xs
xsm
sm
md
lg

เปิดวิถีฮอนด้าสู่องค์กรโปร่งใส ผ่านลูกหม้อเก่า "สุชาติ อรุณแสงโรจน์"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือ ขุนพลทางการตลาดรถจักรยานยนต์แห่งค่ายรถยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือ ผู้บริหารระดับสูงที่มีประวัติการทำงานในสาขาวิชาชีพที่โดดเด่น มีวิสัยทัศน์กว้างไกล นำความรู้ความสามารถมาปรับใช้กับธุรกิจให้มีความสำเร็จได้เป็นอย่างดี การันตีได้จาก รางวัลเชิดชูเกียรติ "บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2014 ภาคธุรกิจยานยนต์" จากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
 สุชาติ อรุณแสงโรจน์
แม้จะไม่ใช่ดารา คนดัง แต่ในแวดวงธุรกิจยานยนต์ ต่างรู้จัก "สุชาติ อรุณแสงโรจน์" เป็นอย่างดีกับตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด หรือใครหลายคนอาจเรียกเขาว่า "ชาติซัง" ผู้ซึ่งเป็นทั้งรุ่นพี่ คุณน้าวัยกลางคน และหัวหน้าของลูกน้องในที่ทำงาน

"ผมเรียนเรียนจบที่ญี่ปุ่น พอกลับมาเมืองไทย หลายคนก็มักจะเรียกผมว่าชาติซัง (ยิ้ม)" เขาเล่าด้วยรอยยิ้มถึงชื่อที่ลงท้ายด้วยคำว่า "ซัง" ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งใช้สำหรับการอ้างถึงบุคคลอื่นในภาษาญี่ปุ่น เปรียบเหมือนคำว่าคุณนั่นเอง

องค์กรยั่งยืน สไตล์ฮอนด้า

เมื่อลงลึงไปดูประวัติการทำงาน เขาถือเป็นลูกหม้อของค่ายรถยักษ์ใหญ่แห่งนี้เลยก็ว่าได้ เริ่มจากพนักงานวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปี 2529 ค่อยๆ ไต่เต้ามาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้จัดการทั่วไป กระทั่งในปี 2554 เขาได้เป็นถึงกรรมการบริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด

"ผมจบมาก็ทำงานที่นี่เลยครับ เริ่มจากพนักงานสำรวจตลาด เดินตามถนน เช็กความต้องการลูกค้าถึงความชอบในตัวรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็รวบรวมความคิดเห็น ทำการวิเคราะห์ และสรุปไปให้ฝ่ายผลิตในการทำรถรุ่นใหม่ๆ สนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความแรง การออกแบบ ปัจจุบันผมดูแลหลายแผนก ทั้งในเรื่องของการขาย การบริการ อะไหร่รถยนต์ เป็นต้น"

ตลอด 29 ปีในการทำงาน กรอบความเชื่อพื้นฐานของฮอนด้าคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมาตลอด โดยเฉพาะการเคารพในความเป็นมนุษ์ของคนทุกคน ทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเสมอภาค และความไว้วางใจ รวมไปถึงการยึดหลักของความยินดีที่จะซื้อ ยินดีที่จะขาย ยินดีที่จะสร้างสรรค์

"การเคารพความเป็นปัจเจกชนคือสิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาก ยกตัวอย่างบรรยากาศในที่ทำงาน จะเป็นห้องโถงใหญ่ มีโต๊ะเรียงเป็นแผนกๆ แต่ไม่มีพาร์ติชั่นกั้นแผนก ผู้บริหารทั้งหมด รวมทั้งประธานกรรมการก็ไม่มีห้องส่วนตัวให้นั่ง ภาพที่ออกมาจึงเป็นที่นั่งรวมกัน มองเห็นกันทั้งหมดเลย

ถามว่ามีเงินทำห้องไหม เราก็มีอ่ะนะ (หัวเราะ) แต่เรามองว่า อยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ เป็นครอบครัว และอบอุ่นดี ไม่ต้องมีอะไรปิดบัง หรือปิดกั้น มีอะไรเราคุยกันได้หมด ตรงไปตรงมา หรืออีกตัวอย่างคือ โรงอาหาร ที่นี่จะไม่มีโต๊ะวีไอพี ส่วนการเข้าแถว ประธาน กรรมการบริหารก็ต้องมาเข้าแถว ไม่มีการลัดคิว หลังจากรับประทานเสร็จก็ต้องเก็บจานเอง
โรงอาหาร ที่นี่จะไม่มีโต๊ะวีไอพี ส่วนการเข้าแถว ประธาน กรรมการบริหารก็ต้องมาเข้าแถว ไม่มีการลัดคิว หลังจากรับประทานเสร็จก็ต้องเก็บจานเอง
ที่จอดรถก็เหมือนกันครับ ใครมาก่อนก็ได้ที่จอดไป จะไม่มีของผู้บริหารคนนั้น หรือกรรมการบริหารคนนี้ ประธานถ้ามาหลังก็ต้องวนหาเอาเอง เพราะเราใช้หลักความเสมอภาคเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่า ทุกคนใกล้กัน มีอะไรก็จะคุยกัน แลกเปลี่ยนกัน และที่นี่เราจะฟังทุกคน เราถูกฝึกกันมาจากรุ่นสู่รุ่นว่าต้องฟัง ห้ามไปบอกว่าไม่ดี โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานการณ์จริง เราต้องฟังเขามากๆ ครับ"

