xs
xsm
sm
md
lg

BMW i3S เพื่อฟ้าสดใส ลมหายใจสะอาด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ถ้าให้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ของบีเอ็มดับเบิลยู เราคงต้องนึกย้อนไปถึงปี 1972 ที่ค่ายใบพัดฟ้าขาวได้นำเอารถรุ่น 1602 มาดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดยนำมาใช้งานจริงเพื่อการรับส่งบุคคลระดับ VIP ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่มิวนิก


ส่วนi3S นั้นเปิดตัวเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาในชื่อ i3 โดยมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาจำหน่ายแบบสั่งพิเศษมาราว2-3ปีแล้ว ก่อนที่ในช่วงปีนี้จะมีการเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการด้วยราคาค่าตัว 3,730,000 บาท (รวมBSi) มาชมกันว่าi3S มีอะไรน่าสนใจบ้าง


ตัวถังสุดล้ำ

ในส่วนของโครงสร้างตัวถังและแชสซีใช้วัสดุน้ำหนักเบา (Intelligent Lightweight Construction) เช่นหลังคาคาร์บอนที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เสริมพลาสติก (CFRP) เพื่อช่วยลดน้ำหนักของรถได้เป็นอย่างดี และมีการปรับจุดศูนย์ถ่วงของรถให้ต่ำลง 10 มิลลิเมตร

ส่วนดีไซน์ถือว่าโดดเด่นสะดุดตาไม่น้อย ด้วยลักษณะของรถแบบแฮทช์แบ็คขนาดกระทัดรัด ประตูเปิดแบบตู้กับข้าวเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยและลดน้ำหนักโดยปราศจากเสากลาง คอนโซลหน้ากว้างขวางมีพื้นที่เก็บของได้ พร้อมกระจกบานหน้าขนาดใหญ่มองเห็นชัดเจนดี


ด้านระบบขับเคลื่อนมาในชื่อ eDrive มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 184 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์อัตโนมัติแบบ Single-speed จังหวะเดียว เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ไว้ที่ 6.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ระยะทางวิ่งสูงสุด 345 กม. ตามการวัดมาตรฐาน NEDC ส่วนการวิ่งใช้งานจริงของลูกค้าเคลมที่ 260 กม. อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีค่าเป็น 0 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของ i3S

ส่วน แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน แรงดันไฟฟ้า 353 โวลท์ ความจุไฟฟ้า 37.6-42.2 kWh โดยมีอัตราการชาร์จไฟ0-100% ด้วยความเร็วดังต่อไปนี้ กระแสสลับ AC หัวชาร์จType 2 (ชุดติดรถ) ไฟบ้าน กำลังอัดประจุ 3.7 kW ใช้เวลา 9.8 ชั่วโมง, กระแสสลับ AC ชาร์จผ่าน BMW Wallbox กำลังอัดประจุ 11 kW ใช้เวลา 3.5 ชั่วโมง และ กระแสตรง DC ชุดชาร์จเร็วที่สถานีชาร์จ กำลังอัดประจุ 50 kW ใช้เวลา 1.3 ชั่วโมง


สำหรับระบบอำนวยความสะดวกมีอย่างครบครัน และค่อนข้างล้ำสมัยโดยเฉพาะในส่วนของระบบไฟ ไม่ว่าจะเป็นไฟต่ำ, ไฟสูง, ไฟส่องสว่างเวลากลางวันไปจนถึงไฟแสดงผลต่างๆ มากับเทคโนโลยี LED ที่มีฟังก์ชันช่วยประหยัดพลังงานแบบพิเศษ

ล้อขนาด 20 นิ้ว ใหญ่พิเศษที่ออกแบบลายของล้อให้มีลักษณะที่ลู่ลม แต่หน้ายางจะแคบด้วยขนาดเพียง 175 เท่านั้น ช่วยในแง่ของการประหยัดพลังงานในการวิ่ง ซึ่งทุกส่วนของรถคันนี้มีเหตุและผลในการสร้างด้วยจุดมุ่งหมายคือการเป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคงสมรรถนะในความเป็นดีเอ็นเอของบีเอ็มดับเบิลยูเอาไว้ให้ได้


