xs
xsm
sm
md
lg

“พี่ศรี” ควงรอง ปธ.มูลนิธิพิทักษ์ไทยลงพื้นที่ จ.กาญจน์ รับเรื่องร้องทุกข์ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนระหว่าง อช.เขาแหลม-นิคมสหกรณ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี - “พี่ศรี” ควงรอง ปธ.มูลนิธิพิทักษ์ไทยลงพื้นที่ จ.กาญจน์ รับเรื่องร้องทุกข์ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนระหว่าง อช.เขาแหลม-นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี พร้อมนำเรื่องฟ้องศาลปกครอง สั่งระงับให้พื้นที่กลับมาเป็นของประชาชนตามเดิม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายชายวิสิทธิ์ เสือสืบพันธ์ ประธานสำนักบัญชาการนโยบายและแผนงานยุทธศาสตร์ และรองประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์ไทย ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อขอให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี คืนพื้นที่ทับซ้อนให้แก่นิคมสหกรณ์การเกษตรอำเภอทองผาภูมิ และสังขละบุรี โดยนายวิสิทธิ์ ยื่นหนังสือที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.63 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยนายชายวิสิทธิ์ สิงหราชโยธิน รองประธานกรรมการ (1) มูลนิธิพิทักษ์ไทย ได้เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสังขละบุรี ที่ห้องประชุม นิคมสหกรณ์ซองกาเลีย หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ทับซ้อนพื้นที่นิคมสหกรณ์การเกษตรอำเภอทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี ซึ่งพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้านก่อนประกาศ พ.ร.ก.อช.เขาแหลม พ.ศ.2534 ที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและดำเนินคดี

โดยนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้แนะนำให้ประชาชนรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เนื่องจากเห็นว่าการจับกุมดำเนินคดี ประชาชนที่ผ่านมาเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท เป็นของนิคมสหกรณ์ ซึ่งประกาศ พ.ร.ก.นิคมฯ ในปี พ.ศ.2518 เพื่อจัดสรรให้ราษฎรใช้ประโยชน์ และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเพิกถอน ซึ่งประชาชนที่มารอรับประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวตำบลปรังเผล อ.สังขละบุรี

โดยมีนายธวัช ไตรรุ่งตระกูล ส.อบจ.กาญจนบุรี เขตอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งนายสุชิน นันทอาณาเขต อดีต ส.อบจ.กาญจนบุรี เขตอำเภอทองผาภูมิ เข้าร่วม มีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี จำนวนหนึ่งมาคอยสังเกตการณ์

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยภายหลังว่า วันนี้ สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และมูลนิธิพิทักษ์ไทย มาร่วมรับฟังถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ เนื่องจากปัญหาความทุกข์ร้อนในเรื่องของการมีพื้นที่ทับซ้อนระหว่างนิคมสหกรณ์ที่มีพระราชกฤษฎีกาออกมาตั้งแต่ปี 2518 ต่อมา ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกมาทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เมื่อปี 2534

ซึ่งที่จริงการออกพระราชกฤษฎีกาทั้ง 2 พื้นที่มันควรที่จะมีการแยกออกจากกัน แต่ปรากฏว่า การออกพระราชกฤษฎีกาประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ไปทับซ้อนกับพื้นที่ประกาศพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งนิคมสหกรณ์อำเภอสังขละบุรี และอำเภอทองผาภูมิ จึงเป็นประเด็นนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านที่ต้องทำมาหากินในพื้นที่ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนพื้นที่ทับซ้อนในการสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ นี้ด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาแก้ปัญหานี้เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่ออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ๆ แต่ว่าปัญหานี้ได้ปล่อยให้ลุกลามบานปลายมาโดยตลอดและไม่ได้มีการแก้ปัญหา ในที่สุดทำให้ชาวบ้านต้องไปร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐในส่วนกลาง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ชาวบ้านจึงร้องขอให้มูลนิธิพิทักษ์ไทยและสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ให้เข้ามาช่วยเหลือ

ซึ่งหลังจากที่ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนเหล่านี้แล้ว ก็จะนำความไปดำเนินการตามกฎหมาย คือนำเรื่องนี้เข้าสู่ศาลปกครอง เพื่อให้ศาลปกครองมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้พื้นที่ทับซ้อนเหล่านี้กลับคืนมาสู่ชาวบ้านทั้งหมดที่ทำมาหากินและใช้สิทธิครอบครองในการทำประโยชน์ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน 20-30 ปี หรือ 50 ปีมาแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และจะได้ไม่มีปัญหากันอีกต่อไปในอนาคต” นายศรีสุวรรณ จรรยา เผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงปัญหาข้างต้นว่า เรื่องนี้ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งมันเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งการดูแลพี่น้องประชาชน เราได้ดูแลกันตามวิสัยปกติอยู่แล้ว ถ้าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ร้องเรียนเข้ามาที่ศูนย์ดำรงธรรม เราจะได้พิจารณาว่า เรามีอำนาจเพียงพอหรือไม่ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้

แต่ถ้าหากเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่เรามีเราก็จะส่งเรื่องให้หน่วยเหนือหรือทางจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้พิจารณาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไข แต่เท่าที่ทราบอาจจะเป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่ยังขัดกันอยู่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็ตามจะต้องมาร่วมกันแก้ไขเพื่อให้ผลออกไปทางใดทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนอยู่ได้ประโยชน์ ประเทศชาติได้ประโยชน์ ชาวบ้านอยู่ได้ ทรัพยากรธรรมชาติอยู่ได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน










Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...