แม่ฮ่องสอน - ทุกหน่วยงานเร่งเข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าหลากทะลักดินโคลนถล่มแม่ฮ่องสอน..พบความเสียหายมากกว่าที่ประเมิน ทล.108 ยังผ่านไม่ได้-คาดสะพานเบลีย์เสร็จ 1 กันยาฯ ขณะที่สามีภรรยาโดนน้ำซัดหายยังไร้วี่แวว แต่แม่-ญาติและทีมค้นหายังเดินหน้าต่อ
อิทธิพลพายุคาจิกิที่สร้างความเสียหายแก่จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา พบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายกระจายอยู่หลายพื้นที่ ทั้งอำเภอขุนยวม ปางมะผ้า รวม 10 ตำบล 56 หมู่บ้าน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 5 ตำบล 28 หมู่บ้าน, อำเภอขุนยวม 5 ตำบล 28 หมู่บ้าน) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย สูญหาย 2 ราย ที่พักอาศัย บ้านเรือน ได้รับผลกระทบ 30 หลังคาเรือน ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 5,485 คน 1,567 ครัวเรือน
แต่ที่หนักสุดเป็น 2 ตำบลในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน คือ ตำบลผาบ่อง และที่ตำบลห้วยโป่ง โดยเฉพาะที่ตำบลผาบ่องนั้นถือว่าเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี แม้ว่าที่ผ่านมาจะเกิดอุทกภัยมาหลายครั้งแต่ก็ไม่หนักเหมือนครั้งนี้ ซึ่งนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งการให้ระดมกำลังและเครื่องจักรจากทุกหน่วยงานเริ่มทำการเข้าเคลียร์พื้นที่ ทำความสะอาดและสำรวจความเสียหายที่แท้จริงอีกครั้งหลังน้ำลดเมื่อ 28 ส.ค. พบความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับมากกว่าการประเมินไปมาก โดยเฉพาะบ้านเรือน รถหรือสัตว์เลี้ยง สิ่งของ ต่างๆ
ด้านระบบสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า/ประปา/โทรศัพท์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ผิวจราจรเสียหายเป็นระยะทางยาวกว่า 80 เมตร คอสะพานห้วยโป่ง (เส้นทางเชื่อม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน-อ.ขุนยวม) ขาดสะบั้น ขณะนี้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานพิจิตรอยู่ระหว่างติดตั้งสะพานเบลีย์คาดว่าจะแล้วเสร็จ 1 กันยายน 68 แต่ยังมีอีกหลายเส้นทางได้รับความเสียหายด้านการเกษตร อยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม
สำหรับการติดตามบุคคลสูญหายของตำบลห้วยโป่งทั้ง 2 รายนั้น แม่ของผู้สูญหายที่มาเฝ้ารอฟังข่าวอยู่ที่วัดห้วยโป่งบอกว่าทั้งลูกชายกับลูกสะใภ้สูญหายไปกับกระแสน้ำ จนป่านนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ได้แต่บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้พบร่างของลูกโดยเร็วเท่านั้น
ด้านนายวิบูลย์ ภพพงศ์ไพร หนึ่งในทีมค้นหาและเป็นญาติของผู้สูญหายทั้ง 2 คนด้วย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุก็ได้ร่วมกับเพื่อนบ้าน และเจ้าหน้าที่หลายหน่วยออกทำการค้นหาตามเส้นทางน้ำ ผ่านมาแล้ว 2 วันก็ยังไม่พบ ส่วนหนึ่งเพราะร่างอาจจะถูกทับถมด้วยตะกอนดินหรือทราย แต่ก็ยังไม่หยุดค้นหา
ซึ่งตอนเกิดเหตุนั้นทราบว่ามีเพื่อนบ้านอีก 2 คนอยู่ในที่เกิดเหตุคือที่ห้างนาด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน แต่ช่วงที่เริ่มรู้ว่ามีน้ำไหลหลาก ก็ได้อพยพลูกและรถไปฝากไว้ที่หน่วยป่าไม้ได้ก่อนแบบเฉียดฉิว แต่ภรรยากลับบอกว่าลืมของจึงพากันวกกลับมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลับลงไปเอาของ จนกระทั่งมวลน้ำขนาดใหญ่ไหลมาอย่างรวดเร็ว พัดพาเอาร่างของทั้ง 2 คนหายไปกับกระแสน้ำอย่างรวดเร็วดังกล่าว
ล่าสุดขณะนี้ได้มีภาครัฐ เอกชน และองค์กรการกุศลจากทั่วสารทิศระดมสิ่งของบรรเทาทุกข์ เสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นทยอยนำไปส่งมอบถึงจุดเกิดเหตุ หรือประสานกับทางเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากบางพื้นที่การเดินทางเข้าไปยังจุดที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นอาจจะเข้าไม่ถึง เพราะยังมีเส้นทางอีกหลายแห่งที่เจอกับปัญหาสะพานขาด ถนนทรุดตัว รวมถึงมีดินไหลลงมาปิดทับเส้นทางด้วย