GWM เปิดตัว ORA 5 GT และ ORA 5 Sport ในประเทศจีน เพิ่มทางเลือกให้ตระกูล ORA 5 โดยจุดสำคัญคือครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะรถไฟฟ้า แต่มีขุมพลังให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ ไฟฟ้า 100% (EV), ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซิน จากเดิมที่ ORA เริ่มต้นในปี 2018 ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าของ GWM
ราคาโปรโมชั่นของ ORA 5 Sport เริ่มต้น 71,800 หยวน หรือประมาณ 3.3 แสนบาท ส่วน ORA 5 GT เริ่มต้น 89,800 หยวน หรือประมาณ 4.1 แสนบาท โดยรุ่นไฟฟ้าวิ่งได้ไกลสูงสุด 580 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
ORA 5 Sport และ GT ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองรุ่นพัฒนาต่อยอดจาก ORA 5 ที่เปิดตัวในจีนเมื่อปลายปี 2025 แต่มีบุคลิกแตกต่างกัน โดย ORA 5 Sport เน้นการใช้งานในเมืองและดีไซน์สปอร์ต ส่วน ORA 5 GT เน้นภาพลักษณ์และการขับขี่ที่สปอร์ตมากขึ้น
ORA 5 GT จึงมีตัวรถที่ดูเตี้ยลง เพิ่มชุดแต่งแอโรไดนามิก ล้อขนาด 19 นิ้ว และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ โดย GWM ระบุว่ารุ่นไฟฟ้าสามารถสร้างแรงกดได้ 37 กก. เมื่อวิ่งที่ความเร็ว 180 กม./ชม.
รุ่น GT ไฟฟ้ายังมีปุ่มสีแดงสำหรับเปิด Super Sport Mode และระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ V8 เพื่อเพิ่มบรรยากาศในการขับขี่
รุ่นไฟฟ้าวิ่งไกลสุด 580 กม.
รุ่นไฟฟ้าของทั้ง ORA 5 Sport และ GT ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 14-in-1 จาก Svolt Energy พร้อมแบตเตอรี่ Short Blade เจเนอเรชันที่ 2 ขนาด 58.3 kWh
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 150 kW หรือประมาณ 201 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร
ORA 5 Sport วิ่งได้ไกลสูงสุด 580 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ขณะที่ ORA 5 GT วิ่งได้ 550 กม. ทั้งสองรุ่นเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที และชาร์จแบตเตอรี่จาก 30–80% ได้ภายใน 20 นาที
เพิ่มทั้งไฮบริดและเครื่องยนต์เบนซิน
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ORA ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะรถไฟฟ้าอีกต่อไป โดย ORA 5 GT และ Sport มีทั้งรุ่นไฮบริดและเบนซินให้เลือกด้วย
รุ่นไฮบริด ใช้ระบบ Hi2 Intelligent Hybrid เจเนอเรชันที่ 5 ของ GWM ให้กำลังรวม 166 kW หรือประมาณ 223 แรงม้า แรงบิด 476 นิวตันเมตร และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 4.5 ลิตร/100 กม.
รุ่นเบนซินใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ จับคู่เกียร์คลัตช์คู่แบบเปียก 7 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 135 kW หรือประมาณ 181 แรงม้า และมีอัตราสิ้นเปลือง 6.4 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
การมีขุมพลัง 3 รูปแบบในรถตระกูลเดียวกันทำได้จากแพลตฟอร์ม Global One ของ GWM ซึ่งรองรับทั้งไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้ ORA สามารถเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าได้มากขึ้น
รุ่นบนได้ LiDAR พร้อม Coffee Pilot 3
รุ่นย่อยราคาสูงของทั้ง ORA 5 GT และ Sport ติดตั้ง LiDAR พร้อมระบบช่วยขับ Coffee Pilot 3 ของ GWM
ระบบรองรับ NOA หรือระบบช่วยนำทางขณะขับขี่ทั้ง บนทางหลวงและในเมือง โดยไม่ต้องพึ่งแผนที่ความละเอียดสูง รวมถึงระบบจดจำเส้นทางเพื่อช่วยจอดรถข้ามชั้นได้ไกลสูงสุด 3 กม.
ภายในจอกลาง 15.6 นิ้ว พร้อม Coffee GPT
ภายในของทั้งสองรุ่นติดตั้ง หน้าจอกลางแบบลอยขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ใช้ชิปสำหรับรถยนต์ขนาด 4 นาโนเมตร มีกำลังประมวลผล 20 TOPS
ระบบสั่งงานด้วยเสียงใช้ Coffee GPT โมเดลภาษาขนาดใหญ่ของ GWM สำหรับการโต้ตอบกับผู้ใช้งานภายในรถ
ORA 5 Sport ราคาเริ่มประมาณ 3.3 แสนบาท
ORA 5 Sport มีทั้งหมด 7 รุ่นย่อย ราคาปกติ 81,800–135,800 หยวน หรือประมาณ 3.7–6.2 แสนบาท ส่วนราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 71,800–125,800 หยวน หรือประมาณ 3.3–5.7 แสนบาท
ORA 5 GT มีทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ราคาปกติ 99,800–143,800 หยวน หรือประมาณ 4.5–6.5 แสนบาท และราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 89,800–133,800 หยวน หรือประมาณ 4.1–6.1 แสนบาท
*ราคาเงินบาทเป็นการแปลงค่าเงินโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายแนวทางของ ORA อย่างชัดเจน เพราะแบรนด์ที่เริ่มต้นจากการขายรถไฟฟ้า กำลังขยับไปสู่ ไฮบริดและเครื่องยนต์เบนซิน เข้ามาเป็นทางเลือก โดยใช้ ORA 5 เป็นพื้นฐานเดียวกัน ขณะที่รุ่น GT เพิ่มงานออกแบบและรายละเอียดด้านการขับขี่ให้แตกต่างจาก Sport มากขึ้น
ที่มา CnEVPost


