xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีฯ ประกาศร่วมมือแบล็คร็อคออกกอง KFCORE-ตั้งเป้าดัน AUM โต 15%

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ประกาศเป็นพันธมิตรกับแบล็คร็อค บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมที่มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่ใหญ่ระดับโลก เพื่อเสริมศักยภาพบริการด้านการให้คำปรึกษา การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งของธนาคาร รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสในการลงทุนทั่วโลกสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ และลูกค้ากรุงศรีฯ ไพร์ม พร้อมเปิดตัวกองทุนเปิด "กรุงศรีโกลบอลคอร์อโลเคชั่น (KFCORE)" สำหรับลูกค้ากรุงศรีโดยเฉพาะ

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธุรกิจการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กรุงศรีให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่การเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียอยู่ในระดับสูง โดยในปี 62 มีการเติบโต 10% เทียบกับกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาเหนือเติบโต 5-6% รวมถึงการเข้าถึงบริการบริหารความมั่งคั่งมีเพียง 15-20% ของสินทรัพย์การเงินบุคคลรวม จึงยังมีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงในขณะนี้ ที่นักลงทุนกลุ่มนี้มีความต้องการการบริหารสินทรัพย์เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าใน 2 กลุ่ม ได้แก่ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ และลูกค้ากรุงศรีฯไพร์ม ประมาณ 300,000 ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การลงทุน 1 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการช่วยเสริมความแกร่งให้แก่ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งของกรุงศรีด้วยการผสานจุดแข็งของแบล็คร็อคทั้งด้านการลงทุนที่หลากหลายรูปแบบ เครือข่ายที่แข็งแกร่งทั่วโลก และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและดาต้าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ผนวกเข้ากับความเข้าใจในตลาดประเทศไทยและฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของกรุงศรีจะทำให้เปิดทางเลือกใหม่และเสริมศักยภาพให้กับลูกค้าของธนาคารด้วย

โดยผลิตภัณฑ์แรกจากความร่วมมือครั้งนี้ กรุงศรีโกลบอลคอร์อโลเคชั่น (KFCORE) ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับลูกค้ากรุงศรี ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงด้วยการจัดการสินทรัพย์ลงทุนที่หลากหลายเพื่อรับมือทุกสภาวะเศรษฐกิจ สามารถปรับพอร์ตอย่างรวดเร็วตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลง โดยกระจายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลาให้ผลตอบแทนที่ดีในระดับความผันผวนที่ไม่สูงนัก เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตลงทุน

"ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารแข็งแกร่งขึ้น โดยธนาคารจะได้รับการเข้าถึงด้านข้อมูลในเชิงลึกและเชิงกว้างมากขึ้น ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ครอบคลุมแม่นยำมากขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของธนาคารก็จะได้เรียนรู้ในทักษะด้านต่างๆ มากขึ้น และทำให้เราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้มากขึ้นในท้ายที่สุด โดยหลังจากความร่วมมือดังกล่าวตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราเติบโตของจำนวนลูกค้ากลุ่ม Wealth เติบโตเป็น 15% จากเดิมที่เติบโตประมาณ 10% และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวภายใน 5 ปี"


กำลังโหลดความคิดเห็น...