xs
xsm
sm
md
lg

เอาจริง! นอภ.เสิงสาง โคราชแจ้งจับหนุ่มยูกันดาพร้อมเมียป่วยโควิดปกปิดข้อมูล โทษหนักจำคุก 2 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - เอาจริง นายอำเภอเสิงสาง โคราช นำเจ้าหน้าที่ รพ.เสิงสางแจ้งดำเนินคดีหนุ่มชาวยูกันดาพร้อมเมียป่วยโควิด-19 ปกปิดข้อมูล ตำรวจตั้งข้อหา “จงใจปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ อันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและการควบคุมโรคติดต่อ” โทษหนักจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น

วันนี้ (3 พ.ค. 64) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สภ.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา นายสานิตย์ ศรีทวี นายอำเภอเสิงสาง พร้อมด้วย นายชาลี ทะนาไธสง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสิงสาง เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เสิงสาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อหญิงสาววัย 22 ปี ชาวบ้านตำบลโนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง พร้อมสามีชาวต่างชาติสัญชาติยูกันดา อายุ 32 ปี ในข้อหาจงใจปกปิดข้อมูล หลังจากที่ทั้งสองรายได้เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครเพื่อขอเข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 แต่มีการปกปิดข้อมูล หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อมูลความจริง ซึ่งควรบอกแจ้งให้เจ้าพนักงานควบคุมโรค จนเป็นเหตุให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องกักตัวจำนวน 2 ราย และเกิดความเสียหายต่อระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลเสิงสาง


มี ร.ต.อ.วรากูลณ์ เสนาช่วย รองสารวัตรสอบสวน สภ.เสิงสาง เป็นผู้รับแจ้ง ซึ่งการแจ้งความในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีการเอาผิดผู้ปกปิดข้อมูลของผู้มีความเสี่ยงโรคโควิด-19

นายสานิตย์ ศรีทวี นายอำเภอเสิงสาง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 ที่ผ่านมาสองสามีภรรยาดังกล่าวได้เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสิงสางเพื่อขอตรวจหาเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ยอมบอกข้อมูลว่าตนเองเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 64 ที่ผ่านมาทั้งสองสามีภรรยาได้ไปรับประทานอาหารร่วมกับพี่ชายของสามีที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร และมาทราบภายหลังว่าพี่ชายของสามีติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นได้เดินทางมาขอรับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเสิงสาง และยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยง ก่อนที่จะมายอมรับในภายหลังหลังจากถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนอย่างถึงที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อและพบว่าทั้งสองติดเชื้อโควิด-19 ในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้มีเจ้าหน้าที่ 2 รายต้องถูกกักตัวในที่สุด


ดังนั้น ขอฝากไปถึงประชาชนทุกคนว่าหากผู้ใดที่รู้ตัวว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงและต้องการที่จะตรวจหาเชื้อหรือเข้าทำการรักษาให้โทรศัพท์ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการไปรับตัวมาทำการตรวจรักษาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง อย่าจงใจปกปิดข้อมูล เพราะจะทำให้บุคคลอื่นต้องมีความเสี่ยงไปด้วย

“สำหรับการแจ้งดำเนินคดีในกรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่จำเป็นต้องดำเนินการเพราะเป็นเหตุให้ต้องเสียบุคลากรทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ไป ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในพื้นที่อำเภอเสิงสาง ล่าสุดพบมียอดผู้ป่วยสะสม 10 รายแล้ว” นายสานิตย์กล่าว

ทางด้านเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.เสิงสาง เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา ฐานจงใจปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ อันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและการควบคุมโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองหลังจากรักษาตัวจนหายดีแล้ว










กำลังโหลดความคิดเห็น