xs
xsm
sm
md
lg

ย้งไม่หมด!! คดีหวย 30 ล้าน ทนายความส่วนตัวครูปรีชาขึ้นศาลวันนี้ หลังหมวดจรูญฟ้องหมิ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี - คดีย่อยหวย 30 ล้านอลเวง ยังไม่หมด วันนี้ทนายความส่วนตัวครูปรีชา ขึ้นศาลฐานะตกเป็นจำเลย หลังหมวดจรูญ ฟ้องหมิ่นด้วยการโฆษณา ส่วนคดีหลักยังไม่จบถึงหมวดจรูญ จะเบิกเงินไปแล้ว เหตุครูปรีชา ยื่นอุทธรณ์ ศาลนัดฟัง 21 ม.ค.ปีหน้า



ความคืบหน้ากรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 หมายเลข 533726 ซึ่งทาง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นผู้นำสลากฯ จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาทไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยนำเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาจังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อหักภาษีแล้ว เหลือเงินเข้าบัญชี จำนวน 29,850,000 ล้านบาท โดยหมวดจรูญได้เบิกเงินออกมาจากธนาคารเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จำนวน 5,500,000 บาท ยังคงเหลือเงินอยู่ในบัญชีธนาคารอีก จำนวน 24,350,000 บาท

แต่ในที่สุดหมวดจรูญ ก็มาถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ยื่นฟ้องแพ่ง ซึ่งศาลประทับรับฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ พ.1230/60 จากนั้นส่งคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งอายัดเงินในบัญชีของหมวดจรูญที่เหลืออยู่เอาไว้ทั้งหมด

นอกจากคดีแพ่ง นายปรีชา ยังยื่นฟ้องคดีอาญาต่อหมวดจรูญ อีก 1 คดี ศาลได้ประทับรับฟ้องในคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร แต่ในที่สุดวันที่ 4 มิ.ย.2562 ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง หมวดจรูญ ในคดีอาญา โดยพิพากษาว่า “ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง ส่วนเงินที่อยู่ในบัญชี หมวดจรูญ วิมูล ได้ดำเนินการปิดบัญชีไปแล้ว


ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.2250/62 ลงวันที่ 19 มี.ค.63 และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องพยานโจทย์ วันที่ 8-9 ก.ย.63

ล่าสุด เวลา 08.50 น. วันนี้ (8 ก.ย.) ร.ต.ท.จรูญ วิมูล (โจทก์) พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ นายวิรุฬห์ชล วารวงค์ พร้อมทีมทนายความ เดินทางมาถึงศาลจังหวัดกาญจนบุรีโดยมีนางลาวัลย์ วิมูล ภรรยาหมวดจรูญ เดินทางมาให้กำลังใจ เวลาไล่เลี่ยกันนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส (จำเลย) พร้อมด้วยทนายความส่วนตัวนายสามารถ จันทพาท ก็มาถึงศาลเช่นกัน

สำหรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 นั้น ทางเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วยการวัดอาการไข้และให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งล้างมือทำความสะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนที่จะเข้าไปในชั้นศาล

ทั้งนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า วันนี้มาขึ้นศาลในกรณีที่ลุงจรูญ ฟ้องหมิ่นประมาททนายวรยุทธ เอาไว้ ซึ่งศาลได้ไต่สวนว่ามีมูล และได้นัดพร้อมเอาไว้แล้ว ซึ่งวันนี้คือวันที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งมีการสืบพยาน 2 วัน วันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ ส่วนในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) เป็นการสืบพยานจำเลย ซึ่งคดีนี้น่าจะเสร็จไวเพราะไม่มีอะไรมาก

นอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีคดีที่ลุงจรูญฟ้องครูปรีชา และทนายวรยุทธ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ ที่จะมีการไต่สวนมูลฟ้องในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าเพราะที่ผ่านมาติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ศาลท่านจึงเลื่อนไปเป็นเดือนตุลาคม ซึ่งคดีที่ครูปรีชาฟ้องลุงจรูญ ที่ผ่านมาศาลได้ยกฟ้องไปทั้งหมด

แต่ล่าสุด ทางทนายวรยุทธ ได้ไปฟ้องคุณลุงจรูญ ที่ศาลแขวงดอนเมือง และได้มาขอต่อรองให้ถอนคดีในวันนี้ออก ซึ่งคุณลุงจรูญ ไม่ยอมและท้ายที่สุดทนายวรยุทธ ก็ได้ถอนคดีไปเอง โดยที่ทางเราไม่ได้ยอมถอนคดีอะไรออกไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สภาทนายความและเรื่องที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันไม่ผิดอยู่แล้ว ซึ่งคดีทุกอย่างไม่น่าจะฟ้องเราได้แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยอมถอนคดีไปเอง

