xs
xsm
sm
md
lg

ชาวนากัดฟันสู้ภัยแล้งสูบน้ำก้นคลองทำนาปรัง เผยข้าวนาปีขายแล้วขาดทุน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์ - ชาวนาในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาววางระบบท่อส่งน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากก้นคลองลงพื้นที่นาเพื่อทำนาปรังหลังเขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำ เผยปีนี้นาปรังเสี่ยงเจอปัญหาแล้งขาดแคลนน้ำสูงมาก แต่จำเป็นต้องทำเพราะขายข้าวนาปีขาดทุน ฝากความหวังราคาจะสูงขึ้นตอนเก็บเกี่ยวนาปรัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วงฤดูหนาวคาบเกี่ยวฤดูแล้ง พบว่าในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และ ต.ลำพาน ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เริ่มลงมือทำนาปรังกันแล้ว โดยมีการวางระบบท่อหมุนเวียนน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และทำการจ้างรถไถปรับพื้นที่กันอย่างคึกคัก

นายโสน ภูนาชัย อายุ 60 ปี ชาวนาหมู่ 19 บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นาอยู่ในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาวหรือเขื่อนลำปาว ปีใดที่ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมากก็จะได้รับน้ำที่ทางโครงการชลประทานระบายออกมาอย่างเต็มที่ โดยมีคลองไส้ไก่เชื่อมจากคลองสายใหญ่ สามารถเปิดรับน้ำเข้าพื้นที่นาได้สะดวก

แต่ฤดูกาลทำนาปรังปีนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนมีน้อยและอยู่ในช่วงปิดการส่งน้ำเพื่อทำการซ่อมแซมคูคลองตามปฏิทินปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการทำนาปรัง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของตน




จึงได้นำสมาชิกในครัวเรือนช่วยกันวางระบบท่อ ตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากก้นคลองไส้ไก่เข้าใส่พื้นที่ทำนาปรัง โดยมีการปรับหน้าดินหรือพื้นที่ทำนาให้ราบเสมอกันเพื่อให้ต้นข้าวได้รับน้ำอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ เป็นการลงทุนที่สูงพอสมควร เพราะต้องซื้อทั้งท่อพีวีซี น้ำมันสูบน้ำ ค่าจ้างรถไถและปรับเกรดพื้นที่นา

นายโสนกล่าวอีกว่า ปกติทำนาเป็นอาชีพหลัก แม้จะเสี่ยงภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง หากมีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่เพียงพอ หรือเกิดโรคระบาด และเสี่ยงต่อการขาดทุนหากราคาข้าวตกต่ำ ก็จำเป็นต้องทำเพราะยังดีกว่าจะปล่อยพื้นที่นาให้รกร้าง ไม่เกิดมูลค่า

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการทำนาและลดต้นทุนการผลิต ง่ายต่อการดูแลรักษาต้นข้าวให้งอกงาม จึงทำนาหว่าน ประหยัดรายจ่ายกว่าทำนาดำ ซึ่งจะต้องจ้างแรงงานทั้งถอนกล้าและปักดำ




โดยก่อนหว่านได้คลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวกับสารอินทรีย์ชีวภาพเพื่อให้เมล็ดงอกเร็ว ต้นกล้าแข็งแรง เพลี้ย แมลงหรือศัตรูข้าวไม่รบกวน ต้นข้าวไม่ล้ม ซึ่งข้าวจะได้ผสมเกสรอย่างเต็มที่ ได้รวงยาว เมล็ดโต น้ำหนักดี ทั้งนี้ คาดหวังจะได้กำไรจากการขายข้าวเปลือกนาปรัง หลังจากที่เพื่อนบ้านและญาติที่เป็นชาวนาหลายคนขายข้าวนาปีขาดทุนเพราะราคาตกต่ำมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับตนคิดว่าหากแหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกให้ราคาอย่างน้อยตันละ 12,000 บาท ชาวนาก็ยังเสี่ยงต่อการขาดทุน เพราะมีรายจ่ายหรือต้นทุนการผลิตหลายอย่าง หลายขั้นตอน ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถ ค่าสูบน้ำ ค่าขนส่ง รวมแล้วสูงมาก แต่หากรับซื้อตันละประมาณ 15,000 บาท ชาวนาก็พอจะมีกำไร


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...