xs
xsm
sm
md
lg

“ศัลยกรรมความงาม” ดันไทยเป็น “ฮับความงาม”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รูปจากแฟ้มภาพ
บัวหลวง Money Tips
โดย พิชชาภา ศุภวัฒนกุล
บลจ.บัวหลวง

เราได้ก้าวสู่ยุคของการปรุงแต่งและเติมความงามลงบนเรือนร่างโดยตรงด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเสริมจมูก เป็นต้น ไม่ว่าจะผ่านมีดผ่าตัดหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นกระบวนการเสริมความงามที่สังคมยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

กระแสผลักดันสำคัญนั้นหนีไม่พ้นวัฒนธรรมดาราหรือคนดังจากแดนเกาหลี จนเทรนด์แฟชั่นผ่าตัดเสริมความงามในไทยเติบใหญ่ สร้างมูลค่าตลาดเฉียดปีละ 3 หมื่นล้านบาทไปแล้ว หากพิจารณาอัตราการเติบโตเป็นรายปีก็ตกปีละ 10% ทีเดียว กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ศัลยกรรมพลาสติกขยายขนาดหน้าอก กรีดตาสองชั้น และผ่าตัดเสริมดั้งจมูก ตัวเลขสำรวจสถิติเกี่ยวกับศัลยกรรมพลาสติกย้อนหลังห้าปีในไทยพบแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่ามีคนเข้ารับผ่าตัดเสริมดั้งจมูกเพิ่มขึ้นถึง 20% สถิติเหล่านี้ช่วยให้คนที่ยังข้องใจในอนาคตของธุรกิจเสริมความงามเข้าใจได้จะแจ้งขึ้น พร้อมทั้งแพทยสภายังย้ำว่าการแพทย์สาขานี้เป็นทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความเติบโตในเศรษฐกิจประเทศไทยได้

ด้วยเทรนด์ที่เคลื่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้แพทยสภามองว่าบริการทางการแพทย์ด้านนี้ของเรากำลังก้าวเทียบตำแหน่งคู่แข่งขันสำคัญ นั่นคืออุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามของประเทศเกาหลี ซึ่งปัจจุบันสร้างเม็ดเงินสะพัดราวปีละหนึ่งแสนล้านบาท ดังนั้นแล้วควรมุ่งยกระดับประเทศให้เป็น “เมดิคัลฮับ” ควบคู่กับ “คอสเมติกฮับ” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเติบโตปีละหนึ่งแสนล้านบาทให้ได้ในห้าปีข้างหน้า ทางแพทยสภาได้เน้นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ช่วยสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้า ด้วยหวังว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเกาหลี ที่วันนี้เป็นเป้าหมายปลายทางอันดับหนึ่งของผู้รับบริการศัลยกรรมความงามจากทั่วโลก

สิ่งที่เป็นหัวใจในการผลักดันอุตสาหกรรมด้านนี้ของไทยให้เป็นผู้นำระดับโลก ก็คือพัฒนากระบวนการบริการรักษาที่สะอาดปลอดภัย พร้อมกับบุคลากรต้องมีใบรับรองความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันนี้กลไกในการกำกับดูแลทางคลินิกและทางการรักษายังมีช่องทางที่จะพัฒนาให้ก้าวไกลขึ้นได้อีก

ข้อมูลจากบทความในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการระบุว่า ประเด็นหลักของอุตสาหกรรมผ่าตัดเสริมความงามในบ้านเรา สืบเนื่องจากการศึกษาเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงามในโรงเรียนแพทย์ ที่มีนักเรียนแพทย์จำกัดเพียงปีละไม่กี่คน ทำให้ไม่สมดุลทางอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม ผลที่ตามมาก็คือแพทย์ทั่วไปที่ไม่ได้เรียนมาเฉพาะทางและไม่ได้ใบรับรองด้านศัลยกรรมพลาสติกโดยตรง ต่างเข้ามาเริ่มต้นอาชีพศัลยกรรมพลาสติกเพื่อเข้าร่วมอุตสาหกรรมที่กำลังเบ่งบานอย่างรวดเร็วแขนงนี้

เนื่องจากกลุ่มแพทย์เหล่านี้เรียนจบหลักสูตรพร้อมทั้งได้รับใบประกอบวิชาชีพทันที จึงมิใช่เรื่องผิดกฎหมายแต่อย่างใด ทว่าการไม่ได้ฝึกฝนเฉพาะทางอาจเกิดปัญหาตามมาได้ กรณีผลการผ่าตัดที่ผิดพลาดดังปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน ดังนั้นแล้ว แพทยสภาจึงมองหาทางออกของปัญหานี้ โดยส่งเสริมให้มีการฝึกฝนทักษะเพิ่มเติม และเพิ่มหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาระบบการเรียนและใบรับรองวิชาชีพ ให้ช่วยเสริมอุตสาหกรรมความงามที่เราชำนาญอย่างมากอยู่แล้ว ให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่าก่อน

ด้วยการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐและความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อให้ปัญหาผ่านพ้นไปได้ในปัจจุบัน ช่วยให้ความหวังว่าจะมีมูลค่าตลาดให้ได้หนึ่งแสนล้านบาทภายในห้าปีมีความเป็นไปได้มากขึ้น เนื่องจากนักเดินทางที่ไหลเข้าประเทศเพื่อมุ่งรับบริการทางแพทย์ กว่าครึ่งในทุก 150,000 คนเข้ามาเพื่อศัลยกรรมความงาม ทำให้คาดกันว่าน่าจะเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเริ่มต้นแล้ว

สัญญาณเริ่มแรกบ่งบอกว่าอุตสาหกรรมแขนงนี้ขยายตัวเติบโตไปยังนานาประเทศ ปรากฏผ่านรายงานของแพทยสภาว่า เริ่มมีตัวแทนจัดหางานชาวต่างชาติเข้ามาเฟ้นหาศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยมของไทยกันแล้ว

ด้วยแรงกระตุ้นทั้งจากความต้องการในประเทศและในตลาดโลก ทำให้อุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามกำลังเป็นขาขึ้น และมีอนาคตอันสดใส บนความเป็นไปได้ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศในอีกไม่นาน เนื่องจากอัตราการเติบโตที่มากขึ้นทุกปี


กำลังโหลดความคิดเห็น...