประกันกระทำโดยเจตนา บริษัทประกันอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยเรียกคืนจากผู้ก่อเหตุได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของคดี เงื่อนไขของกรมธรรม์ และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของความรับผิดทางอาญา หากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าเป็นการขับรถโดยเจตนาไล่ชนทรัพย์สินของผู้อื่น ผู้ก่อเหตุอาจถูกดำเนินคดีในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์ของคดี และหากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก็อาจมีความผิดเพิ่มเติมตามกฎหมายอาญา

ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า "ประกันชั้น 1 จ่ายทุกกรณี" แต่ในความเป็นจริง กรมธรรม์ประกันภัยทุกประเภทมีเงื่อนไขและข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทประกันจะนำมาพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในคดีลักษณะนี้ การที่บริษัทประกันจะต้องรับผิดหรือมีสิทธิปฏิเสธความคุ้มครอง ไม่สามารถสรุปได้จากคลิปเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยผลการสอบสวนของตำรวจ พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงในคดี เงื่อนไขของกรมธรรม์ และหากมีข้อพิพาท ก็อาจต้องรอคำวินิจฉัยของศาลเป็นที่สุด

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้รถทุกคนว่า ความโกรธเพียงชั่ววูบ อาจนำไปสู่ความเสียหายมหาศาล ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน เสรีภาพ และภาระทางกฎหมายที่อาจต้องรับผิดไปอีกหลายปี

#NEWS1 รายงาน