xs
xsm
sm
md
lg

กยท.พิษณุโลกเชื่อมั่นราคายางฯ สูงขึ้นอีก ชี้ตลาดโลกต้องการเพิ่ม-ผลผลิตทั้งอินโด-มาเลย์-เวียดนามลดหมด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พิษณุโลก - ที่ปรึกษา ก.เกษตรฯ ลุยดูโครงการชะลอขายยางพาราวัดโบสถ์ ผอ.กยท.พิษณุโลกมั่นใจอนาคต 'ยางพารา' ขาดแคลน ความต้องการทั่วโลกเพิ่ม ขณะที่ผลผลิตอินโด-เวียดนาม-มาเลเซียลดลง ดันราคาขยับต่อ


วันนี้ (20 มี.ค.) นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ปี 68 ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรจังหวัด (ภาคเหนือ) ที่โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์

จากนั้นเดินทางไปอาคารรวบรวมยาง การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก บ้านนาขาม ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ พิษณุโลก ร่วมกิจกรรมส่งมอบยางก้อนถ้วย ตามโครงการชะลอการขายยางพาราของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง กยท.บ้านหนองหิน

นายปิยะ เลาหสินนุรักษ์ รักษาการ ผอ.การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พิษณุโลก เปิดเผยว่า ฤดูแล้งเป็นช่วงพักหน้ายางพารา -ชาวสวนปิดกรีดทั้งภาคเหนือ-อีสาน ผลผลิตยางแผ่น ยางก้อนถ้วยทั้งประเทศออกสู่ตลาดน้อย ราคาจึงปรับขึ้นมา เหมือนปกติทุกปี เฉลี่ย 35-40 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะที่ภาพรวมผลผลิตยางธรรมชาติมีน้อยกว่าความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากทั่วโลก เรียกว่าการผลิตน้อยกว่าการใช้ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาราคายางพาราตกต่ำ ทำให้หลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หันไปปลูกปาล์มน้ำมันหรือทุเรียนซึ่งมีราคาดี ไม่สนใจปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น ฉะนั้นแนวโน้มราคายางฯ จึงน่าจะปรับสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยทางเศรษฐกิจของโลก หากเป็นบวก ราคายางพาราก็น่าจะปรับสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว

สำหรับพื้นที่ปลูกยางพาราของจังหวัดพิษณุโลกมีอยู่ 290,000 ไร่ ไม่ได้ขยายเพิ่มมากนัก มีแค่ปลูกเพิ่มบนแปลงปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดซึ่งราคาไม่ดี ปัจจุบันสวนยางเปิดกรีดแล้วร้อยละ 80 คาดว่าฤดูฝนนี้จะครบ 100 เปอร์เซ็นต์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ยางพารา‘ ขาดแคลน ทำราคาสูง เหตุมีความต้องการทั่วโลกเพิ่มขึ้นห้วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลผลิตใน ‘ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม’ ลดลง เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรหันไปปลูกพืชที่ราคาดีกว่า และไม่สามารถกระตุ้นให้ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียปลูก-ผลิตยางพาราเพิ่มขึ้นได้ทัน

รายงานสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ (ANRPC) ระบุ ราคายางพาราเคยขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี (ปลายปี 2567) ทำให้คาดการณ์ว่าปี 2568 ผลผลิตยางธรรมชาติทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 14.9 ล้านตัน ส่วนความต้องการใช้ยางธรรมชาติคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่ามาก เพิ่มขึ้น 1.8% เป็น 15.6 ล้านตันในปี 68

ประเทศไทย ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์ว่าปี 2568 ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากที่ลดลง 0.4% ในปีที่ผ่านมา อินโดนีเซีย ผู้ผลิตยางพารารายใหญ่อันดับ 2 คาดว่าปี 2568 ผลผลิตยางพาราลดลง 9.8% จากปีก่อนหน้า เหลือ 2.04 ล้านตัน ขณะที่เวียดนาม ผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 อาจมีผลผลิตลดลง 1.3% เหลือ 1.28 ล้านตัน


กำลังโหลดความคิดเห็น