xs
xsm
sm
md
lg

คนไทยใจแกร่ง รถสุดอึด"โตโยต้า อัลติส"สร้างชื่อเสียงที่"นูร์เบอร์กริง 24 ชม."

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ดีใจกับชัยชนะในครั้งนี้
ผ่านเข้าเส้นชัย
จากการคว้าอันดับ 2 และอันดับ 4 ในรายการแข่งรถระดับโลกรายการ ADAC 24Hours Rennen Nurburgring ณ สนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี เป็นบทพิสูจน์หนึ่งของรถ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ได้เป็นอย่างดี ถึงความทนทาน แข็งแกร่ง บนสนามที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่ขับยาก ท้าทาย และอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาคดเคี้ยว แต่รถที่ผลิตจากเมืองไทย หรือ Production Car กลับคว้ารางวัลมาได้..ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยทีเดียว
ทีมเฮลั่น หลังรถทั้ง 2 เบอร์ ผ่านเส้นชัย
การแข่งขัน ADAC 24Hours Rennen Nurburgring เป็นการแข่งขันรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง และถือเป็น 1 ใน 3 ของการแข่งขันชิงเจ้าความเร็วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยรถยนต์ที่จะสามารถนำมาใช้ในการแข่งขันต้องเป็นรถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นรถในรูปแบบโปรดักชั่นคาร์ หรือรถที่จำหน่ายในโชว์รูมและนำมาโมดิฟายบางส่วนเพื่อนำไปแข่งขัน บวกกับนักแข่งที่จะลงแข่งขันจะต้องมีประสบการณ์ในการขับสนามนูร์เบอร์กริง 28 กิโลเมตร และมีชั่วโมงสะสมไม่น้อยกว่าคนละ 6 ชั่วโมง ในรายการ VLN จึงจะได้รับสิทธเข้าสู่การแข่งขัน 24 ชั่วโมงได้

ในปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ภายใต้การนำทีมของ สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และนักขับชั้นนำของเมืองไทยอีก 6 คน เข้าร่วมการแข่งขัน ด้วยรถโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต และโคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต นูร์เบอร์กริง เอดิชั่น เครื่องยนต์ 1800 ซีซี ในรุ่น Super Production 3 (SP3) ซึ่งมีรถที่เข้าแข่งขันในรุ่นนี้ 18 คัน หากรวมจำนวนรถทุกรุ่นในการแข่งขันมีถึง 159 คัน
สภาพรถ 123 วิ่งมาทั้งวัน
สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้ควบคุมทีม โตโยต้า ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การแข่งรถของผมมากว่า 20 ปี สนามแข่งในบ้านเรายาวเต็มแค่ 6 กิโลเมตร บวกกับชื่อเสียงของสนามที่บอกว่าขับยากที่สุดในโลก และมีความยาวถึง 28 กิโลเมตร มันเป็นอะไรที่ท้าทายมากสำหรับผม จึงอยากมาลงแข่งที่นี่ ที่สำคัญผมได้เสนอโปรเจกต์นี้แก่ประธานโตโยต้า เคียวอิจิ ทานาดะ ท่านก็สนับสนุน และปีนี้ผมก็ตั้งความหวังไว้จะขึ้นโพเดียมให้ได้ สุดท้ายความตั้งใจของผมก็ประสบความสำเร็จ

เหตุผลที่เลือกรุ่น โคโรลล่า อัลติส ลงแข่งก็เพราะว่า คัมรี่ ใหญ่ไป ขณะเดียวกันเราก็ต้องขยับไปแข่งกับรุ่นใหญ่ขึ้น 2500 ซีซี ซึ่งคู่แข่งแรง ๆ กันทั้งนั้น เลยตัดสินใจเลือกอัลติส ดีกว่า ที่สำคัญรถอัลติสเป็นรถที่ขายดี และใช้กันมากมายในบ้านเรา อีกอย่างหนึ่งทีมแข่งของเราได้ใช้อัลติส ลงแข่งในหลายรายการของเมืองไทย และพบว่าอัลติส เป็นอะไรที่เหมาะสม ขับสนุก เป็นตัวรถที่เราสามารถมาพัฒนา โมดิฟาย เพื่อใช้ในการแข่งขันได้ และในปีที่ 3 เราก็ได้พัฒนาไปเยอะ โดยใช้ประสบการณ์การแข่งขัน 2 ครั้งแรกนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น