ต้นแบบ "องค์กรโปร่งใส"

ด้วยหลักในการบริหารที่เน้นความเสมอภาค โปร่งใส ตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ ไม่แปลกใจที่รางวัลองค์กรโปร่งใสประจำปี 2558 จากการคัดเลือกโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตกเป็นของบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนหนึ่งเดียวที่ได้รางวัลใหญ่ในครั้งนี้

"ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เรายื่นเรื่องไป มีแบบสอบถามให้ตอบ จากนั้นคัดเลือกจากพื้นฐานของเอกสาร ต่อมาคือเรียกให้ไปสัมภาษณ์ที่ป.ป.ช. หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ก็จะมาเช็กที่บริษัทว่า สิ่งที่พูด สิ่งที่ตอบไปนั้น พนักงานแต่ละคนเข้าใจในสิ่งนั้นด้วยหรือเปล่า ซึ่งเราก็ผ่านการคัดเลือก เป็นบริษัทเอกชนรายเดียวที่ได้รับรางวัลใหญ่ นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเอ.พี. ฮอนด้าทุกคน เพราะเป็นรางวัลใหญ่ระดับชาติ" กรรมการบริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้าขยายความถึงรางวัลองค์กรโปร่งใสประจำปี 2558 หรือ NACC Integrity Awards 2015
บรรยากาศในที่ทำงาน จะเป็นห้องโถงใหญ่ มีโต๊ะเรียงเป็นแผนกๆ แต่ไม่มีพาร์ติชั่นกั้นแผนก ผู้บริหารทั้งหมด รวมทั้งประธานกรรมการก็ไม่มีห้องส่วนตัวให้นั่ง ภาพที่ออกมาจึงเป็นที่นั่งรวมกัน มองเห็นกันทั้งหมดเลย
เช่นเดียวกับรางวัลบรรษัทภิบาลดีเด่น ประจำปี 2558 (CG Awards 2015) ที่ตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีหลักธรรมาภิบาล และบริษัทภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมไปถึงจรรยาบรรณทางการค้า และมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม

"การทำงานของเราอยู่ภายใต้ระบบ ซึ่งประกอบไปด้วยระบบหลายๆ ส่วน ทั้งในเรื่องของการจัดซื้อที่จะต้องมีคณะกรรมการ หรือการจัดจ้างต่างๆ เราก็ต้องมีการแข่งราคากัน ไม่ใช่ว่าจะเอาเจ้านี้ตลอด ซึ่งเรามีระบบควบคุมค่อนข้างเยอะ มีการตรวจสอบ และคำแนะนำจากบริษัทแม่เพื่อการทำงานที่ดี มีความโปร่งใส ทุกอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้หมด" กรรมการบริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้าเสริม

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีรางวัล Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2015 (AREA Awards) ในสาขา Investment in People Award จากสถาบัน Enterprise Asia เป็นตัวการันตีผลงานด้านการพัฒนาบุคลากรและรณรงค์ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยอย่างครบวงจร ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ขับขี่ปลอดภัยให้กับคนไทยทั่วประเทศภายใต้โครงการเมืองไทยปลอดภัย (Safety Thailand) ด้วย

1. ไว้พัฒนาองค์กรของท่าน เช่น เรื่องของร้านให้สวยขึ้น พนักงานให้เก่งขึ้น 2. ใส่กระเป๋า และ 3. คืนกำไรให้สังคม ซึ่งหลักๆ จะเน้นในเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน หรืออุปกรณ์กีฬา"

นอกจากนี้ ยังได้สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด "เอ.พี. ฮอนด้า เพื่อสังคมไทย" เริ่มจากกิจกรรม Safety Riding เพื่อให้คนไทยขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัย และกิจกรรมบริจาคโลหิตทั่วไทยที่ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายร้านผู้จาหน่ายฯทั่วประเทศรับบริจาคโลหิตและส่งมอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องถึง 12 ปี

องค์กร win สังคมก็ต้อง win

"เราคือผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยอดขาย และกำไรคือสิ่งสำคัญ แต่อีกหนึ่งความสำคัญที่เราจะมองข้ามไม่ได้เลยก็คือการตอบแทนสังคม" ขุนพลแห่งเอ.พี.ฮอนด้าบอก "ผมมักจะบอกดีลเลอร์อยู่เสมอว่า ถ้ามีกำไรแล้วต้องแบ่ง 3 ส่วนนะ

