Great Wall Motor (GWM) เปิดตัว Haval H9 “Li Hun” Edition อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษจากโรงงานของ Haval H9 ที่เพิ่มทั้งรูปลักษณ์แบบออฟโรดและอุปกรณ์สำหรับการใช้งานบนเส้นทางสมบุกสมบัน ตั้งแต่ยาง AT ระบบล็อกเฟืองท้าย ไปจนถึงความสามารถลุยน้ำลึก 800 มม. พร้อมเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล
ราคาโปรเริ่มประมาณ 1 ล้านบาท
Haval H9 Li Hun Edition มีราคาจำหน่ายปกติในจีน 239,900–257,900 หยวน หรือ ประมาณ 1.10–1.18 ล้านบาท ขณะที่ราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวลดลงมาอยู่ที่ 214,900–232,900 หยวน หรือ ประมาณ 9.8 แสน–1.06 ล้านบาท
นอกจากนี้ GWM ยังปรับราคาโปรโมชั่นของ Haval H9 รุ่นปกติทั้งตระกูล โดย เริ่มต้นที่ 174,900 หยวน หรือประมาณ 8 แสนบาท ทั้งหมดเป็นราคาในประเทศจีน ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายหากนำเข้ามาจำหน่ายในไทย
ปรับหน้าตาใหม่ เน้นภาพลักษณ์ออฟโรดมากขึ้น
Li Hun Edition ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดที่ GWM เรียกว่า “Wilderness Functional Aesthetics” โดยปรับกระจังหน้าเป็นลาย Matrix ใหม่ เพิ่มไฟ Daytime Running Light แบบ “Light Blade” และฝากระโปรงสไตล์ Mecha พร้อมสันนูนคู่ ทำให้แตกต่างจาก H9 รุ่นปกติอย่างชัดเจน
รถติดตั้งล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางออฟโรด AT ขนาด 265/65 R18 เพื่อรองรับการใช้งานนอกถนนมากขึ้น
ตัวถังยาวกว่า 5 เมตร พื้นที่เก็บของสูงสุด 1,814 ลิตร
Haval H9 Li Hun Edition เป็น SUV ขนาดใหญ่ ตัวรถมีความยาว 5,070 มม. กว้าง 1,976 มม. สูง 1,960 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,850 มม.
พื้นที่ห้องโดยสารแถวสองมีความกว้างตามแนวขวางสูงสุด 1,568 มม. ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 791 ลิตร และสามารถเพิ่มเป็น 1,814 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวสองลง
ภายในสี Lava Red พร้อมจอ 15.6 นิ้ว
ห้องโดยสารใช้โทนสี Lava Red และวัสดุสัมผัสนุ่ม พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ Coffee OS 3 และหน้าจอกลางความละเอียด 2.5K ขนาด 15.6 นิ้ว
ระบบเชื่อมต่อกับ Coffee GPT รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแยก 4 โซน รวมถึง Apple CarPlay, Huawei HiCar และ Iccoa Carlink
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบรองรับเอวปรับได้ 4 ทิศทาง มี Memory Seat ระบบระบายอากาศ ทำความร้อน และระบบนวด 8 จุด ขณะที่กระจกหน้าและกระจกประตูคู่หน้าใช้กระจกลามิเนตสองชั้นเพื่อลดเสียงรบกวน
มีทั้งเครื่องเบนซิน 2.0 เทอร์โบ และดีเซล 2.4 เทอร์โบ
Haval H9 Li Hun Edition ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาป โดยมีขุมพลังให้เลือก 2 รูปแบบ
- รุ่นเบนซิน ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้ กำลังสูงสุด 165 kW หรือประมาณ 221 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
- รุ่นดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบ ให้ กำลังสูงสุด 137 kW หรือประมาณ 184 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อมพัดลมแบบ Silicone Oil Fan เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิในการใช้งานหนัก
ลุยน้ำ 800 มม. ลากจูงได้ 2.5 ตัน
จุดสำคัญของ Li Hun Edition อยู่ที่อุปกรณ์สำหรับการขับออฟโรด โดยให้ โหมดการขับขี่ 9 รูปแบบ พร้อมฟังก์ชัน Tank Turn ระบบควบคุมความเร็วต่ำสำหรับการขับออฟโรด และกล้องรอบคัน 540 องศา
รถมาพร้อมระบบล็อก 3 จุด ซึ่งประกอบด้วย Differential Lock ด้านหน้าและด้านหลัง ร่วมกับ Mlock แบบกลไก เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งกำลังเมื่อขับผ่านพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ
ตัวรถมีระยะห่างจากพื้นต่ำสุด 236 มม. มุมไต่ 32 องศา และมุมจาก 26 องศา พร้อมความสามารถในการ ลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มม. หากต้องใช้งานในสภาพเส้นทางที่หนักขึ้น ยังสามารถเลือกติดตั้ง Snorkel จากโรงงาน ซึ่งเพิ่มความสูงของช่องรับอากาศเป็น 1,794 มม.
นอกจากนี้ Haval H9 Li Hun Edition ยังได้รับการรับรองให้สามารถ ลากจูงน้ำหนักสูงสุด 2.5 ตัน ทำให้การปรับแต่งครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะรูปลักษณ์ แต่เพิ่มอุปกรณ์สำหรับการใช้งานออฟโรดและลากจูงเข้ามาโดยตรงด้วย
ที่มา: CarNewsChina


