xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าเกมส์รุก “โตโยต้า” ปรับโชว์รูม รับ "คัมรี่" ใหม่เสริมทัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ท่ามกลางตลาดรถยนต์ที่กลับสู่ขาขึ้น ในปี 2560 แต่พี่ใหญ่อย่างโตโยต้า กลับทำยอดขายได้เพียง 240,137 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้า 2.0% โดยยังครองอันดับหนึ่งยอดขายตลาดรวมได้ มียอดขายรถยนต์นั่งเป็นพระเอกด้วยจำนวน 96,606 คัน เพิ่มขึ้น 10.7% และรถเพื่อการพาณิชย์ 143,531 คัน ลดลง 9.1% ซึ่งถือว่าหลุดจากเป้าหมาย 265,000 คัน ที่เคยตั้งเอาไว้เมื่อครั้งแถลงข่าวต้นปี

ขณะที่ในปี 2561 นี้ นับเป็นปีแรกของการเข้ามารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่คนใหม่อย่างเต็มตัว“มิจึโนบุ ซึงาตะ” ได้ประกาศนำพา โตโยต้า ไปสู่เป้าหมายการขายที่ 300,000 คัน เพิ่มขึ้น 24.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่งที่ 113,000 คัน 17.0% และรถเพื่อการพาณิชย์ 187,000 คัน เพิ่มขึ้น 30.3% ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า รถรุ่นหลักๆ ที่สร้างยอดขายเป็นกอบเป็นกำ ได้เปิดตัวกันมาครบถ้วนเรียบร้อยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ยาริส เอทีฟ, ยาริส แฮทช์แบ็ค รุ่นปรับปรุงโฉม และ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงโฉม ส่วนในปีนี้ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัว โตโยต้า ซี-เอชอาร์ อีกหนึ่งรุ่น และล่าสุดเพิ่มเติมรุ่นย่อยของโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส อีกหนึ่งรุ่น เป็นอันว่ารุ่นหลักขยับตัวกันครบถ้วน

การขยับเพิ่มรุ่นย่อยให้กับ โคโรลล่า อัลติส ในรุ่น 1.8S อีกหนึ่งรุ่น เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า โคโรลล่า โฉมใหม่เจเนอเรชันที่ 12 ที่เพิ่งจะมีการเปิดไปเมื่อต้นปีตามข่าวที่ฝากฝั่งอเมริกา จะยังไม่มาทำตลาดเมืองไทยในปีนี้

อย่างไรก็ตามใน ปี 2561 ใช่ว่า โตโยต้า จะไม่มีรุ่นใหม่เสียเลย โตโยต้า ยังเตรียม “คัมรี่” โฉมใหม่ที่ไล่ทยอยเปิดตัวไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก จนมาถึงคิวของประเทศไทย ในปีนี้ โดยปัจจุบันคัมรี่เคลียร์สต็อก พร้อมสำหรับการเปิดตัวรุ่นใหม่เรียบร้อยแล้ว รอเพียงจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของโฉมใหม่จะมีรุ่นย่อยอะไรบ้าง โปรดรอติดตามในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นอกจากการมีผลิตภัณฑ์พร้อมขายครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ควบคู่กันมาเสมอคือ กลยุทธ์ในการขาย ซึ่งในการเปิดตัว โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ทางโตโยต้า ได้เปิดแนวคิด “Live Alive” เป็นตัวชูโรงเคียงคู่ไปกับตัวรถ ซึ่ง Live Alive โตโยต้า ใช้คำภาษาไทยว่า “ออกไป ใช้ชีวิต” โดยมิใช่แคมเปญ แต่เป็นแนวคิดเพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารให้เข้าถึงผู้บริโภค แนวคิด Live Alive ก่อร่างสร้างตัวเพื่อรับมือกับการเข้ามาของ “Digital Disruptive” หรือ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกยุคดิจิตอล ซึ่งเวลานี้เริ่มส่งผมกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว

การเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้น อธิบายอย่างง่ายๆคือ จากพฤติกรรมเดิมๆ ของผู้บริโภคที่ในอดีต เมื่อต้องการหาข้อมูลเพื่อเลือกซื้อรถ จะพุ่งเป้าไปที่โชว์รูม เก็บข้อมูล รับโบชัวร์ พูดคุยกับเซลล์หรือตัวแทนจำหน่าย แต่ปัจจุบัน ภาพแบบนั้นเริ่มหายไป ผู้บริโภคต่างใช้อินเตอร์เน็ตในการหาช้อมูลก่อนการซื้อแทนการเดินไปที่โชว์รูม ทำให้ปริมาณของคนที่สนใจซื้อรถ แล้วเดินเข้าโชว์รูมน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญจนทำให้ทาง โตโยต้า ขยับตัว

แนวคิด “Live Alive” นอกจากคลอบคลุมภาพลักษณ์ใหม่ของกิจกรรมที่หลากหลาย ยังมีสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนโชว์รูมภายใต้ชื่อใหม่ “Alive Space” โดยเป็นโชว์รูมรูปแบบใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นนำร่องด้วย 8 แห่งทั่วเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

สำหรับโชว์รูมรูปแบบใหม่นี้ จะไม่เน้นในเรื่องของการขาย แต่มุ่งเป้าไปที่การให้บริการลูกค้า หรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อรถใหม่ รวมถึงการเป็นสถานที่สำหรับนั่งพักผ่อนเฉกเช่นร้านกาแฟหรือคาเฟ่ระดับหรูหรา โดยมีเครื่องดื่มและบริการไวไฟฟรี แก่ผู้เข้าใช้บริการ

“เราทราบถึงปัญหาเป็นอย่างดี ในพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำการปรับเปลี่ยนโชว์รูมใหม่ ให้สอดรับกับความต้องการของว่าที่ลูกค้า โดยการลงทุนส่วนนี้เป็นสิ่งที่ดีลเลอร์นำร่องทั้ง 8 แห่งลงทุนเองทั้งหมด ตามแนวคิดที่ทางโตโยต้าวางแนวทางเอาไว้ให้ ซึ่งผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร รอการประเมินในช่วงสิ้นปีนี้” คำกล่าวของ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

ปัจจัยสำคัญของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ นอกจากในส่วนของพฤติกรรมผู้บริโภคทีเปลี่ยนไปแล้ว ทางผู้บริหารยังยอมรับว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ดีลเลอร์สร้างประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจให้กับว่าที่ลูกค้า เมื่อเข้าไปหาข้อมูลที่โชว์รูม ทำให้ต้องมีการยกระดับเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่

“ที่ผ่านมาเซลล์อาจจะเข้าถึงลูกค้าและมุ่งที่จะปิดการขายมากเกินไป แต่นับจากนี้โชว์รูมรูปแบบใหม่ จะไม่เน้นในเรื่องของการขาย จะเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับว่าที่ลูกค้า รวมถึงให้ความสบายใจในการมาใช้บริการ” นายวุฒิกร กล่าว

อนึ่งในปีนี้ นอกเหนือจากการปรับใหญ่ในเรื่องโชว์รูมแล้ว ยังมีกิจกรรมด้านอื่นๆ อีกหลากหลายทยอยออกมา และที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ประจำปี น่าจะยกให้กับ การฉลองยอดผลิตรถยนต์โตโยต้าในประเทศไทยครบ 10 ล้านคัน ซึ่งโตโยต้าถือว่าเป็นความสำเร็จที่ต้องขอบคุณและตอบแทนให้กับคนไทยทุกคนที่มีส่วนร่วมสร้างความสำเร็จนี้ ส่วนจะตอบแทนด้วยอะไรนั้น ทุกท่านน่าจะพอเดาใจโตโยต้ากันได้

ถึงบรรทัดนี้ สำหรับยอดขายปี 2561 ล่าสุดในช่วง 4 เดือนแรกของโตโยต้า ทำได้ 87,502 คัน โดยเฉพาะเดือนเมษายน มียอดขาย 23,268 คัน เพิ่มขึ้น 30.4% นับเป็นทิศทางที่ดี และเมื่อรวมกับกลยุทธ์ใหม่น่าจะทำให้ยอดขายของโตโยต้าไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้






กำลังโหลดความคิดเห็น