ส่วนกรณีที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีหลัก วันที่ 21 ม.ค.64 นั้นจากพยานหลักฐานเราค่อนข้างที่จะมั่นใจ เพราะเรามีทั้งพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทั้งพยานบุคคลที่แน่นหนาตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้วจึงค่อนข้างที่จะมั่นใจ ในตัวของผมเองในฐานะที่เป็นทนายความมานานคิดว่าคดีคงจะไม่มีอะไรพลิกแน่นอน

ถามว่าคดีทั้งหมดที่มีอยู่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนจึงจะสิ้นสุดนั้น ต้องขอบอกก่อนว่าคดีที่ฝ่ายครูปรีชาฟ้องเรามาส่วนมากก็จะจบ แต่มีการอุทธรณ์บ้างและรอฟังคำอุทธรณ์บ้าง ล่าสุด เพิ่งฟังคำอุทธรณ์และศาลยืนยกฟ้องไป 2 คดีคือคดีที่เจ๊บ้าบิ่น ฟ้องผมและคุณลุงจรูญรวม 2 คดี ซึ่งในส่วนคดีที่เขาฟ้องเรามาใกล้ที่จะจบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคดีที่เราฟ้องกลับไปซึ่งบางคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลบ้าง รอการไต่สวนมูลฟ้องบ้าง และบางคดียังไม่มีการฟ้อง จึงคิดว่าต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี จึงจะสืบเสร็จทุกคดี สำหรับการสืบพยานในวันนี้คงมีลุงจรูญเพียงแค่ปากเดียว ซึ่งนำไปประกอบกับคลิปมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีพยานหลายปาก


สำหรับที่มาของคดีในวันนี้ มาจากการที่ทนายวรยุทธ ไปให้สัมภาษณ์ 2 ครั้ง ครั้งแรกไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่กองปราบในวันที่ 26 ส.ค.62 ในเรื่องการที่คุณลุงเบิกถอนเงินรางวัลออกไปจากบัญชีว่าคุณลุงเบิกถอนเงินออกไปอย่างมีพิรุธ ทั้งๆ ที่คุณลุงมีคำสั่งของศาล เรื่องที่ 2 คือวันที่ 28 ส.ค.62 ห่างกันเพียงแค่ 2 วัน ทนายวรยุทธ ได้ไปให้สัมภาษณ์รายการทีวีชื่อดังช่องหนึ่งว่าการที่คุณลุงจำไม่ได้มันเป็นหลักการของอาชญากร คุณลุงจึงคิดว่าการที่ออกมาพูดเช่นนี้มันทำให้ลุงจรูญได้รับความเสียหาย ดังนั้น คุณลุงจึงฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี

ด้านหมวดจรูญ กล่าวว่า ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปเที่ยวใช้จ่ายเงินที่ไหน และยังไม่ได้นำเงินรางวัลไปลุงทุนสร้างห้องให้เช่าแต่อย่างใด ส่วนวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย.ที่ผ่านมาไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนอยู่บ้านอย่างเดียวเพราะข่าวมันไม่ค่อยดีเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงขอรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นครูปรีชา เปิดร้านอาหารและชวนลุงจรูญไปใช้บริการด้วย ตรงนี้ลุงจรูญไปใช้บริการหรือไม่ หมวดจรูญตอบว่าไม่ ขอยิ้มอย่างเดียวก็แล้วกัน ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่มีข่าวว่าครูปรีชา จะไปเล่นละครเพลงให้ลุงพล เรื่องนี้ลุงจรูญมองว่าอย่างไร หมวดจรูญตอบว่า เรื่องนี้ตนไม่ขอออกความคิดเห็น

ส่วนนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส เปิดเผยว่า วันนี้เป็นคดีที่ทางหมวดจรูญเป็นโจทก์ที่ฟ้องผมในฐานะเป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ถามว่าหนักใจหรือไม่ บอกได้เลยว่าไม่หนักใจเพราะว่าผมสุจริตใจกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะสิ่งที่ผมทำลงไปนั้นมันเป็นข้อกฎหมายและเป็นหลักสากลที่ทนายความทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว

ส่วนมูลเหตุของการฟ้องมาจากการที่ตนไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยได้ไปออกรายการๆหนึ่ง แต่ไม่ได้มีการระบุถึงตัวบุคคลใด สำหรับพยานในส่วนของผมที่จะมีการสืบพยานในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) มีอยู่จำนวน 3 ปาก โดยมีตน 1 ปาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ปาก และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา อีก 1 ปาก

สำหรับคดีหลักศาลได้มีการนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันที่ 21 ม.ค.64 ถามว่ามั่นในหรือไม่ ต้องตอบเหมือนเดินและใช้วลีของครูปรีชาว่า ความจริง ก็คือความจริง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...