xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊ก บลจ.ชี้ได้รัฐบาลอำนาจเต็ม หนุน ศก.โต-การลงทุนคึกคัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บิ๊ก บลจ. “ประภาส” และ “วรวรรณ” ประสานเสียง กฎอัยการศึกกระทบตลาดหุ้นไทยเพียงเล็กน้อย มั่นใจหากการเมืองไร้ปัญหาได้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มร้อย หนุนเศรษฐกิจโต การลงทุนจะคึกคักขึ้น

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกนั้นทำให้กลุ่มการชุมนุมได้หยุดการเคลื่อนไหวและเป็นการให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหาทางยุติกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน่าจะมีแนวทางทางการเมืองที่ชัดเจนออกมา อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้กฎอัยการศึกยืดเยื้อนานเกิน 3 เดือนจะไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน เพราะต่างประเทศจะไม่ชอบการลงทุนในสถานการณ์ที่มีกฎอัยการศึก ดังนั้นในระยะ 3 เดือนนี้ก็จะเห็นความชัดเจนว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศอย่างไร แม้ว่าจะไม่สามารถเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่ายได้ก็ตาม

ขณะเดียวกัน มองว่าในช่วงสั้นๆ นี้เงินลงทุนจากต่างประเทศน่าจะมีการขายออกไปบ้างในบางประเทศที่ไม่ชอบการลงทุนในสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ แต่ก็น่าจะเป็นช่วงระยะสั้นหากเลิกกฎอัยการศึกไปแล้วต่างชาติยังน่าจะกลับเข้ามาลงทุน แต่ในส่วนของ บลจ.กรุงศรียังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยที่มากอยู่ประมาณ 60% เพราะปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจยังดี ซึ่งสถานการร์ที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงก็จะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เข้าลงทุน

“คาดว่าในช่วงระยะ 3 เดือนจากนี้น่าจะเห็นความชัดเจนทางการเมืองได้เพราะทหารออกมาแบบนี้น่าจะทำอะไรสักอย่าง ขณะเดียวกันในช่วงระยะนี้ตลาดก็มีความหวังต่อความชัดเจนทางการเมืองว่าน่าจะคลี่คลายและมีการพัฒนาการทางการเมืองไปในทางที่ดี”

ทางด้านนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง จำกัด ได้แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในแง่ของการลงทุน ถ้ากฎอัยการศึกช่วยปลดล็อกประเทศ โดยนำไปสู่การมีรัฐบาลเต็มรูปแบบได้เร็วก็จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาเร็ว ก็จะเป็นคุณูปการต่อบ้านเมือง แม้ว่า กอ.รส.ยังไม่ได้สั่งเลิกม็อบ แต่ก็ช่วยเปิดช่องให้มีการหารือ ให้ยอมรับข้อจำกัดและความจริง หรือกึ่งบังคับให้เจรจาหาทางออกประเทศกันก่อนที่จะเสียหายและลากยาว เรียกได้ว่าเริ่มมีแสงสว่างที่จับต้องได้ จากเดิมที่ไม่มีใครเป็นคนกลางได้เลย เพราะไม่มีใครที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน กลายเป็นโน่นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ดี ไม่มีทางออกที่จะอยู่กันอย่างสงบสุข มองไม่เห็นฝั่ง ตอนนี้ ผบ.ทบ.สามารถใช้อำนาจและพลังที่มีอยู่มาผลักดันให้ร่วมกันผ่าทางตันกันเสียที ก็น่าจะมีรัฐบาลใหม่ได้ภายในไม่เกินกรกฎาคมนี้ และเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ไม่รักษาการ ซึ่งจะดีต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณปี 2558 การจ่ายคืนเงินจำนำข้าวให้ชาวนาที่เดือดร้อนสาหัส และจะสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ นี่ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การที่บาทอ่อนลงก็น่าจะดีต่อภาคการส่งออกที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว และเมื่อมีรัฐบาลที่สมศักดิ์ศรีเพราะมีอำนาจเต็มก็สามารถเจรจาการค้า การลงทุนได้ เมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในอดีตปี 2549 หุ้นร่วงลงไป 2 วัน แล้วค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ พอประกาศใช้ในปี 2553 หุ้นดิ่งลงไป 5 วันติดกัน และค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ เหมือนกัน ทั้งนี้ดัชนีหุ้นร่วงลงในวันที่ 20 พ.ค. 2557 โดยต่างชาติขายสุทธิ -8,336 ล้านบาท ส่วนรายย่อย สถาบัน และพอร์ตโบรกเกอร์ต่างรับซื้อ ซึ่งน่าจะเป็นตัวสะท้อนแนวคิดของฝั่งไทยทุกกลุ่มที่มองว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี ดีกว่าปล่อยไปเรื่อยๆ ก็ได้

“สำหรับตลาดหุ้นนั้น แม้จะได้ผลกระทบสั้นๆ จากเรื่องนี้และเรื่องเศรษฐกิจของเราเอง แต่อย่าลืมว่าเราลงทุนเพราะหวังในอนาคตของกิจการที่เราลงทุน ดังนั้น แม้ว่าผลกำไรปีนี้ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ โดยรวมจะถูกลดคาดการณ์ลงมาบ้าง แต่อย่าลืมว่าเราลงทุนเพราะหวังในอนาคตของกิจการดีๆ ที่เราลงทุน และผลกำไรในไตรมาสแรกปีนี้ของบริษัทจดทะเบียนหลายๆ แห่งก็ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเขาแล้ว”นางวรวรรณกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น