ขับสนุก ชาร์จสะดวก

การทดลองขับจะเน้นในเรื่องของการค้นหาลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับตัวรถ โดยส่วนใหญ่รอบนี้เราใช้งานในเมืองเป็นหลัก มีวิ่งออกชานเมืองบ้าง เพื่อลองความเร็วสูง

การใช้งานต้องทำความคุ้นเคยกันสักหน่อย เพราะถ้าใครไม่เคยใช้รถแบบไฟฟ้าหรือไฮบริดมาก่อนจะต้องงงในช่วงที่ออกตัว เพราะคุณจะไม่มั่นใจว่า รถพร้อมแล้วหรือยัง เนื่องจากจะมีเพียงสัญลักษณ์แสดงว่ารถพร้อมใช้งานแล้วเท่านั้น และสำหรับ i3S ยังมีเรื่องของตำแหน่งเกียร์ที่อยู่ตรงคอพวงมาลัยที่ต้องทำความรู้จักการใช้งานพอสมควรเพราะใช้การบิดในการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์


วัสดุต่างๆ ในห้องโดยสารนั้น หลายชิ้นมีความล้ำสมัย แต่บางชิ้นจะค่อนข้างดิบเช่น แผงประตูและแดชบอร์ดที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์แบบเปลือยๆ ถ้ามองในมุมรถหรู คุณจะบอกว่า เหมือนรถประกอบยังไม่เสร็จ แต่ถ้ามองในมุมซูเปอร์คาร์ นี่คือที่สุดของนวัตกรรมการลดน้ำหนักในยุคนี้ ซึ่งรถที่มีวัสดุแบบนี้เป็นโครงสร้างตัวถังนั้นจะมีราคาหลักสิบล้านบาทแทบทั้งสิ้น

การออกตัวแบบปกติจะขับขี่ได้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากรถใช้เครื่องยนต์พลังกำลังเหลือเฟือ และเมื่อคุณกดคันเร่งแบบเต็มเท้า รถจะพุ่งและมีแรงดึงชนิดที่ต้องหาจากรถใช้เครื่องยนต์ที่เป็นระดับสปอร์ตคาร์กำลังสูงๆ ขึ้นไปเท่านั้น แต่สิ่งที่แตกต่างแบบชัดเจนของ i3S คือเรื่องของเสียงรบกวน ไม่ว่าจะออกตัวแรงขนาดไหน i3S จะไร้เสียงรบกวนคนอื่นๆ รวมถึงยังไม่ปล่อยไอเสียหรือกลิ่นที่ทำร้ายคนอื่นอีกด้วย


ซึ่งเรื่องของเสียงและไอเสียนี่เองที่ทำให้ผู้เขียนเมื่อไปต่างประเทศจะเห็นเจ้า i3 เป็นเหมือน “อภิสิทธ์รถ” เพราะในพื้นที่ห้ามเข้า อย่างเช่น ลานหน้านครวาติกัน จะมี i3 ของตำรวจจอดและขับผ่านอย่างเนืองๆ อันเป็นผลมาจากคุณสมบัติที่ไม่ปล่อยมลพิษและมีขนาดกระทัดรัด เหมาะกับการใช้งานลักษณะนี้


กลับมาที่เรื่องการทดลองขับ รอบนี้เป็นการขับแบบทางยาวๆ ออกชานเมือง ไม่กล้าไปไกลเพราะต้องคำนวณระยะทางวิ่งที่เหลือของแบตเตอรี่ให้เพียงพอจะไปและกลับได้ ไม่หมดก่อนกลางทาง สำหรับความเร็วสูงสุดที่เราขับได้คือ 150 กม./ชม. ตามความยาวของพื้นที่ปิดที่เราได้ทดลองขับ

