xs
xsm
sm
md
lg

นักศึกษาสาวอ่างทองถูกมิจฉาชีพหลอก จนต้องตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่รู้ตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อ่างทอง - นักศึกษาสาวอ้างถูกมิจฉาชีพหลอก จนตนเองต้องตกเป็นจำเลย หลังโพสต์เฟซบุ๊กรับทำรายงานและแปลภาษา มิจฉาชีพเข้ามาตีสนิทให้ขายเติมออนไลน์ให้เปอร์เซ็นต์ล่อใจ ให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองกว่าแสนบาท

วันนี้ (28 ธ.ค.) นักศึกษาสาววัย 19 ปี ครวญต้องตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่รู้ตัว หลังจากเกิดการระบาดไปทั่วโลกของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตนเองที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องบินกลับมาเรียนออนไลน์ที่ประเทศไทยบ้านเกิด ระหว่างที่พักอยู่บ้าน ได้หารายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัว โดยการโพสต์เฟซบุ๊กรับจ้างทำรายงาน และแปลภาษาตามความถนัด แต่ต้องมาโดนมิจฉาชีพเข้ามาพูดคุยตีสนิท และขอให้ส่งบัญชีเงินฝากไปให้ เพราะเข้าใจว่าจะจ้างทำงานและโอนเงินให้ แต่กลับชวนทำงานเติมเงินออนไลน์

โดยให้เปอร์เซ็นต์รับโอนเป็นรายได้ช่วยเหลือครอบครับ และนำเลขบัญชีของนักศึกษาสาวให้คนที่ถูกหลอกโอนเข้าบัญชี รวมแล้วทั้งหมด 11 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 108,000 บาท ทั้งที่นักศึกษาสาวได้ตอบกลับไปว่าไม่ทำแล้ว เพราะเห็นท่าไม่ดีและไม่สะดวกต้องเลี้ยงหลาน จนมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนเงินแจ้งความดำเนินคดีต่อตนเอง ในฐานะเจ้าของบัญชีมาแล้ว 2 ราย ทำให้เสียชื่อเสียงและต้องตกเป็นจำเลยโดยที่ไม่รู้ตัว

จากการสอบถาม น.ส.ณัฐกมล คนทรง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 4 ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ตนเองที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ประเทศจีน ต้องบินกลับมาเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านในประเทศไทย ในยามว่างจะเลี้ยงหลานและโพสต์รับทำงานในเฟซบุ๊กรับทำรายงานและแปลภาษาตามที่ตนเองถนัด แต่เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.63 ตนเองได้รับการติดต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า ณัชชา ณัชชา ให้ทำงานและขอเลขบัญชีของตนเองไป ตอนแรกตนเองคิดว่าจะจ้างทำรายงานและแปลภาษาจึงได้ยินยอมให้ไป แต่เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวให้ทำงานเป็นการซื้อบัตรเติมเงิน แล้วส่งยอดเงินให้แก่ลูกค้า ต่อมาวันเดียวกันได้มีเงิน จำนวน 8,500 บาท เข้ามาที่บัญชีของตนเอง

โดยคนใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวแจ้งว่าไม่ต้องซื้อบัตรเติมเงิน แต่ให้ตนเองส่งรหัสกดเงินโดยไม่ใช้บัตรกดเงินสดจากบัญชีของตนเอง ไปยังบัญชีอื่นตามที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ให้มา โดยให้ค่าตอบแทน จำนวน 200 บาทต่อครั้ง ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้ทำในลักษณะนี้อีกจำนวน 10 ครั้ง ต่อมาตนเองจึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับครอบครัว แนะนำว่าน่าจะเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่หลอกใช้บัญชีของตนเอง เพื่อรับเงินและส่งเงินให้แก่คนร้าย ตนเองจึงเดินทางไปทำการอายัดบัญชีที่ธนาคารในวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา

จนมาทราบจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่ามีผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย ที่แจ้งความขอตรวจสอบเจ้าของบัญชีนี้ โดยตนเองได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตรสอนสวน สภ.เมืองอ่างทอง ไว้เป็นหลักฐาน และหาต้นตอมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดี เพราะทำให้ตนเองและครอบครัวเสียหาย ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมโดยที่ไม่รู้ตัว

ทางด้าน นางรุ่งระวี คันทรง อายุ 68 ปี ยายของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองรู้สึกสงสารหลานสาวมาก หลานสาวเป็นเด็กดีเรียนในระดับปริญญาตรีอยู่ที่ประเทศจีน ก่อนที่จะต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเพราะไวรัสโควิด-19 ในยามว่างขยันหาเงินโดยการรับจ้างทำงานช่วยเหลือครอบครัว แต่ไม่คิดว่าจะมาถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเลขบัญชีธนาคาร ไปหลอกหลวงให้ผู้ที่หลงเชื่อโอนเงินเข้ามาในบัญชีของหลานสาว

โดยนำเปอร์เซ็นต์ค่าโอนเงินมาล่อใจ ซึ่งหลานสาวของตนเองได้ปฏิเสธไปหลายครั้ง แต่ทางมิจฉาชีพรายนี้ยังเอาบัญชีของหลานสาวไปหลอกคนอื่นให้โอนเงิน จนมีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนแจ้งความดำเนินคดี หลานสาวตนเองยังเด็กจึงยังไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมของมิจฉาชีพ ตนเองไม่อยากให้ตกเป็นจำเลยของสังคม จึงได้ให้หลานสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อมิจฉาชีพรายนี้ ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

หากผู้เสียหายถูกเฟซบุ๊ก ณัชชา ณัชชา หลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาอ่างทอง เลขที่บัญชี 118-0-58324-8 น.ส.ณัฐกมล คันทรง ติดต่อได้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง โทร.0-3561-3503