xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้าส่งไฮลักซ์ รีโว่ ลุยตลาดโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


โตโยต้า จัดพิธีส่งออกรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่” ใหม่ ในโครงการ “ไอเอ็มวี” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Innovative International Multi-purpose Vehicle ที่ริเริ่มดำเนินโครงการครั้งแรกในปี พ.ศ.2545 โดยได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต รถกระบะขนาด 1 ตัน รถยนต์อเนกประสงค์ เครื่องยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าภายในประเทศและส่งออกจำหน่ายไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก
นาย ชินยะ โคเทระ  (ซ้ายสุด)
นาย ชินยะ โคเทระ กล่าวว่า “แนวคิดของโครงการไอเอ็มวี คือ การแทนที่ฐานการผลิตในระดับโลกของรถกระบะจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบการผลิตและการขนส่งให้มีคุณภาพในระดับสูงเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น โดยรักษามาตรฐานสูงสุดเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่สูงและหลากหลายของลูกค้าทั่วโลกด้วยคุณภาพและความทนทานที่ยอดเยี่ยม อันเป็น DNA ของรถกระบะไฮลักซ์”

รถกระบะไฮลักซ์ภายใต้โครงการไอเอ็มวี เริ่มส่งออกสู่ตลาดโลก ในปี พ.ศ 2547 จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่ทำให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้รับการยกระดับเป็นฐานการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ของกลุ่มบริษัทโตโยต้า ด้วยยอดผลิตที่สูงถึงร้อยละ 70 ของยอดผลิตทั่วโลก และยอดส่งออกสะสมสูงถึง 2,400,000 คัน* แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพ และทักษะในการผลิตรถยนต์ระดับ World Class อย่างแท้จริง ของคนไทย (*ข้อมูลตั้งแต่ สิงหาคม 2547 – มิถุนายน 255
นายเคียวอิจิ ทานาดะ
นายเคียวอิจิ ทานาดะ กล่าวว่า “โตโยต้า มีความมั่นใจในการส่งออกไฮลักซ์ใหม่นี้ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยเราจะทำการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า อันจะนำมาซึ่งยอดขายที่สูงขึ้นของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งทำให้เราก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะของโลก

ความสำเร็จนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทพัฒนารถกระบะ “ไฮลักซ์” ในทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารการผลิตภายใต้ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System) ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของคนไทย เพื่อผลักดันให้รถกระบะไฮลักซ์ ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยในระดับโลกอย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งของโตโยต้า ที่ได้มีโอกาสในการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ด้วยการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดถึงกว่า 50,000 ล้านบาท สามารถสร้างงานให้กับคนไทยในเครือข่ายธุรกิจของ โตโยต้า รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากโตโยต้าสู่ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และทักษะฝีมือแรงงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อให้เป็นกลไลสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวว่า “ผมขอชมเชย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยมาอย่างยาวนานมากว่า 50 ปี จนถือได้ว่าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการส่งออกที่ทางบริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการไอเอ็มวีซึ่งเป็นโครงการผลิตและส่งออกรถยนต์กระบะ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และเป็นผู้นำด้านการส่งออกในภาคอุตสหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น สร้างความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของประเทศ รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ดำเนินกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมากว่า 50 ปี มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริมการลงทุนร่วมกับภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการไอเอ็มวีสามารถการสร้างงานให้กับคนไทยและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมากมาย ด้วยมูลค่าการส่งออกที่สูงเป็นอันดับ 1 ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,258,000 ล้านบาท รวมกับมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่อีกกว่า 596,000 ล้านบาท นำรายได้กลับสู่ประเทศไทยทั้งสิ้นกว่า 1,854,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวเป็นอย่างมาก








กำลังโหลดความคิดเห็น