การทรงตัว อัตราเร่ง ความสนุกสนานในการขับขี่ บอกแบบมั่นใจเต็มร้อยว่า คุณจะยังคงสัมผัสความรู้สึกของดีเอ็นเอที่มีอยู่รถบีเอ็มดับเบิลยูทุกคัน เข้าโค้งแบบเกาะหนึบ ขับนิ่งเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงโดยไม่รู้สึกว่าเร็วเลย พวงมาลัยเบามือดี ไม่มีแกว่ง โดยรวมของสมรรถนะแล้วชอบมาก แต่จะมีเพียงสิ่งเดียวที่เรากังวลคือ เวลาถอนคันเร่ง


ด้วยระบบ one-pedal คือจะมีแรงหน่วงทุกครั้งเวลาที่เราปล่อยคันเร่ง (ใช้เพียงคันเร่งอย่างเดียวไม่ต้องใช้เบรกรถก็หยุดได้) ซึ่งจะหน่วงมากหรือน้อยนั้นขึ้นกับโหมดการขับขี่และลักษณะการปล่อยของผู้ขับขี่

การหน่วงดังกล่าวจะมีผลอย่างยิ่งกับการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่และความรู้สึกในการขับขี่ เพราะจะมีแรงดึงเหมือนการเหยียบเบรกกระทันหันหากปล่อยแบบรวดเร็ว คล้ายการขับรถบั้มในงานวัด ดังนั้น ผู้ขับขี่จะต้องปรับลักษณะการปล่อยคันเร่งให้เหมาะสม มิฉะนั้นจะเวียนหัวได้ง่ายมาก


โดยรวมแล้วรอบนี้เราขับแบบทั้งใช้งานในเมืองนอกเมืองรวมระยะทางกว่า 200 กม. แบตเตอรี่ยังเหลือราว20 กว่าเปอร์เซ็น เรียกว่ารวมๆ แล้วชาร์จเต็มหนึ่งครั้งใช้งานได้เกิน 200 กม. อย่างแน่นอน ก่อนจะกลับมาชาร์จที่บ้านด้วยชุดชาร์จที่ติดมากับรถ ซึ่งจะใช้เวลากว่าจะชาร์จเต็มร่วม 10 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องกังวลว่าต้องรอจนเต็ม คุณสามารถชาร์จกี่ชั่วโมงหรือกี่นาทีก็สามารถดึงที่ชาร์จออกก่อนได้ ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

ทั้งนี้อยากจะแนะนำให้ผู้ที่สนใจจะใช้รถไฟฟ้า ในช่วงเริ่มต้นแบบนี้ ให้ใช้งานเหมือนเราใช้โทรศัพท์มือถือ คือกลับบ้านแล้วชาร์จ หรือถึงที่ทำงานก็ชาร์จ(หากมี) เมื่อทำได้เช่นนี้คงไม่ต้องกังวลในเรื่องของการหาจุดชาร์จสาธารณะหรือสถานีชาร์จไฟ


เหมาะกับใคร

สำหรับคนธรรมดาทั่วไป คงไม่เหมาะด้วยราคาที่สูงมากระดับ 3.7 ล้านบาท กับรถเล็กขนาดนี้ แต่สำหรับองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐบาล หรือบริษัทฯ ใหญ่ที่ต้องการภาพลักษณ์ของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม i3S คือ รถที่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์เช่นนั้นได้ตรงมากที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดสำหรับราชการแล้วรถยนต์ไฟฟ้าแบบนี้ป้องกันการทุจริตเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าจ่ายระดับนี้ คุ้มค่ากับภาษีเมื่อเทียบกับรถใช้เครื่องยนต์เพราะไม่ต้องเสียยิบย่อยรายทางในระยะยาวอีกต่อไป รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างยิ่งโปร่งใสเพราะราคาชัดเจน ยากต่อการทุจริต




























กำลังโหลดความคิดเห็น...