xs
xsm
sm
md
lg

ลองขี่:Z900RS SEคลาสสิกยกสูง ขี่ดีมีสไตล์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online




ชั่วโมงนี้กระแสความนิยมสองล้อแนวเรโทรกำลังมาแรง หากส่องตัวเลือกในตลาด ไม่ว่ารถเล็กรถใหญ่หลากหลายค่ายต่างมีโมเดลออกใหม่มาให้เหล่านักบิดได้ตัดสินใจเลือกซื้อจับจองกันอย่างถ้วนหน้า

ไม่เว้นกระทั่งค่ายสีเขียวจากแดนปลาดิบอย่างคาวาซากิ แม้ช่วงหลังดูจะพยายามยกระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้มีความสปอร์ต บอกกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ว่าตัวเองมีบุคลิกความเร็ว แรง เร้าใจ อ้างอิงการทำตลาดควบคู่ไปกับเกมการแข่งขันในสไตล์เรซซิ่ง โดยเน้นไปที่โมเดลประเภทรถสปอร์ตเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อมีความต้องการเกิดขึ้น ใครจะยอมตกเทรนด์หรือเสียโอกาสการขายไปง่ายๆ

ล่าสุด ในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่ายกรีนทีมจึงประกาศท้าชนคู่แข่งหวังลุยตลาดสองล้อแนวเรโทรแบบเต็มสูบ ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ Z900RS พร้อมชูจุดขายการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของรถคลาสสิกระดับตำนานประจำค่ายสำหรับรุ่น Z1 ซึ่งมีดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับเทคโนโลยีขุมพลังเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่า

และเพื่อตอบสนองความต้องการของบรรดานักบิดชาวไทยได้อย่างรวดเร็วทันใจ หลังจากเผยโฉม ณ ดินแดนต้นกำเนิดไม่นานเกินรอ คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย จึงนำมาเปิดตัวพร้อมทำตลาดต่อเนื่องในบ้านเราทันที ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2017 ที่ผ่านมา เคาะราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รุ่นเริ่มต้น 485,000 บาท, รุ่น SE ราคา 499,000 บาท และรุ่น Cafe ราคา 505,000 บาท

สำหรับรุ่นที่ “MGR มอเตอริ่ง” นำมาทดสอบขับขี่เป็นโฉมรหัส SE หรือ Special Edition รูปร่างหน้าตาคาดสีสันลายเส้น เห็นปุ๊บรู้เลยว่าถอดแบบมาจากโมเดลวัยดึกตัวเก๋าตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 แน่นอน

โดยนอกจากความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่ว่ากันว่ามีความสวยงามเหนือกาลเวลาแล้ว ในส่วนขององค์ประกอบอื่นๆ ไม่ต้องสังเกตก็เห็นชัดเจนว่ามีการเอาใจใส่ไม่แพ้กัน อย่างการเก็บรายละเอียดของงานประกอบ คุณภาพงานสี ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ ขณะจอดถ่ายรูปให้อารมณ์เหมือนกำลังเสพงานศิลป์มากกว่าแค่การบันทึกภาพรถจักรยานยนต์เท่านั้น(อาจฟังแล้วโอเวอร์ไปหน่อย แต่ผู้เขียนรู้สึกแบบนั้นจริงๆ)

ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของ Z900RS แม้ใช้ร่วมกับโมเดลสปอร์ตเน็กเก็ตรุ่น Z900 แต่หากลงลึกในรายละเอียดต่างๆ แล้ว ต้องย้ำไว้ตรงนี้เลยว่าทั้งสองรุ่นนั้นให้สมรรถนะการขับขี่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะด้วยตำแหน่งท่านั่งที่เปลี่ยนไป ตัวเบาะสูงขึ้น พร้อมการยกแฮนด์บังคับสูงขึ้น ส่งผลให้การควบคุมพลิกรถทำได้ฉับไวขึ้น มีความคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งในสภาวะการจราจรหนาแน่น การวิ่งลัดเลาะช่องรถยนต์ที่จอดติดบนท้องถนน สามารถทำได้เกือบจะใกล้เคียงกับรถเล็กเลยด้วยซ้ำ

นั่นคือ จุดเด่นกับการใช้งานในเมือง ส่วนการขับขี่ท่องเที่ยวหรือเดินทางไกล คลาสสิกยกสูงที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง พิกัด 948 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์ 6 สปีด ขี่ดีนั่งสบาย ให้พลังความแรงเหลือล้น จังหวะเร่งแซงในย่านความเร็วสูงก็หายห่วง และที่สำคัญสำหรับมือใหม่แนะนำกรุณาอย่าปิดแทร็กชั่นคอนโทรล ควรเปิดระบบตัวช่วยนี้ไว้ จะเลือก 1 หรือ 2 ก็ตามสะดวก(เลือกการตอบสนองได้ 2 ระดับ) เพราะเมื่อปิดแล้วหากคุมคันเร่งไม่เนียน มีหวังล้อหน้ายกเอาดื้อๆ

ว่าแต่เห็นหน้าตาเป็นรถคลาสสิกแบบนี้ หลายคนที่รักความแรงอาจตั้งกำแพงมองข้าม กลัวขี่แล้วจะไม่เร้าใจเท่ารถสปอร์ต อยากบอกให้รู้ไว้อย่างว่า เราลองทดสอบในการวิ่งทะยานทำความเร็วแตะระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้เพียงอึดใจและบ่อยครั้งเสียด้วย เรียกว่าซิ่งเพลินจนแทบไม่รู้ตัว เนื่องจากระบบช่วงล่างทำงานได้ดี และตัวรถมีความเสถียรมากๆ ทั้งขณะวิ่งในโค้งหรือทางตรงก็ตาม

ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากทำความรู้จัก Z900RS SE ประมาณเกือบ 200 กิโลเมตร วิ่งใช้งานในเมืองและนอกเมือง เห็นตัวเลขแสดงบนหน้าจออยู่ที่ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร

ท้ายที่สุดบอกเล่ากันอย่างไม่โกหก มีรถไม่กี่รุ่นที่ผู้เขียนยืมมาทดสอบแล้วรู้สึกว่ายังไม่อยากคืน เพราะยังติดใจในรสสัมผัส และแน่นอน Z900RS SE คือ หนึ่งในนั้น.

หมายเหตุ-ขอบคุณรถทดสอบจากเรียล มอเตอร์สปอร์ต สนใจติดต่อขอทดลองขี่ Kawasaki Z900RS SE คลิ๊กที่นี่ หรือโทร. 064-985-9399











กำลังโหลดความคิดเห็น...