ประจวบคีรีขันธ์ - ชาวบ้านอ่าวน้อย ประจวบฯ จี้หน่วยงานรัฐเร่งสร้างเขื่อนกันคลื่นป้องกันการกัดเซาะ หลังชายหาดที่เคยยาวกว่า 30 เมตร ปัจจุบันเหลือเพียง 2 เมตร หากไม่มีการป้องกันจะทำให้น้ำทะเลกัดเซาะถึงตัวบ้านแน่นอน
วันนี้ (17 มิ.ย.) ที่วัดอ่าวน้อย หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ สำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดประชุมชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งบริเวณชายทะเลบ้านอ่าวน้อย โดยมีชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คน ติดตามการประเมินผลกระทบ และจากการตอบแบบสอบถาม พบว่า ชาวบ้านกว่าร้อยละ 99 เห็นด้วยให้มีการก่อสร้าง มีเพียง 3 รายที่ต้องการให้คงสภาพธรรมชาติไว้ตามเดิม
ทั้งนี้ พบว่าบริเวณชายหาดอ่าวน้อย ที่ได้รับผลกระทบมีบ้านเรือนประชาชน โรงแรมที่อยู่ติดกับชายหาด จำนวน 30 ครัวเรือน มี 3 รายที่มีการก่อสร้างกำแพงป้องกันน้ำทะเลไว้หน้าบ้านตนเองด้วยงบประมาณส่วนตัว ในขณะที่ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมง เกษตรกรรม และรับจ้างรายวันไม่สามารถสร้างกำแพงป้องกันคลื่นด้วยเงินส่วนตัว ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วส่วนหนึ่งแต่โครงการยังไม่เสร็จ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนไม่เห็นด้วย ทำให้โครงการหยุดชั่วคราว
นางพเยาว์ จีนสงวน อายุ 52 ปี ชาวบ้านอ่าวน้อย เปิดเผยว่า ตนเองอาศัยบ้านหลังนี้มากว่า 30 ปี ก่อนหน้านี้ ชายหาดอ่าวน้อยมีความยาวกว่า 30 เมตร แต่ระยะหลังสภาพอากาศส่งผลให้มีคลื่นลมรุนแรง และน้ำทะเลกัดเซาะหาดทรายมากขึ้นทุกวัน กระทั่งหลังสุด น้ำทะเลซัดถึงขอบบ้าน และกัดเซาะนำทรายลงทะเลเหลือระยะห่างจากบ้านถึงชายหาดเพียง 2 เมตร หากไม่มีการป้องกัน จะทำให้น้ำทะเลกัดเซาะถึงบ้านและทรุดตัวในที่สุด ชาวบ้านอาศัยอยู่บริเวณที่แห่งนี้ตลอดทั้งปี ขณะที่นักท่องเที่ยวหรือชาวกรุงเทพฯ ที่มาซื้อที่ดินติดชายทะเล มาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูร้อน แต่ที่ชาวบ้านประสบปัญหาคือในช่วงหน้ามรสุม คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคมของทุกปี ระดับน้ำทะเลสูงและรุนแรง
หากไม่มีการสร้างเขื่อนกันคลื่นคงต้องย้ายบ้านแน่ เพราะอีก 1 วา น้ำก็กัดเซาะพื้นทรายหมด ทุกครั้งที่มีพายุเข้าในหน้ามรสุม น้ำทะเลรุนแรง ตนนอนไม่หลับลุกขึ้นดูเพราะบ้านติดทะเล