มากไปกว่านั้น ยังเชื่อมโยงแนวคิด และได้มองเห็นถึงความสำคัญที่จะปลูกฝัง "ความสามัคคี" ในเยาวชนไทยผ่านกีฬาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย นั่นก็คือการวิ่ง 31 ขา ส่วนอีกหนึ่งโครงการเพื่อสังคมก็คือ Zero Accident ซึ่งริเริ่มแคมเปญมาตั้งแต่ปี 2553 โดยในปีล่าสุด เป็นการรณรงค์ และทำกิจกรรมอย่างครบวงจร เริ่มจากการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่มีเนื้อหาให้แง่คิดที่ว่า “เตือนตัวเอง ดื่มไม่ขี่ ดีที่สุด” เพื่อปลูกจิตใต้สำนึกของผู้ขับขี่ไม่ให้ประมาท โดยจะออกอากาศโฆษณานี้ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ผ่านทีวีช่องต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ได้มากที่สุด

ต่อมาคือ การให้บริการตรวจรถจักรยานยนต์ฟรี เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ตามด้วยด้วยการตั้งจุดพักพิเศษบนเส้นทางหลวงเพื่อให้ผู้ขับขี่ที่เมื่อยล้าได้แวะพัก และนำรถเข้าซ่อมบำรุงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนอกจากรถเล็กแล้ว ยังได้เพิ่มบุคลากรและเสริมอุปกรณ์ที่สามารถซ่อมบำรุงรถบิ๊กไบค์เข้าไปด้วย เพื่อรองรับผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ที่นิยมใช้รถเดินทางกลับต่างจังหวัดมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับบริการ Free Service ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสามารถนำรถเข้ารับการตรวจฟรี 10 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในราคาพิเศษเพียง 30 บาท และรับส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับอะไหล่ยางนอกหน้าและไส้กรองอากาศ ที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2558
ที่จอดรถก็เหมือนกันครับ ใครมาก่อนก็ได้ที่จอดไป จะไม่มีของผู้บริหารคนนั้น หรือกรรมการบริหารคนนี้ ประธานถ้ามาหลังก็ต้องวนหาเอาเอง
ในส่วนของจุดพักรถพิเศษสำหรับผ่อนคลายความเมื่อยล้า และซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์รวมถึงรถบิ๊กไบค์นั้นจะตั้งอยู่ที่ จุดพักรถกิโลเมตรที่ 15 (ขาออก) ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 28-31 ธันวาคม 2558 โดยไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด

เผยทิศทางตลาด "สองล้อ"

ทั้งนี้ในฐานะขุนพลทางการตลาดรถจักรยานยนต์แห่งค่ายรถยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย ไม่ถามไม่ได้ถึงยอดขาด และตลาดรถจักรยานยนต์

"ปีก่อนหน้านี้ขายทุกยี่ห้ออยู่ที่ 1.7 ล้านคัน แต่ปีนี้ตกลงมาอยู่ที่ 1.6 ล้านกว่าคัน ตกลงไปแค่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ สำหรับตลาดรถบิ๊กไบค์ถือว่าโตขึ้นมาก อย่างของเราโตขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีหน้ากังวลเล็กน้อยกับปัญหาภัยแล้ง อาจทำให้จำนวนการผลิตอาจน้อยลง ส่วนวิธีการเพิ่มยอดขายก็ทำกันทุกอย่างเลยครับ เรียกว่าไม่หยุดนิ่งเลย หลักๆ คือ ลดแลกแจกแถม เจาะตลาดในทุกกลุ่ม" แม่ทัพแห่งเอ.พี.ฮอนด้าเผยทิศทาง

ก่อนทิ้งท้ายว่า การแข่งขันทางการตลาดยุคใหม่ คือความท้าทายที่จะหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างโอกาสอยู่ตลอดเวลา

"การรับสื่อของลูกค้าเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับตัวตาม พูดง่ายๆ คือ เราต้องไม่ขี้เกียจ ถ้าหยุดเมื่อไร เลิกแคร์สังคมเมื่อไร ผู้บริโภคก็คงไม่เลือกเรา" นี่คือส่วนหนึ่งในวิถีของฮอนด้าที่ "สุชาติ" ในฐานะขุนพลทางการตลาดรถจักรยานยนต์แห่งค่ายรถยักษ์ใหญ่บอก ซึ่งนอกจากหลักในการบริหารที่เน้นความเสมอภาค โปร่งใส ตรวจสอบได้แล้ว การให้ใจกับลูกค้าด้วยการคืนกำไรผ่านกิจกรรมต่างๆ คือเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน

ถึงวันนี้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด สามารถขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในไทยมาตลอดยาวนานมากว่า 10 ปี และสามารถคว้ารางวัลองค์กรโปร่งใส ที่ช่วยตอกย้ำภาพในการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม มีหลักธรรมาภิบาล และบริษัทภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมไปถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม


กำลังโหลดความคิดเห็น...