สำหรับปีนี้ สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และนับขับอีก 6 คน ลงสนามด้วยรถคู่ใจ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต หมายเลข 123 และโคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต นูร์เบอร์กริง เอดิชั่น หมายเลข 124 ที่พกพาสมรรถนะจากเครื่องยนต์ 2ZR-FBE 1,798 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i ด้วยแรงม้าสูงสุด 104 กิโลวัตต์ (141 แรงม้า) / 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน - เมตร (18.05 กก.ม.) / 4,000 รอบต่อนาที เข้าร่วมแข่งขันในรุ่น Super Production 3

โดยรถหมายเลข 123 ขับโดย นาย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ นาย ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ นาย มานัต กุละปาลานนท์และ นาย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ ส่วนรถหมายเลข 124 ขับโดย . นาย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ นาย กรัณฑ์ ศุภพงศ์ นาย อาทิตย์ เรืองสมบูรณ์ นาย ฉิน เจี้ยน หงษ์

เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นได้แค่เพียงครึ่งชั่วโมงก็เกิดฝนตกหนักและมีลูกเห็บตกลงมามากทำให้รถที่เข้าแข่งขันเกิดอุบัติเหตุจากความลื่นของสนามหลายสิบคัน จนต้องตีธงแดง หยุดการแข่งขันเพื่อรอให้สภาพภูมิอากาศดีขึ้น ซึ่งเสียเวลาไป 2 ชั่วโมงกว่าจะกลับมาแข่งใหม่อีกรอบ และหลังจากนั้นก็วิ่งกันทั้งวันทั้งคืนจนรอบสุดท้ายซึ่งรถหมาย 123 วิ่งอยู่ในอันดับ 2 เหลือแค่ 10 กิโลเมตร จะเข้าเส้นชัยก็เกิดเพลาขาด เล่นเอาทุกคนใจเสียกันไปหมดแต่สุดท้าย พี่วัว หรือ ณัฐวุฒิ เจริญสุขวัฒนะ นักแข่งรุ่นเดอะของเราก็ค่อย ๆ ขับอย่างช้าๆ จนผ่านธงหมากรุกไปได้ด้วยอันดับ 2 สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยถึงชัยชนะบนสนามแข่งระดับโลก

โดยรถหมายเลข 123 พิชิตสนามนูร์เบอร์กริงจำนวน 102 รอบหรือ 2,652 กิโลเมตร คว้าอันดับ 2 รุ่น Super Production 3 จากรถในรุ่นเดียวกัน 18 คัน และอันดับที่ 75 ในรุ่น Overall จากรถทั้งหมด 159 คัน ส่วนรถหมายเลข 124 วิ่งได้97 รอบ หรือกว่า 2,522 กิโลเมตร คว้าอันดับ 4 รุ่น Super Production 3 จากรถในรุ่นเดียวกัน 18 คัน และอันดับที่ 88 ในรุ่น Overall จากรถทั้งหมด 159 คัน

วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในปีนี้ โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากรายการแข่งขันระดับโลก ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากความพยายามในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักแข่งไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่ง โตโยต้า ได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสให้นักแข่งไทยได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

นี่คือบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทานของเครื่องยนต์ ผสานความหนึบของช่วงล่าง รวมถึงความแม่นยำของระบบเบรค ทำให้ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต และ โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต นูร์เบอร์กริง เอดิชั่น ผ่านความเข้มข้นของรูปแบบการแข่งขันที่ยาวนานบนสนามที่มีความยากและท้าทาย แต่โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย และความภาคภูมิใจ ด้วยการพิชิตสนามนูร์เบอร์กริง สามารถขึ้นโพเดี่ยม ด้วยรถยนต์ Production Car ที่ผลิตจากสายการผลิตในประเทศไทย ได้อย่างไม่น่าเชื่อ.......แต่ก็ต้องเชื่อ








ผู้จัดการมอเตอริ่ง แจกบัตรเช้าชมงาน Auto salon งานแสดงรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟาย ท่านละ 2 ใบ รับได้ที่บ้านพระอาทิตย์ เวลาทำการ 8.00-18.00 โอปอเรเตอร์ เบอร์ 02-6294488 โทรเช็คบัตรก่อนนะคะ ...งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2559

กำลังโหลดความคิดเห็น