xs
xsm
sm
md
lg

ยายบุรีรัมย์วอนนายกฯ ช่วยหลานถูกแก๊งคอลฯ ขังซ้อมทรมานที่พนมเปญ ร่ำไห้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้รอดกลับบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บุรีรัมย์ - คุณยายวัย 73 ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นำคลิปหลานชายที่ถูกกักขังในห้องและสภาพถูกซ้อมทรมานที่กัมพูชา ร้องให้นายกฯ ช่วยเหลือพากลับบ้าน หลังมีหญิงสาวหลอกหายจากบ้าน รู้ข่าวอีกทีหลานส่งคลิปผ่านเฟซฯ เพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือ ยายสุดห่วงร่ำไห้ไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้รอดกลับบ้าน หากหลานทำผิดที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับทำงาน ให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย

วันนี้ (6 ม.ค. 69) นางบัวไข หรือยายบัว อายุ 73 ปี ชาวตำบลโคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้นำคลิปของ นายอาทิตย์ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นหลานชาย ที่ถูกกักขังในห้องรวมกับแรงงานสัญชาติไทย และประเทศอื่นกว่า 10 คน อยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งหลานได้ส่งคลิปดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กเพื่อนบ้านมาขอความช่วยเหลือ ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรี หาแนวทางช่วยเหลือหลานชาย เพราะหลานชายบอกว่าถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ หากไม่ทำหรือทำไม่ได้ตามเป้า จะถูกซ้อมทรมานด้วยการทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อตจนใบหน้าเขียวช้ำ ขาและเท้าบวม จึงพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ช่วยเหลือ


ยายบัวไขเล่าว่า ปกติหลานชายทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่แถวบ้าน แต่เมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2568 ได้มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ทราบเพียงว่าอยู่จังหวัดนครราชสีมา ไปไหนมาไหนกับหลานประมาณ 3-4 วัน แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรหลานมาก คิดว่าอาจเป็นสาวที่หลานคบหาจึงไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัวเขา จากนั้นหลานก็หายออกจากบ้านไปซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าหลานไปไหน

กระทั่งวันที่ 27 พ.ย. 68 ถึงทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา เพราะหลานพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อให้ประสานทางการช่วยเหลือพากลับบ้าน หลังทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย หวังให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพาหลานกลับบ้าน สงสารและเป็นห่วงหลานชายมาก เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหลานๆ บอกว่าหากทำงานให้เขาไม่ได้ก็จะถูกทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต ซึ่งยายก็เห็นสภาพที่หลานหน้าบวมช้ำจากการถูกทำร้ายถึงกับร้องไห้พูดไม่ออก จึงอยากวิงวอนให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือพาหลานชายกลับบ้านด้วย


ทั้งนี้ ยายบัวไขยังได้จุดธูปไหว้ศาลหน้าบ้านเพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งน้ำตาด้วยว่า ขอให้คุ้มครองหลานให้ปลอดภัยและได้กลับบ้าน หากหลานทำผิดกรณีที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ ก็ให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในไทย เพราะหากอยู่ที่นั่นไม่รู้จะต้องเจอกับอะไร

ด้าน นายวิจิตร เมืองสีดา ผู้ใหญ่บ้านหนองถนน บอกว่า ที่ผ่านมายายไม่เคยแจ้งให้ทราบว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา เพราะที่ผ่านมาก็เห็นทำงานรับจ้างอยู่ในพื้นที่ เพิ่งจะทราบวันนี้ก็ได้ลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากนี้จะได้รายงานข้อมูลให้นายอำเภอรับทราบ เพื่อที่จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือหลานชายยายตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป












กำลังโหลดความคิดเห็น