xs
xsm
sm
md
lg

เกมพลิก! Tesla พ่ายแชมป์ BYD หลังยอดขายทรุดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่จากแดนมังกร สามารถโค่นแชมป์ยอดขายกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จาก Tesla ได้สำเร็จ หลังยอดขายฝั่ง Tesla ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา

รายงานผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ระบุว่า Tesla มียอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 1,636,129 คัน ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทำไว้ 1,789,226 คัน (ลดลงเกือบ 9%) สวนทางกับ BYD ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในปี 2568 พุ่งสูงถึง 2,254,714 คันทั่วโลก หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 28% แม้ในช่วงปลายปีจะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อยก็ตาม

ความสำเร็จของ BYD ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะนับเป็นครั้งแรกที่สามารถเอาชนะ Tesla ได้ในแง่ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วน หรือ BEV ตลอดทั้งปีในระดับโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยครองแชมป์ในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงการทำยอดขายแซงหน้าในบางประเทศอย่างสหราชอาณาจักรมาแล้ว

Tesla Model Y Standard
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมวิเคราะห์ว่า ความพ่ายแพ้ของ Tesla เกิดจากการที่คู่แข่งโดยเฉพาะค่ายรถจากจีน สามารถนำเสนอความคุ้มค่าที่เหนือกว่า ทั้งในแง่ของคุณภาพงานประกอบ นวัตกรรมสมัยใหม่ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย ในขณะที่ไลน์อัปสินค้าของ Tesla ถูกมองว่าเริ่ม ล้าสมัยและขาดความหลากหลาย โดยเฉพาะความล้มเหลวในการส่งรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับตลาด Mass market เข้าสู่สนามแข่งขัน

แม้ Tesla จะพยายามแก้เกมด้วยการส่ง Model Y รุ่น "Standard" ที่มีราคาถูกลงลงสู่ตลาด แต่ดูเหมือนว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่จากนโยบายภาครัฐในตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ราคารถ EV สูงขึ้นและดึงดูดใจผู้บริโภคน้อยลง รวมถึงปัจจัยด้านภาพลักษณ์ของตัว อีลอน มัสก์ ที่มีความเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองจนส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่ม

Tesla Robotaxi
ขณะที่ฝั่งยุโรป แม้รัฐบาลจะมีความพยายามกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านรูปแบบเงินอุดหนุน แต่รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla มักจะมีราคาสูงเกินกว่าที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ทำให้ค่ายรถคู่แข่งที่ทำราคาได้ดีกว่าสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้ อีกทั้งแผนการจัดเก็บภาษีรถยนต์ตามระยะทาง (Pay-per-mile) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในบางประเทศ ยังเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าในภาพรวมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเสียตำแหน่งแชมป์ยอดขายไป แต่ราคาหุ้นของ Tesla ยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนยังคงให้ความเชื่อมั่นในโครงการระยะยาวอย่าง Robotaxi และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัทที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี


กำลังโหลดความคิดเห็น