xs
xsm
sm
md
lg

เกาะกระแสลงทุนตามเศรษฐกิจโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


โดย คุณมณฑล จุนชยะ
ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ
monthol.j@one-asset.com

สวัสดีครับ คอลัมน์ฉบับนี้ผมขอเริ่มต้นถึงภาพการลงทุนในช่วงไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปีนี้ ผู้ลงทุนควรมีสินทรัพย์ประเภทใดบ้างในพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะเป็นการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีการเติบโตแบบระมัดระวัง ในมุมมองของภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังพอไปได้ และไม่มีสัญญาณการถดถอยที่มีนัยสำคัญ

ในส่วนของภาพการลงทุนจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งค่อนข้างเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อภาพเศรษฐกิจ ซึ่งผมมองว่าความเชื่อมั่นดังกล่าวจะส่งผลต่อความผันผวนในการลงทุนตลอดไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะต่างซีกโลกกันก็อาจจะใช้นโยบายการเงินที่สวนทางกัน

อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาและกลุ่มยูโรโซน รวมถึงธนาคารกลางของประเทศแถบเอเชีย และด้วยขนาดของเศรษฐกิจที่ต่างกัน ความเข้มแข็งของภาคเอกชนที่ต่างกัน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเงินที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวกว่าในอดีต ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ย่อมมีผลต่อความผันผวนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงที่ภาพการลงทุนมีความผันผวน

ในแง่การจัด Asset Allocation ในช่วงนี้ ควรปรับสัดส่วนการลงทุนโดยจัดสรรเงินลงทุนในสัดส่วน 60% ลงทุนในประเทศ แบ่งเป็นการลงทุนในหุ้น 20% กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 25% ตราสารหนี้ 15% ส่วน 40% ลงทุนในต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในหุ้น 20% และยังคงเน้นลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรปและเอเชีย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประมาณ 15-20%

ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศอาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากกองทุนรวมอสังหาฯ เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับรายได้ค่าเช่า ซึ่งได้รับผลดีในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ตลาดยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะส่งผลต่อการปรับตัวของราคาอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าในปีนี้ Asset Class ที่จะโดดเด่นขึ้นมายังไม่มีความชัดเจน หลักๆ เป็นผลจากนักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นในภาพของเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่ ดังนั้น พอร์ตการลงทุนจึงควรมีความหลากหลาย ไม่ยึดติดกับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยต้องให้ความสำคัญต่อการกระจายความเสี่ยง และปรับความคาดหวังต่อผลตอบแทนให้น้อยลงกว่าในอดีตในลักษณะ Conservative รวมทั้งพยายามแสวงหาช่องทางหรือความยืดหยุ่นในการลงทุนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย ทำให้กองทุนประเภท Absolute Funds หรือกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายจะเป็นทางเลือกที่ดีในภาวะการลงทุนปัจจุบันนี้

ในแง่ปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับผู้ลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากดูพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยแล้ว ก็ควรติดตามความชัดเจนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประสิทธิผลของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางอย่างยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศจีน โดยมุมมองของผมเศรษฐกิจจีนมีโอกาสผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว

อย่างไรก็ดีก็ยังคงต้องติดตามดูตัวเลขเศรษฐกิจของจีนต่อไป เนื่องจากปัจจัยหลักๆ เหล่านี้จะมีผลต่อทิศทางการลงทุน ซึ่งปัจจุบันทางการของหลายๆ ประเทศทั่วโลกก็ยังมีความพยายามที่จะออกมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุน ซึ่งผมจะคอยนำมาเสนอเพื่อปรับแผนการลงทุนให้รับสถานการณ์มากที่สุดครับ

• “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”


ภาพสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปีหน้า
ภาพสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปีหน้า
ภาพการลงทุนของสินทรัพย์เสี่ยงในปีหน้าจะเป็นปีของการลงทุนในตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วมากกว่าในแถบเอเชีย ส่วนหนึ่งมาจากประเทศเศรษฐกิจหลังอย่างสหรัฐได้ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองสหรัฐฯมีความชัดเจนมากขึ้น โดย พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีคนใหม่ สามารถครองได้ทั้ง 2 สภาทั้งสูงและสภาล่าง นั่นหมายถึงอำนาจค่อนข้างเบ็ดเสร็จในการบริหารประเทศ และผลักดันนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ด้วยการลดอัตราภาษีรายได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวมทั้งเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลกลับไปยังสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก และตลาดเริ่มน้ำหนักการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ เช่นกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...