xs
xsm
sm
md
lg

รองอธิบดีกรมการปกครอง-"บิ๊กเต่า" นำแถลงผลปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” รวบปลัดอำเภอสวมสิทธิให้จีนเทา ยันลุยกวาดล้างถึงที่สุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - รองอธิบดีกรมการปกครองควง “บิ๊กเต่า” นำแถลงผลปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” บุกรวบปลัดอำเภอเชียงดาว พร้อมพวกร่วมขบวนการทุจริตสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้จีนเทาที่มีหมายจับและเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ชี้เป็นภัยความมั่นคงต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง เร่งขยายผลจับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ยืนยันลุยกวาดล้างให้ถึงที่สุด


วันนี้ (22 ม.ค. 69) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยนายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 5, พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค (DSI) และนายสัญชาติ อุปนันชัย ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” หลังช่วงเช้าวันนี้กรมการปกครองสนธิกำลังร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ช., ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าทำการจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่รัฐ รวม 6 ราย ที่ร่วมกันกระทำความผิดในการสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้กับชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้จำนวน 5 ราย ขณะเดียวกันยังได้ตรวจค้นที่พักอาศัยของบุคคลตามหมายจับ 3 แห่ง ซึ่งในห้องพักของปลัดอำเภอเชียงดาวพบเอกสารเกี่ยวกับการขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยซุกซ่อนไว้ใต้เตียงนอนและเงินสด 80,000 บาท จึงทำการตรวจยึดนำไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลความเชื่อมโยงจากผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมกรณีสวมสิทธิบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วง พ.ย. 68 โดยบุคคลดังกล่าวมีหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ได้ทำบัตรประจำตัวครั้งแรกโดยทุจริตและย้ายทะเบียนบ้านจากอำเภอเวียงแหง เข้าทะเบียนบ้านที่อำเภอเชียงดาว จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎร พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นชาวจีนที่มีหมายจับและเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ โดยจากการสอบสวนเชื่อการกระทำความผิดนี้ต้องทำกันเป็นขบวนการโดยเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจ เนื่องจากการตรวจสอบพบความผิดปกติหลายอย่างทั้งการยื่นคำร้องขอทำบัตรครั้งแรกในขณะที่มีอายุค่อนข้างมากแล้ว และผู้ขอมีบัตรไม่สามารถเขียนคำร้องได้ แต่ต้องใช้การพิมพ์ลายนิ้วมือ รวมทั้งไม่สามารถพูดคุยภาษาไทยได้ ทั้งที่อ้างว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี


ขณะที่เอกสารหลักฐานสำเนาสูติบัตรที่ใช้ประกอบการขอมีบัตรนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นของบุคคลที่ไม่เคยทำบัตรประชาชนและไม่ปรากฏตัวมานาน แต่ทางครอบครัวไม่ได้มีการแจ้งความหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งผู้ที่จะทราบเรื่องและสามารถคัดสำเนาให้นำมาใช้ได้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้มีการใช้เอกสารหลักฐานและผู้รับรองยืนยันเป็นบุคคลในครอบครัว แต่ตรวจสอบรูปพรรณหน้าตาแล้วกลับไม่มีความคล้ายกันด้วย ซึ่งเบื้องต้นทางผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ โดยเงินสดที่ตรวจพบระหว่างการตรวจค้นนั้น มีการอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการขายพระเครื่อง ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งทางกรมการปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และขยายผลตรวจสอบในพื้นที่อื่นหลังมีข้อมูลน่าเชื่อว่าอาจมีผู้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันอีกนับ 100 ราย ส่วนปลัดอำเภอเชียงดาว 2 คน ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เบื้องต้นทางจังหวัดเชียงใหม่เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนและให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ด้านพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า จากข้อมูลหลักฐานที่ได้รับจากกรมการปกครองและตรวจสอบพบเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะขยายผลจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมอีก ขณะที่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เบื้องต้นบางคนให้ความร่วมมือดี แต่บางคนยังคงให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน และมีความเป็นไปได้ที่น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นระดับสูงกว่านี้ เช่นเดียวกับกรณีการจับกุมที่อำเภอเวียงแหง ที่แรกเริ่มไม่พบความเชื่อมโยงกับนายอำเภอ แต่เมื่อสืบสวนไปแล้วพบความเกี่ยวข้อง จึงต้องมีการจับกุมและให้ออกจากราชการไว้ก่อน เช่นเดียวกับกรณีนี้ที่ต้องทำการสืบสวนเช่นกันและหากพบข้อเท็จจริงหลักฐานใดๆ ก็ต้องมีการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ย้ำว่าการกระทำผิดแบบนี้ถือว่าเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการสวมสิทธิให้กับกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ไปก่อความผิดอื่นๆ ตามมาอีกมากมายและสร้างความเสียหายให้คนดีๆ และประเทศชาติ


สำหรับผู้กระทำผิดที่ศาลอนุมัติหมายจับ จำนวน 6 ราย ได้แก่ 1. ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว, 2. ปลัดอำเภองานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว, 3. ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว, 4. ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว, 5. ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง และ 6. ผู้ช่วยนายทะเบียน เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง โดยวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 5 ราย แรก




















กำลังโหลดความคิดเห็น